<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-5629707013494315106</id><updated>2012-02-09T17:05:42.554-05:00</updated><category term=': Democratic Chemist'/><category term='ชมรมฟ้าใหม่'/><category term='ปัญญาชนไทยใน NY-NJ'/><category term='jeedjobjoy'/><category term='จากนาย วอชิงตัน'/><category term='นปช U.S.A  ( NY-NJ )'/><category term='นปช นิวยอร์ค'/><category term='ต่อต้านผู้ก่อการร้าย พันธมิตร'/><category term='ผู้แปลง เสื้อแดงนิวยอร์ค'/><category term='ny_wooside'/><category term='พี่สุ ชมรมคนจริงใจ'/><category term='ผู้นำกลุ่มประชาชนผู้รักชาติ'/><category term='ชมรมฟ้าใหม่ newskythailand.com'/><title type='text'>นปช U.S.A ( NY- NJ )</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://woodsideny.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://woodsideny.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><link rel='next' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default?start-index=101&amp;max-results=100'/><author><name>New york-New jersey-Houston,TX.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02538000324769293956</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='33' height='16' src='http://1.bp.blogspot.com/_gY87zq_nS84/ST4hFXEf0_I/AAAAAAAABxM/by3FuQXLzVg/S220/norporchorusalogosmall.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>126</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5629707013494315106.post-4297536805258396139</id><published>2012-01-03T17:31:00.002-05:00</published><updated>2012-01-03T17:41:24.882-05:00</updated><title type='text'>อีกหนึ่งชุดข้อเสนอ: เพื่อปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในประเทศไทย</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-_N61FyhvII4/TwOD82N3c6I/AAAAAAAAChE/zBPOOrF0RNc/s1600/tv112.gif"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;width: 90px; height: 90px;" src="http://4.bp.blogspot.com/-_N61FyhvII4/TwOD82N3c6I/AAAAAAAAChE/zBPOOrF0RNc/s200/tv112.gif" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5693539435295503266" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;อีกหนึ่งชุดข้อเสนอ: เพื่อปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในประเทศไทย.&lt;br /&gt;by Junya Lek Yimprasert on Thursday, December 29, 2011 at 9:01am&lt;br /&gt;แม้จะอยู่ท่ามกลางการใช้มาตรา 112 ปิดทุกการวิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าจะด้วยสุจริตใจก็ตาม เราจำเป็นต้องฝ่าความกลัวมาตรา 112 และกล้านำเสนออย่างตรงไปตรงมาว่า ประเทศไทยยามนี้ หลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไปที่จะเปิดพื้นที่แห่งการถกเถียงเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ผูกโยงอย่างแนบแน่นกับสถาบันทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และสถาบันศาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันจำเป็นที่ประชาชนต้องเริ่มตั้งคำถามกับสถาบันกษัตริย์และทหารของพระองค์ในหลายประเด็น ทั้งนี้เพื่อช่วยกันลดบรรยากาศแห่งความ "สุดทน" ให้เป็นเงื่อนไขให้เกิดการ "ลุกขึ้นสู้" และทำให้ "ทหาร" ใช้เป็นเงื่อนไขปฏิวัติในนาม "ปกป้องสถาบันฯ" ได้อีกต่อไป จึงขอนำเสนอข้อเสนอแนะ ที่คิดว่าควรจะมีการคุยกันได้อย่างเปิดเผยมากขึ้น ได้แก่ . . &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. เปิดให้อภิปรายได้อย่างกว้างขวางในเรื่องที่เกี่ยวกับการนำภาษีประชาชนไปใช้ เพื่อบำรุง/รักษา/ปกป้อง/สถาบันกษัตริย์ ทั้งงบอุดหนุนทางตรงที่ให้กับวัง กว่าปีละ 2-3,000 ล้านบาท (70 กว่าล้านยูโร สูงกว่าที่ประเทศสเปนอุดหนุนสถาบันกษัตริย์ของสเปนถึง 17 เท่า และสูงกว่าเกือบทุกประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข) ประชาชนต้องต้องสามารถวิจารณ์การนำภาษีของชาติไปใช้เพื่อการนี้ได้ และวังจะต้องเปิดเผยรายงานค่าใช้จ่ายต่อสาธารณชน  - และงบทางอ้อม ที่จะพูดถึงต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ควรมีการตั้งคณะกรรมการที่พิจาราณาปรับปรุงแก้ไขเรื่องพระราชธรรมเนียมวิถีของพระราชสำนัก ที่หรูหราฟุ้มเฟือย ล้าสมัย มีระเบียบขั้นตอนมากเกินจำเป็น  และไม่อยู่บนพื้นฐานของการเคารพสิทธิความเท่าเทียมกันของมนุษย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ต้องตั้งคำถามกับการที่ทรงรับรองรัฐประหารและรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารร่วม 10 คณะ ตลอดรัชสมัย เพื่อที่จะบอกว่าไม่อาจจะทำเช่นนั้นได้อีกต่อไป . .  ประเทศประชาธิปไตยไม่อาจยอมรับรัฐประหารได้ และพระประมุขของประเทศก็ไม่อาจรับหรือมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับรัฐประหารได้อย่างเด็ดขาด!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. ต้องเปิดให้มีการวิจารณ์การอ้างว่า "ปกป้องสถาบันฯ" ในโครงการ "พระราชดำริ" เพื่อ "เฉลิมพระเกียรติ" และตามปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง" เพราะที่ผ่านมามีการใช้กันอย่างพร่ำเพรื่อ ตรวจสอบไม่ได้ และถูกข้าราชการ ทหาร ตำรวจ หรือนักการเมืองที่ฉ้อฉล นำไปใช้ในทางที่ผิดมากมาย และยังใช้เป็นเกราะปกป้องการตรวจสอบและวิจารณ์จากชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ  รวมทั้ง "ในตัวของอำนาจต่างๆ ของมัน" ได้ปิดกั้นการแสวงหาแนวทางพัฒนาประเทศในวิธีอื่นๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันได้มีอิทธิพลและส่งผลต่อการกำหนดทิศทางการใช้งบประมาณภาษีของประชาชนอีกปีละหลายแสนล้านบาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.  ยกเลิกการผูกขาดแนวการแก้ปัญหาความเดือดร้อนดั่งเดิมตามวิถี "สังคมสงเคราะห์" แบบถุงยังชีพพระราชทานและในพระบรมราชา/ราชินูเคราะห์ หรือมูลนิธิภายใต้การกำกับของพระบรมวงศานุวงศ์ ต่างๆ แล้วเปิดพื้นที่นำเสนอแนวทางแก้ปัญหาด้วยการวางระบบ "ประกันสังคม" "ประกันวิกฤติภัยแบบฉุกเฉินและหลีกเลี่ยงไม่ได้" ให้กับคนทั้งประเทศ ปัจจุบันมีเพียงลูกจ้างรัฐและเอกชนเท่านั้นมีมีระบบประกันสังคมดูแลบ้าง (เมื่อยังคงสถานะเป็นลูกจ้างอยู่)  ในขณะที่ประเทศไทยยังมีเกษตรกร  คนหาเช้ากินค่ำ และคนที่ไม่ได้มีการจ้างงานในระบบอีกกว่า 70 % ที่ไม่มีระบบประกันสังคมใดๆ รองรับมากไปกว่า "ประกันสุขภาพ" ที่เลือกปฏิบัติและก็ยังไม่ดีพอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. ยกเลิกการปิดกั้นถนนอย่างพร่ำเพรื่อเวลาเสด็จ/ ยกเลิกการโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้านเดียว/ ยุติการบังคับเสนอข่าวตอน 2 ทุ่ม/ ยุติการจัดฉากสร้างภาพเวลาเสด็จที่ไหน/ ยุติการรับหรือบริจาคในพระราชกุศล ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. สิทธิในการ "ชอบ" หรือ "ไม่ชอบ" หรือ "ต้องการให้มี" หรือ "ไม่ต้องการให้มี" สถาบันพระมหากษัตริย์ทำได้ในเกือบทุกประเทศที่มีสถาบันกษัตริย์ฯ ขั้วอำนาจเก่าในเมืองไทยและสถาบันทหาร และตำรวจ ต้องยุติการสนับสนุนรอยัลลิสต์หัวรุนแรง ที่ปลุกกระแสความเกลียดชัง และยุยงให้ประชาชนฝ่ายรอยัลลิสต์ทำร้ายประชาชนคนอื่นที่คิดต่าง เพราะที่ผ่านมามีประชาชนต้องเสียชีวิตไปด้วยมาตรการนี้หลายหมื่นคนตลอดรัชสมัย มันเป็นการเสียชีวิตที่มากเกินพอแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.  