Monday, December 28, 2009

ใครจะล้มเจ้า?

ใครจะล้มเจ้า?
โดย จักรภพ เพ็ญแข
ที่มา คอลัมน์ “ผมเป็นข้าราษฎร” หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์วิวาทะ Thai Red News ปีที่ 1 ฉบับที่ 30
27 ธันวาคม 2552

สมัยก่อนเขาใช้ข้อกล่าวหาคอมมิวนิสต์มาใส่ร้ายป้ายสีทางการเมือง เพื่อทำลายศัตรูคู่แข่งหรือคนที่ตัวคิดว่าเป็นภัยคุกคาม เดี๋ยวนี้เขาเปลี่ยนไปใช้ข้อกล่าวหาว่าจะ “ล้มเจ้า” มาทำลายแทน


เพื่อสื่อสารว่ามีคนคิดเปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบที่ไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ขึ้นในเมืองไทย

แล้วก็แจ้งความ กล่าวหา ส่งสำนวน และสั่งฟ้องกันให้ชุลมุนไป ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมืองตั้งแต่ก่อนการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เมื่อมวลชนใส่เสื้อเหลืองปรากฏตัวขึ้นอย่างดุดันก้าวร้าว มุ่งโค่นล้มรัฐบาลของฝ่ายประชาชนอย่างเป็นระบบและมีแรงสนับสนุนที่ดียิ่ง

จนต่อมามีการจับกุมคุมขังเกิดขึ้นหลายสิบรายทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศตามการจุดชนวนนั้น

โชคดีที่การรณรงค์ของระบอบคอมมิวนิสต์ในระดับโลกสิ้นสุดลงไปพร้อมกับสงครามเย็น แต่น่าสนใจว่าข้อหาคอมมิวนิสต์ใหม่คือ “ล้มเจ้า” จะไปจบลงตรงไหน เนื่องจากเงื่อนไขที่ไม่เหมือนกัน กรณีคอมมิวนิสต์มีที่มาของเรื่องที่ชัดเจนและเป็นปรากฏการณ์ในหลายประเทศทั่วโลก แต่กรณีหลังขาดทั้งความชัดเจนทางกฎหมายและมีลักษณะครอบงำทางสังคมจนไม่ต้องถามเหตุผล

ที่สำคัญคือเป็นปรากฏการณ์เฉพาะตัวของเมืองไทยที่สังคมโลกกำลังจับตามองอย่างสงสัย

สถาบันพระมหากษัตริย์มีอยู่ในหลายประเทศ แต่ไม่ปรากฏว่าประเทศใดยกเรื่องนี้ขึ้นมาไล่ล่าขับเคี่ยวกันอย่างนี้

หลายประเทศไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่ากฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแปลว่ากระไร ยกเว้นฝรั่งเศส ซึ่งก่อการปฏิวัติประชาชนโค่นล้มกฎหมายประเภทนี้โดยตรง เราจึงรับมรดกเก่าๆ ของเขามาเรียกกันว่า les majesty

แต่เอาเถิด เมื่ออุตส่าห์ขุดค้นมาใช้งานกันถึงขนาดนี้แล้ว ตั้งวงคุยกันสักหน่อยไม่เสียหายอะไรไปมากกว่านี้หรอกครับ

สิ่งสำคัญอย่างยิ่งในสถาบันพระมหากษัตริย์ของทุกประเทศทั่วโลกคือ พระราชอำนาจ

พระราชอำนาจนั้นมีหลายทาง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นอำนาจทางการเมือง ซึ่งรวมทั้งพิธีการและงานเฉพาะกิจอย่างสงคราม อำนาจทางสังคม และอำนาจทางวัฒนธรรม ส่วนอำนาจทางเศรษฐกิจนั้นไม่มีมากนักในสถาบันกษัตริย์ของโลก

ข้อกล่าวหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจึงแปลว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำการที่ถือว่าหมิ่นอานุภาพอันล้นพ้นและยิ่งใหญ่ของพระองค์ท่าน
การหมิ่นพระราชอำนาจจึงเป็นหัวใจของเรื่อง
แต่คนที่มุ่งทำลายศัตรูเพื่อหวังผลทางการเมือง เขานำข้อกล่าวหาเรื่องการหมิ่นพระราชอำนาจมาขยายจนเป็นการล้มเจ้าหรือทำให้คนทั่วไปคิดไปถึงขนาดนั้น

คนละเรื่องกันแท้ๆ ก็เอามาคลุกเคล้ากันจนเกิดความเสี่ยงต่อสถาบันเอง ตามคำโบราณว่าเสี่ยงพระมหากษัตริย์