ลดกองกำลังรักษาพระองค์จาก 50,000 กว่านาย เหลือไม่เกิน 1,000 นาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. ต้องยกเลิกมาตรา 112 แก้รัฐธรรมนูญในหมวดพระมหากษัตริย์ ยกเลิกองคมนตรี  ลดพระราชอำนาจในการลงพระปรมาภิไธย  ยุติบทบาทสถาบันฯ กับทางการเมืองโดยเด็ดขาด ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10. ต้องแยกองค์กรศาสนา ออกมาจากสถาบันพระมหากษัตริย์ และสถาบันการเมือง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11. รวมทั้งข้อเสนอ 8 ข้อของ ดร. สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อันได้แก่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ยกเลิก รธน. มาตรา 8 เพิ่มมาตรา ในลักษณะเดียวกับ รธน.27 มิย 2475 (สภาพิจารณาความผิดของกษัตริย์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ยกเลิก ประมวลกฎหมายอาญา ม.112&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ยกเลิก องคมนตรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. ยกเลิก พรบ. จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ 2491&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. ยกเลิก การประชาสัมพันธ์ด้านเดียวทั้งหมด การให้การศึกษาแบบด้านเดียวเกี่ยวกับสถาบันทั้งหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. ยกเลิก พระราชอำนาจ ในการแสดงความเห็นทางการเมืองทั้งหมด (4 ธันวา, 25 เมษา "ตุลาการภิวัฒน์" ฯลฯ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. ยกเลิก พระราชอำนาจ ในเรื่อง โครงการหลวง ทั้งหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. ยกเลิก การบริจาค / รับบริจาค โดยเสด็จพระราชกุศล ทั้งหมด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;* * * * * * * * *&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่เป็นข้อเสนอชุดหนึ่งเท่านั้น ของประชาชนไทยคนหนึ่ง ด้วยเจตนาโดยสุจริตอย่างแท้จริง ที่ต้องการเห็นประเทศพัฒนาก้าวหน้า และไม่ต้องการเห็นการนองเลือดอีกครั้งหรือหลายครั้งในประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราจะก้าวไปข้างหน้าไม่ได้ ถ้าสถาบันหลักของชาติอื่นๆ โดยเฉพาะสถาบันกษัตริย์ สถาบันทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ที่อิงแอบกับพระราชอำนาจของสถาบันกษัตริย์ อย่างเหนียวแน่น ยังไม่ยอมปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกสมัยใหม่ และความบีบคั้นทางเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของประเทศ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราเชื่อว่า ประชาชนคนอื่นๆ ในประเทศไทย ยังมีข้อเสนออีกมากมาย ที่จะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ และเพื่อการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่งเสริมให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นเหล่านี้อย่างบริสุทธิ์ใจเถิด จักถือได้ว่าเป็นการ "ปรองดอง" เพื่อประโยชน์ของชาติที่ "ดีที่สุด" ยามนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จรรยา ยิ้มประเสริฐ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;29 ธันวาคม 2554&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5629707013494315106-4297536805258396139?l=woodsideny.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/4297536805258396139'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/4297536805258396139'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://woodsideny.blogspot.com/2012/01/blog-post.html' title='อีกหนึ่งชุดข้อเสนอ: เพื่อปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในประเทศไทย'/><author><name>New york-New jersey-Houston,TX.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02538000324769293956</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='33' height='16' src='http://1.bp.blogspot.com/_gY87zq_nS84/ST4hFXEf0_I/AAAAAAAABxM/by3FuQXLzVg/S220/norporchorusalogosmall.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/-_N61FyhvII4/TwOD82N3c6I/AAAAAAAAChE/zBPOOrF0RNc/s72-c/tv112.gif' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5629707013494315106.post-6674496063025035098</id><published>2011-12-28T23:56:00.001-05:00</published><updated>2011-12-29T00:02:47.522-05:00</updated><title type='text'>UltraSurf สุดยอดโปรแกรมเข้าเว็บที่ถูกแบนจาก ICT</title><content type='html'>UltraSurf สุดยอดโปรแกรมเข้าเว็บที่ถูกแบนจาก ICT ไม่ว่าจะโดนเน็ต เครือข่ายไหนก็ตาม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;สืบเนื่องจากสถานการทางการเมืองที่ไม่ปรกติ และการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ ซึ่งอนุญาติให้รัฐใช้อำนาจในการควบคุมการเผยแพร่ข่าวสารของสื่อมวลชน ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีการทยอยบล็อกเว็บข่าวสารที่อยู่คนละฝั่งจากรัฐบาล ไม่เว้ณแม้แต่แบนเว็บบล็อกของ Blogger บางเว็บที่เสนอเนื้อหาอยู่คนละฝั่งกับรัฐบาล ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซด์เหล่านั้นได้&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;[Image: ultrasurf9.jpg]&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;โปรแกรม UltraSurf เป็นโปรแกรมที่ต่อต้านการเซ็นเซอร์ ผลิตโดย UltraReach Internet Corp มันสามารถช่วยในเรื่องของการรักษาข้อมูลส่วนตัีวได้อย่างปลอดภัยโดยการใช้ ระบบ proxy เข้ามาช่วยซึ่งทำให้เราสามารถที่จะเข้าเว็บต่างๆได้อย่างอิสระ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;จุดแข็งของ โปรแกรม UltraSurf&lt;br /&gt; Privacy นโยบายการรักษาข้อมูลส่วนตัว&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Protect Internet privacy with anonymous surfing and browsing — hide IP addresses and locations, clean browsing history, cookies &amp; more&lt;br /&gt; ปกป้องความเป็นส่วนตัวกับอินเทอร์เน็ตแบบนิรนามกระดานโต้คลื่นและการ เบราส์ – ซ่อนที่อยู่ IP และสถานที่ที่สะอาดเรียกดูประวัติการคุกกี้และอื่นๆ …&lt;br /&gt; Security การรักษาความปลอดภัย&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Completely transparent data transfer and high level encryption of the content allow you to surf the web with high security.&lt;br /&gt; พร้อมมูลโปร่งใสและการถ่ายโอนข้อมูลระดับสูงเข้ารหัสของเนื้อหาช่วยให้ คุณสามารถท่อง​เว็บด้วยการรักษาความปลอดภัยสูง.&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Freedom อิสรภาพ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;UltraSurf allows you to overcome the censorship and blockage on the Internet. You can browse any website freely, so as to obtain true information from the free world. UltraSurf&lt;br /&gt; ช่วยให้คุณสามารถเอาชนะการ censor และขัดขวางบนอินเทอร์เน็ต. ใดๆที่คุณสามารถเรียกดูเว็บไซต์อิสระดังนั้นจึงเป็นความจริงเพื่อขอรับ ข้อมูลจากฟรีโลก.&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Function พิเศษของ โปรแกรม UltraSurf&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;[Image: ultrasurf.jpg]&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;(1) ปกป้องความลับส่วนตัว&lt;br /&gt; UltraSurf จะปกป้องผู้ใช้โดยการซ่อน IP address, การลบ browsing history – cookie เป็นต้น&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;(2) การเข้ารหัสข้อมูลที่แข็งแกร่ง&lt;br /&gt; UltraSurf นั้นสามารถใช้การเข้ารห้สโดย SSL ได้เช่น การ login เข้าไปดูเงินของธนาคาร, การซื้อ&lt;br /&gt; ของผ่าน web ต่างๆ เป็นต้น ข้อมูลทั้งหมดที่ผ่านออกไปจาก UltraSurf นั้นจะได้รับการ&lt;br /&gt; เข้ารหัสที่แข็งแกร่งเพื่อให้แน่ใจได้ว่าจะไม่มีใครสามารถเปิด packet เพื่ออ่านได้&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;(3) การ Support HTTPS&lt;br /&gt; UltraSurf supports https ผู้ใช่สามารถเยี่ยมชม web site ที่ใช้ “https” ได้ เพราะว่าข้อมูล&lt;br /&gt; มาอยู่ใน protocal https ได้ถูกเข้ารหัสไว้แล้ว&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;(4) Support ทุก Protocols พื้นฐานของ HTTP&lt;br /&gt; UltraSurf Support ทุก Protocols พื้นฐานของ HTTP ยกตัวอย่างเช่น webmail,&lt;br /&gt; javascripts, DHTML ฯลฯ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;(5) Support Secure Data Uploading และ Downloading&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโปรแกรม UltraSurf&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;1. มันจะปลอดภัยหรือไม่ถ้าใช้ UltraSurfเข้าไปที่ web site ต่างๆ? พวก third party software&lt;br /&gt; สามารถตรวจจับได้ไหมเมื่อ web site ถูกเปิดขึ้นมา?&lt;br /&gt; A: UltraSurf ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการเข้ารหัสข้อความเพราะฉะนั้นจึงไม่มี third party&lt;br /&gt; อันไหนที่สามารถตรวจับได้ว่าเราทำอะไรที่ web site นี้ ความปลอดภัยของข้อมูลเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างแรก&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;2. ถ้าใช้ UltraSurf post ข้อความต่างๆที่ forums หรือเยี่ยมชม web sites มันเป็นไปได้ไหม&lt;br /&gt; ที่ forum หรือ web site จะรู้ ip ที่แท้จริง?&lt;br /&gt; A: เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;3. หลังจากที่ใช้ UltraSurfe แล้วประวัติการเข้า web site จะถูกบันทึกลงไปที่ computer ไหม?&lt;br /&gt; A: ไม่หลังจากที่คุณออกจากโปรแกรมแล้วประวัติการเข้าเว็บรวมไปถึง cookieจะถูกลบออกไป&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;4. UltraSurf เป็น Trojan หรือ virus ใช่ไหม?&lt;br /&gt; A: ไม่ใช่ทั้งคู่แต่อาจจะมี antivirus บางที่ๆจะแสดงข้อความขึ้นมาเตือนทั้งนี้เพราะว่าโปรแกรม&lt;br /&gt; นี้สามารถฝ่า Firewall ได้จึงทำให้เกิดการเข้าใจผิดกัน ทางเราขอให้คำมั่นสัญญาว่าเราจะไม่แตะเอกสารใดๆของท่าน&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;5.บางที่ block port 9666 เอาไว้ต้องทำอย่างไรถึงสามารถใช้ UltraSurf ได้?&lt;br /&gt; A: 9666 เป็น port พื้นฐานของโปรแกรม เพราะสาเหตุนี้เองจึงทำให้เราใส่ option เอาไว้ให้ set port เองได้&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;6. UltraSurf มี pop up ขึ้นมาถามเรื่องการ update มันหมายความว่าอย่างไร ?&lt;br /&gt; A: UltraSurf มีระบบ auto-upgrade ทั้งนี้สาเหตุก็คือมี UltraSurf version ใหม่ออกมา&lt;br /&gt; โปรแกรมจึงแตือนให้มีการ update&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;*หมายเหตุ แปลมาจาก help ของโปรแกรม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;เรื่องน่ารู็เกี่ยวกับโปรแกรม UltraSurf&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;- UltraSurf ตั้งแต่เวอร์ชั่นแรกมีอายุครบ 6 ปีแล้วนะครับแล้วยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;- ถึงวันนี้มีผู้ใช้ UltraSurf เป็นล้านคน&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;- มีคนใช้ UltraSurf ใน 150 ประเทศทั่วโลก&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;- ใน 1 วันมีการเรียกใช้ข้อมูลบน UltraSurf มากกว่า 500 ล้านเว็บไซด์&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;- มีการใช้ทราฟฟิกบน UltraSurf มากกว่า 5000 กิกะไบต์ ใน1 วัน&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Download UltraSurf ได้ฟรีจากเว็บไซด์ของผู้ผลิต&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;a class="dark"href="http://www.ultrareach.com"target="_blank"&gt;Download UltraSurf&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ลิ้งดาวโหลด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5629707013494315106-6674496063025035098?l=woodsideny.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/6674496063025035098'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/6674496063025035098'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://woodsideny.blogspot.com/2011/12/ultrasurf-ict.html' title='UltraSurf สุดยอดโปรแกรมเข้าเว็บที่ถูกแบนจาก ICT'/><author><name>New york-New jersey-Houston,TX.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02538000324769293956</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='33' height='16' src='http://1.bp.blogspot.com/_gY87zq_nS84/ST4hFXEf0_I/AAAAAAAABxM/by3FuQXLzVg/S220/norporchorusalogosmall.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5629707013494315106.post-4978944900120549962</id><published>2011-12-18T21:43:00.002-05:00</published><updated>2011-12-18T21:53:13.793-05:00</updated><title type='text'>สารจาก phoenix griffin</title><content type='html'>สารจาก phoenix griffin &lt;br /&gt;สำหรับ ผู้ที่กังวลกับ ระบบ Guilty til proven Innocent ของศาลไทย&lt;br /&gt;ก็ขอถือโอกาสนี้มาแนะนำวิธีง่าย ๆ ที่ทำได้&lt;br /&gt;1. ข้อแรก ลบไฟล์ รูปภาพ ทั้งหลายที่คุณคิดว่าสุ่มเสี่ยงทิ้ง หรือ&lt;br /&gt;ย้ายไปยัง Flash Drive ให้หมด (แล้วซ่อนให้ดี ๆ หน่อย)&lt;br /&gt;2. ลง OS ใหม่ ไม่ว่าจะเป็น windows หรือ ubuntu หรือ อะไรก็ตาม&lt;br /&gt;(คนไม่มีความรู้ สามารถจ้างร้าน ให้เขาลงใหม่ได้ แต่ต้อง (ขอย้ำ)&lt;br /&gt;ต้องย้ายไฟล์ หรือลบไฟล์ออกให้หมดก่อน)&lt;br /&gt;จบ (ถ้าคุณสามารถลง OS ใหม่)&lt;br /&gt;3. สำหรับผู้ที่ไม่สามารถ ลง OS ใหม่ได้ หลังย้ายไฟล์ ลบไฟล์แล้ว&lt;br /&gt;ให้ delete history, cookie, form, password etc &lt;br /&gt;(อย่าลืมจด password เก็บไว้ก่อนเผื่อลืม)&lt;br /&gt;สำหรับ IE กด tool มองหา Internet Option (ล่างสุด)&lt;br /&gt;หน้าต่างใหม่จะเห็น Browsing History กด delete&lt;br /&gt;หน้าต่างใหม่ ติ๊กทุกอัน ยกเว้นอันแรกที่เขียนว่า Preserve Favorites Website Data&lt;br /&gt;กดปุ่ม delete &lt;br /&gt;สำหรับ Chrome กดปุ่ม กุญแจ ขวามือบน เลือก ตัวเลือก กดไป&lt;br /&gt;หน้าต่างใหม่เปิด มองซ้ายมือ เลือก ตัวเลือก ชั้นสูง กดไป&lt;br /&gt;เปลี่ยนหน้าต่างใหม่ อยู่บนสุดเลย เขียนว่า ล้างข้อมูลการท่องเวป กดไป&lt;br /&gt;หน้าต่างเล็กจะเปิด ให้เลือก ลบรายการต่อไปนี้จาก (คลิกลูกศร)&lt;br /&gt;ให้เลือก ตั้งแต่เริ่มต้น แล้ว ติ๊กทุกรายการด้านล่าง กด ล้างข้อมูลการท่องเวป&lt;br /&gt;4. ทำ Disk cleanup และ Defrag เครื่อง (จะทำให้คอมคุณเร็วขึ้นด้วย)&lt;br /&gt;5. Download โปรแกรมชื่อ Advance System Care&lt;br /&gt;&lt;a class="dark"href="http://download.cnet.com/Advanced-SystemCare-Free/3000-2086_4-10407614.html?tag=mncol;2"target="_blank"&gt;Download&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a &lt;br /&gt;เป็น ฟรีโปรแกรม ครับ จัดการดูแลเครื่องตามที่โปรแกรมมี&lt;br /&gt;(แนะให้เลือก Deep care เสร็จแล้ว กด Toolbox ไล่ Fix ไล่ Clean)&lt;br /&gt;6. สุดท้าย ทำหรือไม่ทำก็ได้ คือมองหาโปรแกรมพรางตัวมาใช้ครับ&lt;br /&gt;(ข้อเสียคือทำให้คอมคุณทำงานช้า น่าหงุดหงิด)&lt;br /&gt;หวังว่าคนไทยทุกคน จะโชคดีได้พบกับระบบ Innocent til proven Guilty&lt;br /&gt;ภายในปีหน้านี้ หลังจากปีศาจตาเดียว ลงนรกไปฮะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครดิต จาก phoenix griffin&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5629707013494315106-4978944900120549962?l=woodsideny.