ข้อกล่าวหาว่า “ล้มเจ้า” หมายความว่ามีขบวนการอย่างเป็นรูปธรรมที่ทำงานยึดโยงกันเป็นหมู่คณะ มีแผน มีหน่วยปฏิบัติการอะไรต่างๆ มากมาย แม้กระทั่งอาวุธยุทโธปกรณ์ ฟังดูน่ากลัวยิ่งนัก

แต่ผู้ที่ถูกกล่าวหา ถูกไล่ล่า และถูกจับกุมแต่ละราย กลับเป็นบุคคลเดี่ยวๆ ที่กระทำการต่างกรรมต่างวาระกันอย่างชัดเจนไม่มีความเชื่อมโยงกัน

หากขบวนการอย่างนี้มีจริง และผู้ที่มีหน้าที่ที่อ้างความจงรักภักดีทั้งหลายไม่นำออกมาให้สังคมได้เห็นเป็นประจักษ์ ก็เท่ากับว่าผู้ที่ขยันกล่าวหาคนอื่นนั่นเองที่เป็นตัวการสำคัญในเรื่องนี้ เพราะละเว้นไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่อันสำคัญ

ส่วนข้อเสวนาเรื่องพระราชอำนาจนั้น มีความสำคัญต่ออนาคตของบ้านเมืองอย่างที่สุด เพราะจะนำไปสู่ทางออกทางการเมืองหรือจะสร้างปัญหายิ่งไปกว่านี้ก็ได้

พระราชอำนาจมิใช่สิ่งที่ทรงใช้โดยพระมหากษัตริย์เท่านั้น ยังมีผู้ที่ใช้พระราชอำนาจอย่างที่เรียกว่าทำหน้าที่ในพระปรมาภิไธยอีกเป็นจำนวนมากในเมืองไทย เช่น ตุลาการผู้ขึ้นบัลลังก์ทำหน้าที่ “ศาล” ผู้มีอำนาจโยกย้ายข้าราชการระดับสูง องคมนตรี เป็นต้น

แม้กระทั่งพระบรมวงศานุวงศ์และคนทั่วไปที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้แทนพระองค์ในบางกรณี ก็ใช้พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์อยู่ในห้วงเวลานั้นๆ

รวมความแล้วพระราชอำนาจของกษัตริย์ถือเป็นส่วนหนึ่งของอำนาจรัฐ

อำนาจรัฐคือเงื่อนไขสำคัญที่บอกเราว่า จะเขียนรัฐธรรมนูญและบังคับใช้รัฐธรรมนูญอย่างไรให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในรัฐ

รัฐธรรมนูญคือสิ่งที่ระบุว่าคนทุกๆ คนในรัฐนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไร เช่น กษัตริย์กับราษฎร เจ้าหน้าที่ของรัฐกับประชาชน ข้าราชการทหารกับข้าราชการพลเรือน สิทธิและหน้าที่ของปัจเจกบุคคล เป็นต้น

ข้อเสวนาในเวลาอันควรเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดได้ จึงต้องเกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะสามปีที่ผ่านมา ซึ่งเกิดการกล่าวอ้างพระราชอำนาจหรือแม้แต่สงสัยกันว่าแอบอ้างพระราชอำนาจบ่อยครั้งอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

จริงหรือปลอมก็ถือว่ามีผลกระทบในทางลบทั้งนั้น เพราะการเมืองที่แล้วมาสามปีเป็นแบบ “ขวาพิฆาตประชาธิปไตย” ใครรับอุปถัมภ์ไว้เป็นซวยทุกคน ไม่ว่าหน้าไหนทั้งนั้น

จึงขอเตือนมายังคนที่ชอบกล่าวหาคนอื่นเรื่อง “ล้มเจ้า” ว่า หากเจตนาคือการรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ จงหยุดการกระทำเช่นนี้ในทันที แต่ถ้าเจตนาเร้นลับคือการทำให้สถาบันฯ เสียหาย ก็ขอให้คณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสถาบันฯ พิจารณาโดยใช้สติปัญญาอย่างแยบคาย หรือ โยนิโสมนสิการ

ขนาดยอมให้โจรมาจัดงานที่เรียกว่ามหามงคล จะช่วยเสริมหรือทำให้ทรุด ใช้พุทธปัญญากันเอาเอง.