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/4978944900120549962'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/4978944900120549962'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://woodsideny.blogspot.com/2011/12/phoenix-griffin.html' title='สารจาก phoenix griffin'/><author><name>New york-New jersey-Houston,TX.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02538000324769293956</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='33' height='16' src='http://1.bp.blogspot.com/_gY87zq_nS84/ST4hFXEf0_I/AAAAAAAABxM/by3FuQXLzVg/S220/norporchorusalogosmall.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5629707013494315106.post-4506849424452000452</id><published>2011-12-10T19:16:00.014-05:00</published><updated>2011-12-10T19:49:07.863-05:00</updated><title type='text'>ประวัติศาสตร์ "สาธารณรัฐจีน"</title><content type='html'>            ประวัติศาสตร์ "สาธารณรัฐจีน"&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://2.bp.blogspot.com/-icE7DgeuEg8/TuP21O8Q0gI/AAAAAAAACek/bxM2y7J3Hz8/s1600/6sn14.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 200px; height: 129px;" src="http://2.bp.blogspot.com/-icE7DgeuEg8/TuP21O8Q0gI/AAAAAAAACek/bxM2y7J3Hz8/s200/6sn14.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5684658549076054530" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;           (ซ้าย) หยวนซื่อไข่ กับ (ขวา) ซุนยัตเซ็น บนธงสาธารณรัฐจีนในยุคต้น&lt;br /&gt;ภายหลังเหตุการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่อู่ชัง กระแสแห่งการปฏิวัติได้ลุกโชนลามเลียไปทั่วแผ่นดินจีน หลังจากที่กลุ่มปฏิวัติสามารถยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ ก็ได้เตรียมที่จะจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวเพื่อจัดสรรอำนาจปกครองอย่างเป็นทางการขึ้น ระหว่างการจัดตั้งกองกำลังแต่ละกลุ่มต่างเกิดความขัดแย้งกันอย่างหนัก ในการคัดสรรบุคคลที่จะก้าวเข้ามาเป็นผู้นำรัฐบาลชั่วคราว จนการจัดตั้งรัฐบาลต้องล่าช้าออกไป หน่วยงานกลางของสมาพันธ์ถงเหมิงที่อู่ฮั่นกับเซี่ยงไฮ้จึงได้ส่งโทรเลขไปยังกลุ่มปฏิวัติในแต่ละมณฑลเพื่อให้ส่งตัวแทนเข้ามาหารือในการจัดตั้งรัฐบาลกลาง&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/-dWvvuKx8G4I/TuP4PkXUXYI/AAAAAAAACew/JVy25Mnb-40/s1600/fxg13.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 145px; height: 200px;" src="http://4.bp.blogspot.com/-dWvvuKx8G4I/TuP4PkXUXYI/AAAAAAAACew/JVy25Mnb-40/s200/fxg13.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5684660101014904194" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;                     เครื่องแต่งกายที่แตกต่างในยุคสาธารณรัฐจีน&lt;br /&gt;ช่วงเวลานั้นประจวบกับซุนยัตเซ็นได้กลับมายังมายังประเทศจีนพอดี ทำให้การหารือของตัวแทน 17 มณฑลในวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ.1911 ได้มีการคัดเลือกเลือกให้ซุนจงซัน (孙中山)หรือซุนยัตเซ็นเป็นประธานาธิบดีชั่วคราว และกำหนดชื่อของประเทศเป็นสาธารณรัฐจีน (中华民国)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1912 ซุนยัตเซ็นจึงได้เข้าพิธีรับตำแหน่งประธานาธิบดีชั่วคราวคนแรกของสาธารณรัฐจีน และเมื่อถึงวันที่ 3 มกราคม จึงได้มีการเลือกด้วยมติเอกฉันท์จากตัวแทน 17 คนให้หลีหยวนหง (黎元洪) เป็นรองประธานาธิบดี ตัดสินใจใช้ธง 5 สีเป็นธงประจำชาติ และใช้ธงที่มีดาว 18 ดวงเป็นธงประจำกองทัพบก และธงฟ้าครามอาทิตย์น้ำเงินเป็นธงกองทัพเรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัฐบาลใหม่ได้เลือกให้เมืองนานกิง เป็นเมืองหลวงชั่วคราว ส่วนตัวแทนจากมณฑลต่างๆก็ได้แปรสภาพมาเป็นสภานิติบัญญัติชั่วคราว มีการผ่านร่างรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐจีนขึ้น อีกทั้งมีการประกาศกฎหมายใหม่ๆเป็นจำนวนมาก มีการประกาศให้ประชาชนทุกคนมีฐานะเท่าเทียมกัน มีสิทธิในการเข้ารับการเลือกตั้ง พักอาศัย นับถือศาสนา ชุมนุม วิพากษ์วิจารณ์ และเผยแพร่ความคิดของตนได้อย่างอิสระ จากนั้นได้ยกเลิกการเก็บภาษีการเกษตรแบบรีดนาทาเร้นของราชวงศ์ชิง สนับสนุนให้ชาวจีนโพ้นทะเลกลับมาลงทุนในประเทศ ด้านการศึกษามีการสอนในเรื่องของอิสรเสรีความเสมอภาค สนับสนุนให้โรงเรียนมีทั้งชายและหญิง ยกเลิกคำเรียกขานแบ่งชนชั้นในอดีตเช่น “ใต้เท้า” “นายท่าน” และให้หญิงชายทุกคนตัดผมเปียทิ้ง หญิงห้ามมัดเท้า และห้ามไม่ให้ประชาชนเล่นการพนัน สูบฝิ่น หรือเพาะปลูกฝิ่น&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://2.bp.blogspot.com/-Gk4bvmnZW2c/TuP4zbnbtNI/AAAAAAAACe8/4g6DWe1YJ-E/s1600/hcw12.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 138px; height: 200px;" src="http://2.bp.blogspot.com/-Gk4bvmnZW2c/TuP4zbnbtNI/AAAAAAAACe8/4g6DWe1YJ-E/s200/hcw12.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5684660717141865682" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;หยวนซื่อไข่&lt;br /&gt;ทว่าหลังสาธารณรัฐจีนได้ถูกสถาปนาขึ้นไม่นานก็ต้องพบกับแรงกดดันจากกลุ่มต่อต้านหลายกลุ่มที่ร่วมมือกัน โดยเฉพาะหยวนซื่อไข่ (袁世凯) ที่ใช้ทั้งกำลังกองทัพและการหลอกลวงทางการเมือง บีบให้คณะปฏิวัติต้องยอมส่งมอบอำนาจรัฐให้กับหยวนซื่อไข่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1912 ฮ่องเต้ผู่อี๋ได้ประกาศสละราชสมบัติ ต่อมาในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ดร.ซุนยัตเซ็น ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีต่อสภานิติบัญญัติ และทางสภาได้เลือกให้หยวนซื่อไข่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีชั่วคราวคนที่ 2 ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้ว่าหยวนซื่อไข่ จะสามารถแย่งชิงผลประโยชน์อันเกิดจากการปฏิวัติไปได้แต่เขาก็ยังมิได้พอใจ ยังคงฝันหวานอยากจะเป็น “ฮ่องเต้” อยู่ ดังนั้นเมื่อมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญขึ้นในวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ.1913 เนื่องจากรัฐธรรมนูญใหม่ได้กำหนดว่าผู้ที่จะมาเป็นประธานาธิบดีจะต้องได้เสียง 3 ใน 4 ทำให้หยวนซื่อไข่ส่งกำลังทหาร เข้าล้อมสภาฯ หลังจากการโหวต 2 ครั้งที่หยวนไม่ได้รับตำแหน่ง เขาจึงตัดสินใจใช้กำลังบีบให้สภาฯเลือกตนเองเป็นประธานาธิบดี และเข้าดำรงตำแหน่งในวันที่ 10 ตุลาคม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากนั้น หยวนได้ทำการยุบพรรคก๊กมินตั๋ง และสภาฯ จากนั้นได้ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แล้วจัดทำรัฐธรรมนูญที่ถูกเรียกขานเป็นฉบับหยวนซื่อไข่ขึ้น แล้วรวบอำนาจทางการทหารทั้งหมดมาไว้ที่ตน ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้หยวนสามารถเป็นประธานาธิบดีได้คราวละ 10 ปีไม่จำกัดวาระ ยังสามารถที่จะเลือดผู้สืบทอดได้เองอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้ว่าอำนาจของหยวนในขณะนั้น จะแทบไม่ต่างไปจากระบอบกษัตริย์แล้วก็ตาม ทว่าเดือนธันวาคมปีค.ศ. 1915 หยวนซื่อข่ายได้อ้างการเรียกร้องของประชาชน ในการประกาศฟื้นฟูระบบการปกครองระบอบกษัตริย์ขึ้น และตั้งชื่อปีรัชกาลของตนว่าหงเสี้ยน (洪宪) ทว่าการกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่ถูกต่อต้านอย่างรุนแรงจากซุนจงซันกับเหลียงฉี่เชา แม้แต่ต้วนฉีรุ่ย (段祺瑞) และเฝิงกั๋วจาง (冯国璋)ผู้นำกองทัพเป่ยหยางเองก็มีความไม่พอใจ จนกระทั่งวันที่ 25 ธันวาคมเช่อเอ้อ (蔡锷) และถังจี้เหยา (唐继尧) ได้ก่อตั้งกองทัพปฏิวัติขึ้นที่หยุนหนัน (ยูนนาน) โดยเริ่มต้นเปิดฉากสงครามพิทักษ์ชาติโจมตีหยวนซื่อข่าย โดยมีกุ้ยโจว กว่างซีที่ให้การสนับสนุน ในกองทัพเป่ยหยางเองก็ส่งสัญญาณต่อต้านมาไม่น้อย ทำให้ในที่สุดหยวนซื่อไข่จึงถูกบีบให้ยกเลิกระบอบกษัตริย์ในวันที่ 22 มีนาคม ค.