ปกป้องสถาบัน?-นับแต่สนธิ ลิ้มทองกุล และขบวนการเสื้อเหลืองใช้สถาบันเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อชัยชนะของตนเอง และอ้างว่าปกป้องสถาบัน ทั้งกล่าวหาว่าทักษิณและฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยต้องการล้มสถาบัน ก็ทำให้กระทบกระเทือนต่อเบื้องสูงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
v
v
v

9 comments:

  1. ขอเป็นกำลังใจให้คุณจักรภพครับ ที่ถูกกระทำโดยวิธีสกปรกและน่าเกลียดอย่างสิ้นดี ขอให้คุณยึดมั่นอุดมการณ์ที่มั่นคงไว้นะครับ ผมเชื่อว่าสักวัน ต้องเป็นวันของพวกเรา

    ReplyDelete
  2. ขอเป็นกำลังใจให้กับคนไทยสู้กับไอ้เศรษฐีขี้โกงและพวกทุนสามานย์ชาติชั่ว สักวันคนไทยต้องก้าวข้ามไอ้พวกขี้โกงครับ

    ReplyDelete
  3. หาวววววววว เบื่อจัง ใครเอาไอ้นี่ไปลงนรกที

    ReplyDelete
  4. คำว่าชาติไทย

    ต้องประกอบไปด้วย

    ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    แล้วถ้าไม่มีพระมหากษัตริย์

    กรูขอถามหน่อย

    แล้วเขาจะเรียกว่าชาติไทยได้อย่างไร?

    หากคุณไม่สามารถทำเพื่อคนไทยได้อย่างที่พระมหากษัตริย์ทรงทำได้

    พวกมรึงก็อย่าได้เห่า

    แน่จริง

    ทำให้คนไทยทั้งชาติรักและเคารพมรึงด้วยใจจริง


    โดยที่มรึงไม่ต้องเอาเงินมาจ้างดิ

    กรูถึงจะเชื่อมรึง

    ReplyDelete
  5. This comment has been removed by the author.

    ReplyDelete
  6. “ไพร่ผ่านฟ้า” VS “อำมาตย์มอนเตฯ”

    ถ้ายอมรับความจริง และรู้จักยั้งคิดกันสักนิด เชื่อแน่ว่าคนเสื้อแดงจะต้องมองเห็นธาตุแท้ ความเห็นแก่ตัวของ “นช.ทักษิณ ชินวัตร” อย่างล่อนจ้อน เพราะหลังจากปลุกระดมให้คนเสื้อ แดงออกมาชุมนุมเพื่อตัวเอง เขากลับสั่งให้ลูกไพร่ เมียไพร่ และญาติโกโหติกาไพร่ทั้งหลายออกนอกประเทศทันทีเพื่อความปลอดภัย แล้วปล่อยให้ 'ไพร่เสื้อแดง' ชุมนุมตากแดดตากฝน นอนจมกองขี้กองเยี่ยวของตัวเองอยู่บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ

    แต่ที่ปวดใจไปกว่านั้นคือ ภาพที่นช.ทักษิณควงแขน 'ลูกไพร่' ทั้งสามคนเดินอ้อล้อคลอเคลียชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของเกาะแห่งหนึ่งใน สาธารณรัฐมอนเตเนโกรอย่างสบายใจ โดยเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวจากดูไบไปถึงเมืองติวาต เมืองริมทะเลของมอนเตเนโกร เมื่อวันที่ 13 มี.ค.

    เสร็จแล้วก็พากันไปท่องเที่ยวอย่างสบายอกสบายใจ พร้อมกับพากันไปเดินช้อปปิ้ง และทัวร์ เดลต้า ซิตี้ จากนั้นตกค่ำก็มีการดื่มด่ำดินเนอร์กันอย่างหรูหราอยู่ในโรงแรมแอสโทเรีย

    หนังสือพิมพ์ "เดลี่ เอ็กซ์เพรส" ของมอนเตเนโกรได้รายงานเมื่อวันที่ 9 พ.ค. ว่า นช.ทักษิณได้ตัดสินใจที่จะซื้อเกาะ"สเวตติ นิโคลา"นอกชายฝั่งเมืองบุดวา เมืองท่องเที่ยวหลักของมอนเตเนโกร ริมทะเลเอเดรียติก ฉายาเกาะ"ฮาวาย" ภายหลังที่ธนาคารเพอร์วา บังก้า เซอร์เน โกเร่ ได้ประกาศประมูลขายเกาะดังกล่าว เป็นมูลค่า 28 ล้านยูโรหรือประมาณ 1,288 ล้านบาท โดย นช.ทักษิณเป็นหนึ่งในผู้สนใจซื้อเกาะดังกล่าวจากการเปิดขายเกาะแห่งนี้

    เพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ยื่นคำร้องไปยังกระทรวงมหาดไทยให้เปิดเผยข้อมูลว่า ใครเป็นผู้ตัดสินใจ เนื่องจากเป็นที่ชัดเจนว่า คุณสมบัติของนักโทษหนีคดีผู้นี้ไม่เข้ากับเกณฑ์การให้สัญชาติตามกฎหมายสิทธิ ความเป็นพลเมืองของมอนเตเนโกร

    เช่นเดียวกับ “นายแอนดริจา โพโพวิก” หัวหน้าพรรคลิเบอรัล ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านมอนเตเนโกร ได้ขอให้กระทรวงต่างประเทศและมหาดไทยของมอนเตเนโกรตรวจสอบว่า นช.ทักษิณได้สัญชาติมอนเตเนโกรด้วยวิธีใด เพราะเป็นที่รู้กันว่าบุคคลต่างชาติที่ถูกศาลตัดสินจำคุก 1 ปีหรือมากกว่านั้น ไม่สามารถที่จะได้รับสถานะการเป็นพลเมืองของมอนเตเนโกรได้ขณะที่ยังมีคนอีก หลายพันคนที่อาศัยอยู่ในมอนเตเนโกรและถือเป็นบ้านเกิดของพวกเขา แต่กลับไม่ได้รับสถานะพลเมือง เพราะอุปสรรคในขั้นตอนของราชการ



    นอกจากนี้ กรณีดังกล่าวยังทำให้มีพลเมืองไทยได้เฟซบุ๊กติดต่อไปยังผู้มีอำนาจและผู้มี บทบาทในแวดวงการเมืองของมอนเตเนโกร เพื่อสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว และความพยายามนี้ก็เป็นผลเมื่อ “นายเนบอจซา เมโดเจวิช “หัวหน้าพรรคเคลื่อนไหวเพื่อความเปลี่ยนแปลง หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านอันดับสองได้ตอบข้อความทางเฟซบุ๊กของชาวไทยผู้หนึ่งที่ ส่งข้อความไปสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว โดยนายเมโดเจวิชบอกว่า

    “... ทุกวันนี้นายกรัฐมนตรีของมอนเตเนโกรก็ก่ออาชญากรรมในอิตาลีเช่นกัน แต่เพราะเอกสิทธิ์คุ้มครองทางการเมืองทำให้อัยการของอิตาลีไม่สามารถดำเนิน คดีกับเขาได้ นายยูคาโนวิชเปิดประเทศของเรา (มอนเตเนโกร) ให้กับอาชญากรจำนวนมากที่มีพฤติกรรมเหมือนกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผมในฐานะของผู้นำพรรคการเมืองที่สนับสนุนการไม่ประนีประนอมกับองค์กร อาชญากรรมใดๆ เพราะ … นั่นจะหมายถึงการคอร์รัปชั่นที่เพิ่มขึ้น เรากำลังจะประชุมสภากันใน 2 วันนี้ เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพราะความเกี่ยวพันของรัฐบาลกับองค์กรอาชญากรรม ทั้งนี้ประเด็นหนึ่งที่เราจะหยิบยกขึ้นในการประชุมจะรวมถึง การเคลื่อนไหวที่ผิดกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย...”

    ReplyDelete
  7. ไอไพร่ชั่วหน้าเหลี่ยมหัวเถิกเกิดมาหนักแผ่นดินไทย
    ไอไพร่เสื้อแดงก็หน้าโง่เป็นเหยื่อของไอไพร่หัวเถิก

    ReplyDelete
  8. ช่าย ประเทศไทยต้องมี ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
    แล้วพวกคุณเอา จิตใต้สำนึกตรงนี้ไปไว้ไหน
    หรือมีคำใหม่ ว่า ชาติ ศาสนา ทักษิณ
    ประเทศไทยไม่น่ายกเลิกระบอบการปกครองเลย
    เพราะทำให้คนไทยเดี๋ยวนี้กลายเป้นวัวลืมส้นตีนไปแล้ว
    เห็นเป็นระบอบประชาธิปไตยหน่อย ก้เรียกร้องสิทธิกันใหญ่โต
    รู้ยังงี้ไม่น่าให้ พ่อร.5 ยกเลิกระบอบไพร่เลย
    เพราะทุกวันนี้มันไม่สำนึกบุญคุณแผ่นดิน
    กลับจะไปล้มราชวงศ์ของท่านพ่อ ร.5อีก
    ขอให้มันที่คิดร้ายต่อพระมหากษัตริย์จึงมีแต่ความพินาศ

    ReplyDelete

Note: Only a member of this blog may post a comment.