ศ.1916 หลังจากที่เพิ่งสถาปนามาได้เพียง 83 วัน และกลับมาใช้ชื่อสาธารณรัฐจีน&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/-AOO8O4EhucE/TuP5MWyxKrI/AAAAAAAACfI/GFrrGPFS0wg/s1600/kzr11.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 190px; height: 200px;" src="http://4.bp.blogspot.com/-AOO8O4EhucE/TuP5MWyxKrI/AAAAAAAACfI/GFrrGPFS0wg/s200/kzr11.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5684661145343961778" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ภายหลังได้มีการแต่งตั้งให้ต้วนฉีรุ่ยให้จัดตั้งคณะรัฐบาลพร้อมควบตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ในขณะที่ต้วนเองก็บีบให้หยวนต้องส่งมอบอำนาจของกองทัพให้กับตน แต่หลังจากนั้นกว่างตง เจ้อเจียง ส่านซี หูหนัน และซื่อชวน (เสฉวน) กลับได้ส่งโทรเลขประกาศตัวเป็นอิสระไม่ยอมขึ้นกับหยวนซื่อไข่อีกต่อไป กระทั่งวันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 1916 หยวนได้ป่วยตายด้วยโรคปัสสาวะเป็นพิษ และเสียชีวิตด้วยวัย 57 ปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขบวนการ 4 พฤษภาคม&lt;br /&gt;หลังจากที่หยวนซื่อไข่ตายไปท่ามกลางเสียงก่นด่าของผู้คน หลีหยวนหงก็ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อ โดยมีต้วนฉีรุ่ยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทว่าในช่วงเวลานั้นได้เกิดความขัดแย้งขึ้นในกองทัพ ทำให้มีการเปลี่ยนตัวประธานาธิบดีกันบ่อยครั้ง โดยในวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ.1917 ได้มีการแต่งตั้งให้เฝิงกั๋วจาง มาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีปักกิ่ง พอมาถึงวันที่ 10 กันยายน ค.ศ. 1918 ก็แต่งตั้งสีว์ซื่อชัง(徐士昌)เป็นประธานาธิบดี กระทั่งในเที่ยงวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ.1919 ขณะที่สีว์ซื่อชัง กำลังจัดงานเลี้ยงอยู่ที่ทำเนียบประธานาธิบดีในจงหนันไห่ ก็เป็นช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ที่นักประวัติศาสตร์เรียกว่าขบวนการ 4 พฤษภาคมขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ตั้งแต่ปีค.ศ.1914 ญี่ปุ่นได้ประกาศสงครามกับเยอรมนี แล้วบุกยึดเกาะชิงเต่าและเส้นทางรถไฟเจียวจี้ไว้ตลอดทั้งสาย ควบคุมและแย่งชิงสิทธิทุกอย่างของเยอรมนีในมณฑลซันตงเอาไว้ กระทั่งในปีค.ศ. 1918 เมื่อสงครามโลกสิ้นสุด เยอรมนีพ่ายแพ้สงคราม ประเทศที่ชนะสงครามจึงได้ชัดเจรจาสันติภาพขึ้นในวันที่ 18 มกราคม ค.ศ. 1919 ขึ้นที่ปารีส รัฐบาลปักกิ่งกับรัฐบาลทหารที่กว่างโจวได้ร่วมกันส่งตัวแทนไปประชุม และได้ยื่นข้อเสนอให้ยกเลิกสิทธิพิเศษของประเทศต่างๆในจีน รวมถึงยกเลิกสัญญาอยุติธรรมที่หยวนซื่อไข่ได้ทำไว้กับญี่ปุ่น อีกทั้งคืนสิทธิพิเศษต่างๆในมณฑลซันตงที่ญี่ปุ่นได้ชิงมาจากเยอรมนี แต่เนื่องจากการประชุมในปารีสนั้นอยู่ภายใต้อิทธิพลของมหาอำนาจ ข้อเรียกร้องของจีนจึงไม่เพียงแต่ถูกปฏิเสธ แถมได้ระบุให้ยกเอาสิทธิพิเศษของเยอรมนีในซันตงโอนถ่ายมาให้กับญี่ปุ่น ทำให้ในขณะที่รัฐบาลปักกิ่งกำลังเตรียมจะลงนามในสนธิสัญญานั้น ประชาชนชาวจีนจึงลุกขึ้นมาประท้วงต่อต้านอย่างรุนแรง &lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/-Wks9jjwIJyU/TuP5hibTXzI/AAAAAAAACfU/Hm2EZn1TjB0/s1600/gi410.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 200px; height: 114px;" src="http://3.bp.blogspot.com/-Wks9jjwIJyU/TuP5hibTXzI/AAAAAAAACfU/Hm2EZn1TjB0/s200/gi410.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5684661509244018482" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;            นักศึกษาและประชาชนออกมาประท้วงในช่วงเหตุการณ์ขบวนการ 4 พฤษภาคม&lt;br /&gt;ในวันที่ 4 พฤษภาคม นักศึกษาจาก 13 สถาบันการศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยปักกิ่ง มัธยมปักกิ่ง มหาวิทยาลัยการศึกษา มหาวิทยาลัยเฉาหยาง มหาวิทยาลัยหมินกั๋ว ราว 3,000 คนได้ไปรวมตัวที่บริเวณจัตุรัสเทียนอันเหมิน แล้วร้องตะโกนว่า “ภายนอกชิงอธิปไตยชาติ ภายในปราบโจรแผ่นดิน” “ปฏิเสธการลงนามในสนธิสัญญา” “ยกเลิกสัญญา 21 ข้อ” “แม้ตายก็ขอเอาเกาะชิงเต่าคืน” โดยเป็นการแสดงให้เห็นถึงการยืนยันที่จะต่อต้านและขอให้ลงโทษเฉาหรู่หลิน (曹汝霖) ที่ถูกมองว่าเป็นกลุ่มขายชาติให้กับญี่ปุ่น โดยในครั้งนักศึกษาที่รักชาติได้พากันออกมาเดินขบวน แต่ก็ถูกทหารตำรวจกลุ่มใหญ่ทำการควบคุม และจับกุมตัวนักศึกษาไป 32 คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันต่อมานักศึกษาจากวิทยาลัยและมหาวิทายาลัยต่างทำการประท้วงหยุดเรียน และส่งข่าวการต่อต้านไปยังทั่วประเทศ แล้วจัดทั้งกลุ่มสมาพันธ์นักศึกษาขึ้น โดยการออกมาประท้วงของนักศึกษาในครั้งนี้ได้รับความสนใจและสนับสนุนจากผู้คนอย่างกว้างขวาง ในการช่วยกันกดดันให้รัฐบาลปักกิ่งทำการปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันที่ 19 นักศึกษาในปักกิ่งได้เริ่มต้นประกาศหยุดเรียนอีกครั้ง คราวนี้นักเรียนนักศึกษาในเทียนจิน เซี่ยงไฮ้ ฉางซา กว่างโจว ต่างก็ออกมาร่มเดินขบวน ในขณะที่นักศึกษาจีนที่ไปเรียนต่อในญี่ปุ่น ฝรั่งเศสก็เริ่มดำเนินกิจการสนับสนุนการประท้วง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมาในวันที่ 1 มิถุนายน รัฐบาลปักกิ่งจำต้องออกมาประณามกลุ่มคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกขายชาติ เพื่อที่จะยับยั้งกิจกรรมการประท้วงต่างๆ ทว่าหลังจากนั้นอีก 2 วันนักเรียนนักศึกษาก็ยังเดินหน้าออกกล่าวปราศรัย จนกระทั่งมีนักเรียนถูกจับไป 170 คน และถูกจับอีก 700 คนในวันต่อมา เมื่อถึงวันที่ 5 ก็ยังมีนักเรียนอีกกว่า 2,000 คนที่เดินขบวนอยู่บนท้องถนน การกระทำที่ใช้ความรุนแรงของทางการได้ทำให้บุคคลในวงการต่างๆไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง จนคนงาน 60,000 คนในเซี่ยงไฮ้ได้นัดหยุดงานสนับสนุนนักศึกษา แล้วลุกลามไปกลายเป็นมีการหยุดงานและเดินขบวนทั้งในปักกิ่ง ถังซัน ฮั่นโข่ว นานกิง เทียนจิน หังโจว ซันตง อันฮุยเป็นต้น นอกจากนั้นพ่อค้าในเซี่ยงไฮ้กับอีกหลายเมืองก็หยุดทำการค้าขาย การหยุดเรียน หยุดงาน และหยุดค้าขายได้แผ่ขยายไปกว่า 100 เมืองใน 20 มณฑลทั่วประเทศ&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/-DII2wt3adzM/TuP6CdY4uAI/AAAAAAAACfg/MES2kwhWvPQ/s1600/892v9.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 131px; height: 200px;" src="http://3.bp.blogspot.com/-DII2wt3adzM/TuP6CdY4uAI/AAAAAAAACfg/MES2kwhWvPQ/s200/892v9.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5684662074827388930" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;                             เจียงไคเช็คในวัยหนุ่ม&lt;br /&gt;ในที่สุดท่ามกลางแรงกดดันมหาศาล ในวันที่ 10 มิถุนายน รัฐบาลปักกิ่งจึงยอมปล่อยตัวนักศึกษาที่ถูกจับกุม และปลดเฉาหรู่หลิน ลู่จงอี๋ว์ และจางจงเสียงที่ถูกระบุว่าขายชาติออกจากตำแหน่ง ในวันที่ 27 นักศึกษา แรงงานและชาวจีนในฝรั่งเศสหลายร้อยคนได้เดินทางไปยังที่พักของตัวแทนรัฐบาลจีนในฝรั่งเศส เรียกร้องให้ปฏิเสธการลงนามในสนธิสัญญา จนในวันที่ 28 ไม่มีตัวแทนจากจีนไปลงนามในสนธิสัญญาดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์&lt;br /&gt;หลังจากเหตุการณ์ขบวนการ 4 พฤษภาคม กระแสและแนวความคิดใหม่ๆ ได้ไหลบ่าเข้ามาสู่แผ่นดินจีน โดยเฉพาะแนวความคิดลัทธิมาร์กซ์ที่แต่เดิมมีอิทธิพลในจีนเพียงเล็กน้อย ก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จนมีการจัดตั้งเป็นกลุ่มคอมมิวนิสต์ศึกษาขึ้น และได้รับการสนับสนุนจากองค์การคอมมิวนิสต์สากล จนได้มีการรวมตัวแทนกลุ่มต่างๆและจัดตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลา 20.00 น.ของวันที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 1921 การประชุมตัวแทนจากทั่วประเทศครั้งแรกของพรรคคอมมิวนิสต์จีนมีตัวแทนจากกลุ่มต่างๆเข้าร่วมทั้งสิ้น 12 คนอาทิเหมาเจ๋อตง (毛泽东), เหอซูเหิง ,ต่งปี้อู่,หลี่ต๋า,จางกั๋วเทา และเปาฮุ่ยเจิง ซึ่งเป็นตัวแทนของเฉินตู๋ซิ่วเป็นต้น (陈独秀)เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีคนจากองค์การพรรคคอมมิวนิสต์สากลมาเข้าร่วมด้วย จนกระทั่งเมื่อเสร็จสิ้นการประชุมใหญ่ในวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ประชุมได้เลือกเฉินตู๋ซิ่วให้เป็นเลขาธิการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ และประกาศตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ขึ้นอย่างเป็นทางการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภายหลังเมื่อดร.ซุนยัตเซ็น ได้ทำการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรคกั๋วหมินตั่ง หรือก๊กมินตั๋ง โดยอนุญาตให้สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาเข้าร่วมด้วย จากนั้นภายใต้ความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย กับทางโซเวียตจึงได้มีการจัดตั้งโรงเรียนทหารและการปกครองหวงผู่ ซึ่งนับเป็นผลิตผลแรกของความร่วมมือระหว่างซุนยัตเซ็นกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โรงเรียนทหารและการปกครองที่จัดตั้งขึ้น มีซุนยัตเซ็นเป็นผู้อำนวยการ และเจี่ยงจงเจิ้ง (蔣中正) หรือเจียงไคเช็ค เป็นครูใหญ่ ดร.ซุนได้วางจุดประสงค์ไว้ที่การ “สร้างกองกำลังปฏิวัติ เพื่อช่วยจีนให้พ้นวิกฤต” มีการจัดสอนการใช้อาวุธ สอนแนวความคิดลัทธิไตรราษฎร์ และแนวความคิดของลัทธิมาร์กซ์ โดยให้ความสำคัญทั้งหลักสูตรทางด้านการทหารและการปกครอง จนสามารถสร้างบุคลากรชั้นนำในประเทศในภายหลังได้เป็นจำนวนมาก โดยระหว่างปีค.ศ. 1924-1949 มีนักเรียนที่จบทั้งสิ้น 23 รุ่น เมื่อรวมนักเรียนที่จบออกมาจากโรงเรียน และสาขาแล้วมีมากถึง 230,000 คน&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/-CZSuF5m2MdM/TuP6hC5_oAI/AAAAAAAACfs/USXaenMed8w/s1600/bg415.png"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 200px; height: 163px;" src="http://1.bp.blogspot.com/-CZSuF5m2MdM/TuP6hC5_oAI/AAAAAAAACfs/USXaenMed8w/s200/bg415.png" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5684662600294440962" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;                       เด็กในเซี่ยงไฮ้ในช่วงเวลาที่ถูกทหารญี่ปุ่นรุกราน&lt;br /&gt;ต่อมา ซุนยัตเซ็นป่วยด้วยโรคมะเร็งในตับและเสียชีวิตในปักกิ่งวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 1925 ด้วยอายุเพียง 59 ปี คำพูดสุดท้ายก่อนที่จะเสียชีวิตของเขาก็คือ “สันติภาพ.. ต่อสู้.. ช่วยประเทศจีน..” การเสียชีวิตของซุนยัตเซ็นได้สร้างความอาลัยโศกเศร้าไปทั่วประเทศ ในวันที่ 19 เมื่อมีการเคลื่อนศพจากโรงพยาบาล มีผู้คนที่ยืนไว้อาลัยอยู่รายทางนับแสนคน และหลังจากจัดพิธีฝังแล้ว ก็มีคนทยอยไปร่วมลงนามไว้อาลัยกว่า 2 ล้านคน ป้ายผ้าที่แขวนในงานศพของเขา ได้ระบุคำว่า “การปฏิวัติยังไม่สำเร็จ ขอสหายจงพยายามต่อไป”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สงครามปราบขุนศึกภาคเหนือ&lt;br /&gt;หลังการเสียชีวิตของซุนยัตเซ็น พรรคก๊กมินตั๋งและกองทหารได้จัดตั้งรัฐบาลขึ้นที่กว่างโจว และในวันที่ 9 กรกฎาคม ค.ศ. 1926 รัฐบาลก็ได้แต่งตั้งเจียงไคเช็ค ให้เป็นผู้บัญชาการทหารปฏิวัติ เพื่อปราบปรามขุนศึกภาคเหนือ เริ่มต้นด้วยการบุกฉางซา เพื่อทำศึกปราบอู๋เพ่ยฝู (吴佩孚) สามารถเอาชนะได้ในศึกที่สะพานทิงซื่อ สะพานเฮ่อเซิ่ง จนกระทั่งเดือนกันยายน เจียงได้นำทัพบุกไปถึงฮั่นโข่ว ฮั่นหยาง แล้วบุกเมืองอู่ฮั่น หลังจากนั้นในศึกเจ้อเจียง เมื่อถึงยามคับขันเจียงถึงกับลงไปควบคุมทัพในการบุกเมืองด้วยตนเอง จากนั้นกองทัพได้เคลื่อนย้ายต่อเข้าไปในเจียงซี และมีคำสั่งให้กองทัพที่เฉาซ่าน บุกโจมที่มณฑลฝูเจี้ยน (ฮกเกี้ยน) หลังจากที่บุกยึดฝูเจี้ยน เจ้อเจียงแล้ว ก็ได้เปิดศึกกับอู่ฮั่นต่อ จนกระทั่งสามารถทำลายกองทัพของอู๋เพ่ยฝูในอู่ฮั่นได้หมดสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมาเจียงไคเช็คได้นำกองกำลังจากฝูเจี้ยน เข้าไปทำลายกองกำลังหลักของโจวอิน บุกตีจางซู่ เฟิงเฉิง เจี้ยนชัง เต๋ออัน หย่งซิว ฝูโจว จนกระทั่งซุนฉวนฟังผู้นำอีกกองกำลังหนึ่งต้องมาขอเจรจาสงบศึกกับเจียง แต่ก็ถูกเจียงปฏิเสธไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อถึงเดือนพฤศจิกายน กองทัพของเจียงก็บุกเข้าไปถึงหนันชัง ซุนฉวนฟาง (孙传芳) ผู้บัญชาการทหารที่นั่นเลือกที่จะต่อสู้อย่างเต็มที่ เจียงจึงเข้าบัญชาการรบด้วยตัวเองและบุกตีจนกองทัพเจียงซีถูกทำลาย แล้วย้ายกองบัญชาการทหารไปอยู่ที่หนันชัง และบุกต่อไปยังจางโจว เฉวียนโจว ฝูเจี้ยนผิง และเมื่อถึงเดือนธันวาคม เอี๋ยนซีซันก็เข้าร่วมกับกองทัพปฏิวัติของก๊กมินตั๋ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทว่าในเดือนมีนาคมในปีค.ศ. 1927 เมื่อกองทัพบุกยึดหังโจว ซูโจวแล้ว รัฐบาลอู่ฮั่นกก็ได้มีมติปลดเจียงออกจากทุกตำแหน่งอย่างกะทันหัน ในขณะนั้นเจียงไคเช็คที่อยู่หนันชังได้ยื่นหนังสือแสดงการไม่ยอมรับการตัดสินใจดังกล่าว แล้วเคลื่อนทัพบุกเซี่ยงไฮ้ นานกิง เมื่อบุกเข้านานกิงแล้ว บรรดาคนจากพรรคคอมมิวนิสต์ที่อยู่ในกองทัพปราบขุนศึกภาคเหนือได้กระทำการเข่นฆ่าชาวต่างชาติ จนทำให้กองทัพอังกฤษและสหรัฐฯนั้นหันหน้ามาโจมตีนานกิง จนกลายเป็นความขัดแย้งระดับชาติขึ้น สหภาพแรงงานในเซี่ยงไฮ้ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์ก็ทำการประท้วงหยุดงาน ตัดไฟฟ้าและสายโทรศัพท์ ยึดสถานีตำรวจและสถานีรถไฟ เจียงได้ใช้วิธีการทางการทูตเพื่อเข้าแก้ปัญหา และให้ไช่หยวนเผย (蔡元培) ซึ่งเป็นสมาชิกอาวุโสในพรรคก๊กมินตั๋งออกหนังสือประณามว่า “คอมมิวนิสต์เป็นผู้ทำกลายการปฏิวัติ วางแผนให้ร้ายประเทศชาติ” จากนั้นก็มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นมาเป็นการเร่งด่วน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในภายหลัง เมื่อวันที่ 12 เมษายน ก็มีการดำเนินการยกเลิกสหภาพแรงงานในเซี่ยงไฮ้ จากนั้นก็จับสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์หลายคนอาทิ วังโซ่วหัว เฉินถิงเหนียน เจ้าซื่อเอี๋ยนมาประหารชีวิต และนับเป็นจุดแตกหักระหว่างเจียงไคเช็คกับพรรคคอมมิวนิสต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถัดมาในวันที่ 17 ของเดือนเดียวกัน รัฐบาลก๊กมินตั๋งที่อู่ฮั่นได้ประกาศปลดตำแหน่งผู้บัญชาการทหารปฏิวัติ และขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ถัดมาอีกหนึ่งวัน เจียงจึงได้ตั้งรัฐบาลก๊กมินตั๋งขึ้นใหม่ที่นานกิง แล้วทำหนังสือประกาศสู่สาธารณชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กองทัพของเจียงยังคงเดินหน้าบุกโจมตีจี้หนัน แต่ก็ถูกกองทหารติดอาวุธของญี่ปุ่นเข้ามาแทรกแซง จนกองทัพต้องอ้อมขึ้นเหนือ และบุกประชิดปักกิ่งเทียนจินได้ในช่วงต้นเดือนมิ.ย. ทำให้จางจั้วหลิน (张作霖) ขุนพลกองกำลังรัฐบาลเป่ยหยางต้องหลบหนีออกไปนอกด่าน แล้วไปเสียชีวิตจากการวางระเบิดของฝ่ายญี่ปุ่น ต่อมาจางเสียว์เหลียง (张学良) บุตรชายของเขาขึ้นเป็นผู้นำกองทัพหลบหนีแทน หลังจากผ่านการเจรจาครึ่งปี ในที่สุดในวันที่ 29 ธันวาคม ค.ศ.1928 จึงได้มีการส่งข่าวไปทั่วประเทศว่ายอมสนับสนุนรัฐบาลนานกิง และทำให้ประเทศจีนเหนือใต้ได้ร่วมเป็นปึกแผ่นอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/-58tgXEH6Ch4/TuP69M1ayRI/AAAAAAAACf4/WxsvB99D-qk/s1600/u2027.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 200px; height: 150px;" src="http://4.bp.blogspot.com/-58tgXEH6Ch4/TuP69M1ayRI/AAAAAAAACf4/WxsvB99D-qk/s200/u2027.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5684663083995941138" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;                         ภาพในพิพิธภัณฑ์ที่ระลึกสงครามต่อต้านญี่ปุ่น&lt;br /&gt;สงครามรุกรานจากญี่ปุ่น&lt;br /&gt;นับตั้งแต่ญี่ปุ่นได้บุกยึดเสิ่นหยาง ในปีค.ศ. 1894 จนจีนพ่ายแพ้สงคราม และต้องขอเจรจาสงบศึก โดยส่งหลี่หงจางต้องเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อลงนามในสนธิสัญญาชิโมโนเซกิ ที่จีนต้องรับรองการปกครองตนเองของเกาหลี หรืออีกนัยหนึ่งก็คือยอมรับการปกครองของญี่ปุ่นเหนือเกาหลี อีกทั้งตกยกคาบสมุทรเหลียวตง ไต้หวัน หมู่เกาะเผิงหู (เพสคาดอเรส) ให้กับญี่ปุ่นอีกทั้งชดใช้ค่าปฏิกรรมสงครามเป็นเงิน 230 ล้านตำลึง ยังจะต้องอนุญาตให้ญี่ปุ่นเข้ามาดำเนินการค้าขาย ประกอบอุตสาหกรรม หัตกรรมตามท่าเรือได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ญี่ปุ่น และเป็นหนึ่ง 8 ประเทศพันธมิตรที่ร่วมบุกเข้ารุกรานประเทศจีน ญี่ปุ่นก็ได้ตั้งเป้าที่จะหาประโยชน์สูงสุดจากแผ่นดินจีนมาโดยตลอดจนกระทั่งวันที่ 18 กันยายน 1931 นั่นคือวันที่ญี่ปุ่นได้สร้างสถานการณ์ “เหตุการณ์บึงหลิ่วเถียว” (柳条湖事变)ในการโจมตีเมืองเสิ่นหยางใกล้บึงหลิ่วเถียวของจีน ซึ่งในเวลานั้น ญี่ปุ่นได้บุกยึดแมนจูเรีย และเล็งหาข้ออ้างที่จะโจมตีภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนมาโดยตลอด จึงจงใจจุดชนวนศึกขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยในวันที่ 18 กันยายนปีนั้น เกิดระเบิดขึ้นที่ทางรถไฟสายแมนจูเรียใต้ของญี่ปุ่น แต่มีความเสียหายน้อยมากจนไม่กระเทือนการให้บริการปกติ ทว่าทหารญี่ปุ่นกลับอ้างว่า ทหารจีนยิงใส่พวกตนจากท้องนา จึงจำเป็นต้อง “ป้องกันตนเอง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเวลานั้น รัฐบาลก๊กมินตั๋งอยู่ในช่วงรวบรวมกำลัง เพื่อสู้รบกับคอมมิวนิสต์ที่ลุกขึ้นต่อต้านในประเทศ จึงได้มีคำสั่งห้ามต่อต้าน ให้พยายามแก้ไขด้วยวิธีการทางการทูต และให้ถอนกำลังไปที่ด่านซันไห่กวน ทำให้ทหารญี่ปุ่นบุกยึดเสิ่นหยาง แล้วบุกยึดต่อไปที่จี๋หลิน เฮยหลงเจียง จนกระทั่งสามารถยึด 3 มณฑลทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีนได้ในเดือนมกราคม 1932&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเดือนถัดมาญี่ปุ่นได้สร้างรัฐใหม่ขึ้นบนแผ่นดินแมนจูเรีย โดยมีญี่ปุ่นคอยเชิดอยู่เบื้องหลัง ตั้งชื่อว่า ประเทศแมนจูเรีย (满洲国) มีฉางชุนเป็นเมืองหลวง แล้วนำผู่อี๋ (ปูยี) ฮ่องเต้ราชวงศ์ชิงองค์สุดท้ายที่ถูกปฏิวัติในปี ค.ค. 1911 ซึ่งมีอายุ 25 พรรษในขณะนั้นมาเป็นฮ่องเต้หุ่นที่ได้ปกครองแต่ในนาม จากนั้นญี่ปุ่นก็ใช้อำนาจในการขูดรีดประชาชน ทำลายวัฒนธรรม ทำให้ชาวจีนกว่า 30 ล้านคนต้องทนทุกข์ทรมาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุร้าย 18 กันยายนได้กลายเป็นชนวนความแค้นของจีนทั่วประเทศ จนมีการเรียกร้องให้ต่อต้านญี่ปุ่น และถึงขั้นประท้วงรัฐบาลก๊กมินตั๋งที่ไม่ยอมต่อกรกับญี่ปุ่น จนกระทั่งประชาชนจีนทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีนต่างเริ่มลุกฮือขึ้นต่อต้านญี่ปุ่น เมื่อถึงปี 1937 การรวมตัวก็กระจายกว้างออกไป จนสามารถยืดหยัดสู้รบกับทัพญี่ปุ่นได้อย่างยาวนาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องราวในวันที่ 18 กันยายน เป็นหนึ่งในแผนการที่ญี่ปุ่นได้วางไว้นานแล้ว เห็นได้จากเมื่อปี 1927 ที่ญี่ปุ่นได้ประชุมที่โตเกียว แล้วกำหนด “โครงสร้างนโยบายต่อจีน” ออกมา จากนั้นก็ได้แจ้งต่อจักรพรรดิ พร้อมประกาศว่า หากต้องการยึดครองจีน จะต้องสยบแผ่นดินแมนจูเรียก่อน และหากจะพิชิตโลก ก็จะต้องสยบจีนให้ได้ก่อน&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/-n8YIrHRcCjo/TuP7ZwrrvzI/AAAAAAAACgE/Fs64Z2yRngQ/s1600/dc1o6.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 146px; height: 200px;" src="http://4.bp.blogspot.com/-n8YIrHRcCjo/TuP7ZwrrvzI/AAAAAAAACgE/Fs64Z2yRngQ/s200/dc1o6.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5684663574655123250" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;                         ทหารญี่ปุ่นที่กำลังสังหารชาวจีนในนานกิง&lt;br /&gt;ในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นช่วงที่รัฐบาลก๊กมินตั๋งกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ญี่ปุ่นที่รุกรานทางเหนือ และคอมมิวนิสต์ที่อยู่ทางใต้ บวกกับทหารหลายหน่วยที่ปกครองตัวเองไม่ยอมฟังคำสั่งจากส่วนกลาง จนกระทั่งจางเสียว์เหลียงและหยางหู่ซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารภาคตะวันตกเฉียงเหนือตัดสินใจยอมรับความร่วมมือจากคอมมิวนิสต์ในการต่อต้านการรุกรานจากญี่ปุ่น และนำเรื่องเสนอต่อเจียงไคเช็ค จนกระทั่งในที่สุดภายหลังการหารือทำให้รัฐบาลก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์ได้บรรลุข้อตกลงร่วมมือกันต่อต้านญี่ปุ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กระทั่งวันที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ. 1937 หลังเหตุการณ์พลิกผันที่สะพานหลูโกว ที่ทางญี่ปุ่นได้อ้างว่ามีนายทหารของญี่ปุ่นในจีนหนึ่งคนหายตัวไป และเรียกร้องที่จะเข้มาค้นหาในเมืองหวั่นผิง ในขณะที่กองทัพของจีนยืนยันปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่า ทำให้ทหารญี่ปุ่นเริ่มต้นเปิดฉากยิงระเบิดเข้าสู่สะพานหลูโกว และบุกโจมตีทหารจีนที่เฝ้ารักษาในเมืองนับเป็นการระเบิดศึกอย่าเป็นทางการของทั้ง 2 ฝ่าย .&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สังหารหมู่ที่นานกิง&lt;br /&gt;วันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ. 1937 กองทัพญี่ปุ่นได้บุกเข้ามายังเมืองหนันจิง หรือเมืองนานกิง ซึ่งเป็นการบุกต่อเนื่องหลังจากที่ได้ทำการยึดเซี่ยงไฮ้ไปแล้ว โดยก่อนหน้าที่จะถูกบุกยึดนั้นกองกำลังของรัฐบาลก๊กมินตั๋งได้ทำการปะทะกับทหารญี่ปุ่นที่นอกเมือง แต่ก็ไม่อาจต่อต้านทหารญี่ปุ่นที่แยกกันบุกมา 6 สายได้ จนกระทั่งถูกทหารญี่ปุ่นยึดเมืองท่ามกลางความโกลาหล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภายใต้คำส่งของแม่ทัพญี่ปุ่นที่นำทัพเข้ามา เมืองนานกิงจึงถูกเผาทำลาย เข่นฆ่า ข่มขืน และปล้นชิงอย่างโหดเหี้ยมอย่างที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในวันที่ 15 ธ.ค. ทหารญี่ปุ่นได้นำทหารและตำรวจจีนจำนวนกว่า 2,000 คนไปรวมตัวที่นอกประตูฮั่นจง จากนั้นก็ใช้ปืนกลยิงกราด แล้วก็จุดไฟเผาศพ ในคืนเดียวกันมีทหารกับประชาชนอีกมากกว่า 9,000 คนที่ถูกจับกุมตัวไปที่ค่ายทหารเรือ มีคนหนีรอดมาเพียง 9 คนในขณะที่ที่เหลือทั้งหมดถูกสังหารจนหมดสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พลบค่ำวันที่ 16 ธ.ค. ทหารและประชาชนจีนอีกมากกว่า 5,000 คน ถูกทหารญี่ปุ่นจับไปที่ริมท่าเรือจงซัน แล้วใช้ปืนยิงจนเสียชีวิตโยนถมลงไปในแม่น้ำ มีผู้รอดชีวิตมาเพียงไม่กี่คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันที่ 17 ธ.ค. ทหารญี่ปุ่นได้นำเอาทหารที่จับได้กับคนงานในโรงไฟฟ้านานกิงรวมทั้งสิ้นกว่า 3,000 คนนำตัวไปยิงทิ้งที่บริเวณริมแม่น้ำ โดยมีคนส่วนหนึ่งที่ถูกฆ่าด้วยการใช้ฟืนเผาให้ตาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันที่ 18 ธ.ค. ทหารญี่ปุ่นได้นำเอาชาวบ้านและทหารในนานกิงที่หนีจากเมืองไปแล้วถูกจับได้จำนวน 57,000 คน แล้วใช้ปืนยิงกราด จากนั้นใช้ดาบไล่ฟัน และสุดท้ายจบด้วยการใช้น้ำมันราดแล้วเผา จากนั้นโยนกระดูกลงไปในแม่น้ำแยงซีเกียง โดยในการประหารครั้งนี้ มีการละเล่น “แข่งกันฆ่าคน”กันอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1 เดือนหลังจากที่ทหารญี่ปุ่นบุกยึดนานกิง ทั่วทั้งเมืองมีการข่มขืน และเวียนเทียนลงแขกหญิงชาวจีนชาวจีนกว่า 20,000 คดี โดยไม่เว้นไม่ว่าจะเป็นหญิงสาวหรือหญิงชรา มีสตรีอีกจำนวนมากที่หลังจากถูกข่มขืนแล้วก็ถูกฆ่าทิ้ง ทำลายศพอย่างเหี้ยมโหด มีซากจากสภาพการถูกฆ่า ถูกข่มขืน ถูกปล้นชิง วางเพลิงไปทั่วทั้งเมือง&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/-7aQSaveXHUk/TuP73K0C__I/AAAAAAAACgQ/WYhRZp61v5k/s1600/vi2h5.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 145px; height: 200px;" src="http://4.bp.blogspot.com/-7aQSaveXHUk/TuP73K0C__I/AAAAAAAACgQ/WYhRZp61v5k/s200/vi2h5.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5684664079885729778" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;                       ชาวจีนในฉงชิ่งที่ถูกสังหารโดยทหารญี่ปุ่น&lt;br /&gt;ตามตัวเลขที่มีการตรวจสอบในศาลถึงเหตุการณ์สังหารหมู่ที่นานกิง ปรากฏว่าทหารญี่ปุ่นได้ทำการสังหารหมู่ทั้งสิ้น 28 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 190,000 คน และการแยกย้ายฆ่าอีก 858 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 150,000 คน การสังหารแบบล้างเมืองเป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ของทหารญี่ปุ่น ได้ทำให้มีทหารที่ถูกยิงตายและฝังทั้งเป็นมากกว่า 300,000 คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา การศึกระหว่างจีนกับญี่ปุ่นก็ดำเนินไปอย่างดุเดือดเป็นระยะเวลากว่า 8 ปี ไปสิ้นสุดเอาเมื่อญี่ปุ่นได้ประกาศยอมแพ้ในสงครามสงครามโลกครั้งที่สองในวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 1945 และประกาศยุติศึกกับจีนอย่างไม่มีเงื่อนไขในวันที่ 15 สิงหาคม ทำให้นักประวัติศาสตร์หลายคนเรียกช่วงเวลาดังกล่าวว่าสงครามต้านญี่ปุ่น 8 ปี ในขณะที่นักวิชาการหลายท่านคิดว่า หากจะนับเวลาที่จีนเริ่มต่อสู้กับญี่ปุ่นจริงๆ ควรจะเริ่มต้นนับตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 1931 เท่ากับว่าสงครามระหว่าง 2 ชาติในครั้งนี้กินเวลานานกว่า 14 ปีทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในช่วงเวลาดังกล่าว ทหารญี่ปุ่นที่ถูกส่งเข้ามาในจีนในช่วงที่มากที่สุดมีถึงเกือบ 2 ล้านคน อีกทั้งมีทหารที่ได้มาจาก การเข้ายึดพื้นที่ต่างๆอีกมากกว่าล้านคน ตามข้อมูลที่ทางญี่ปุ่นได้จัดทำในปีค.ศ. 1964 ทหารญี่ปุ่นที่ได้เสียชีวิตในการทำศึกกับจีนมีทั้งสิ้นราว 440,000 คน ในขณะที่ข้อมูลทางฝ่ายจีนระบุว่าทหารญี่ปุ่นเสียชีวิตทั้งสิ้น 483,708 คนและบาดเจ็บ 1,934,820 คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะที่ทาง ทหารของกองทัพปฏิวัติจีนในช่วงที่มากที่สุดมีถึง 5 ล้านคน ได้ต่อสู้ครั้งใหญ่กับญี่ปุ่นทั้งสิ้น1,117 ครั้ง ศึกเล็กอีก 28,931 ครั้ง และมีทหารบกที่เสียชีวิต-สูญหายทั้งสิ้น 3,211,914 คน มีทหารอากาศเสียชีวิต 4,321 คน และสูญเสียเครื่องบินรบ 2,468 ลำ ในขณะที่ทหารเรือถูกทำลายจนแทบย่อยยับหมดสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้านประชากรจีนที่ต้องเสียชีวิตในสงคราม 9 ล้านคน และอีก 8 ล้านคนตายด้วยสายเหตุอื่น มีประชากร 95 ล้านคนต้องกลายเป็นผู้ประสบภัย และค่าเสียหายที่จีนได้รับในขณะนั้น หากคิดตามอัตราของเมื่อปี 1945 จะอยู่ที่ราว 650,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความสูญเสียในด้านชีวิตของประชากรและทหารของจีนในสงครามครั้งนี้ ถูกประเมินไว้แตกต่างกันหลายแห่ง โดยที่ต่ำที่สุดได้ประเมินว่ามีผู้ที่ตายและสูญหายทั้งสิ้น 20.62 ล้านคน ในขณะที่บ้างก็ว่า 41 ล้านคน 45 ล้านคน กระทั่งมีผู้ประเมินว่าในศึกต่อต้านญี่ปุ่นนั้นทำให้มีคนจีนตายและสูญหายไปมากกว่า 50 ล้านคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม ในสงครามครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่จีนได้รับชัยชนะในสงครามนักตั้งแต่สงครามฝิ่นครั้งที่ 1 เป็นต้นมา อีกทั้งมีการมองว่าการพลีชีวิตของคนจีนกว่า 20 ล้านคนนี้ มีส่วนช่วยรั้งไม่ให้ทหารบกของญี่ปุ่นนั้นสามารถรุกรานไปทั่วเอเชียแปซิฟิก และช่วยลดทอนความกดดันในสงครามทางมหาสมุทรแปซิฟิกลง จนสามารถส่งกำลังไปช่วยในศึกที่ยุโรปได้อย่างเต็มที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความเปลี่ยนแปลงอีกประการหนึ่งก็คือ หลังจากผ่านช่วงสงครามครั้งนี้มาแล้ว กองกำลังของรัฐบาลก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง โดยพรรคคอมมิวนิสต์ที่เดิมมีกำลังเพียง 40,000 คนได้เพิ่มขึ้นมาเป็น 1.2 ล้านคน ในขณะที่ก๊กมินตั๋งต้องทุ่มเทสู้ศึกและประสบความสูญเสียอย่างมหาศาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สงครามกลางเมืองกับสามยุทธการ&lt;br /&gt;ไม่นานหลังจากที่เสียงไชโยโห่ร้อง และเสียงการฉลองในผืนแผ่นดินอันกว้งใหญ่ได้จบลง พลันสงครามกลางเมืองระหว่างพรรคก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์ก็ได้ระเบิดขึ้นอีกระลอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ต่างเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ทั้งสองฝ่ายต่างมุ่งหวังช่วงชิงเอาไว้ โดยเฉพาะเมืองจิ่นโจว อันเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เกิดการพลิกผันจากการตัดสินใจของเจียงไคเช็คกับเหมาเจ๋อตง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยุทธการเหลียวหนิง-เสิ่นหยาง (辽沈战役)&lt;br /&gt;สงครามที่เหลียวหนิงถือเป็นสงครามแรกในสามยุทธการ ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 1948 กองทัพปลดแอกของคอมมิวนิสต์ได้แยกย้ายไปตามถนนสายเป่ยหนิง และได้ตัดถนนเป่ยหนิง แบ่งกำลังส่วนหนึ่งเข้าสู่นอกเมืองจิ่นโจวในวันที่ 1 ตุลาคม จากนั้นทางก๊กมินตั๋งเองก็ได้การจัดกำลังบุกเข้าตีอย่างหักโหมจากทางตะวันตกของเมืองจิ่นโจว ในช่วงเวลา 6 วันของการต่อสู้อย่างดุเดือด ทหารกองทัพปลดแอกก็สามารถยันกลับไปได้ทุกครั้ง จนสามารถเอาชนะและยึดจิ่นโจวไว้ได้ จากนั้นกองทัพปลดแอกได้มุ่งหน้าไปยึดเสิ่นหยาง อิ๋นโข่วแล้วประกาศปลดปล่อยพื้นที่ดังกล่าวในวันที่ 2 พฤศจิกายน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในศึกครั้งนี้ พรรคคอมมิวนิสต์ได้สูญเสียทหารไปทั้งสิ้น 69,000 คนในขณะที่ก๊กมินตั๋งต้องพลีชีพไปถึง 472,000 คน ทำให้กำลังพรรคคอมมิวนิสต์เพิ่มขึ้นมาเป็น 3 ล้านคน ในขณะที่ก๊กมินตั๋งลดลงเหลือเพียง 2.9 ล้านคนจนสถานการณ์เริ่มพลิกกลับ ซึ่งเห็นได้จากคำพูดของเหมาเจ๋อตงที่กล่าวไว้ด้วยความมั่นใจว่า “เช่นนี้ การรบที่เราได้คาดการณ์กันไว้แต่เดิมนั้น ก็จะลดขั้นตอนลงไปได้มาก” “ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ อีกสักประมาณ 1 ปี พวกเราก็อาจจะสามารถขุดรากถอนโคนก๊กมินตั๋งได้” &lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/-_6lXy_jtqlo/TuP8UC_dfII/AAAAAAAACgc/nPecbc6LuUE/s1600/ic9q3.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 146px; height: 200px;" src="http://3.bp.blogspot.com/-_6lXy_jtqlo/TuP8UC_dfII/AAAAAAAACgc/nPecbc6LuUE/s200/ic9q3.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5684664576002325634" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;      รูปถ่ายร่วมกันในการเจรจาที่ฉงชิ่งของเจียงไคเช็ค (ซ้าย) กับเหมาเจ๋อตง (ขวา) ในปีค.ศ.1945&lt;br /&gt;ยุทธการไฮว๋เหอ-ไห่โจว(淮海战役)&lt;br /&gt;ยุทธการศึกแห่งที่สองเปิดขึ้นโดยมีเมืองสีว์โจว (徐州)เป็นศูนย์กลาง ศึกครั้งนี้ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายนและกินระยะเวลายาวนานไปจบสิ้นในวันที่ 10 มกราคม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากชัยภูมิสีว์โจวที่เป็นจุดเชื่อมต่อมณฑลเหอหนัน ซันตง อันฮุย และเจียงซู โดยกินพื้นที่ตั้งแต่ที่ราบหวงไฮว๋ และอยู่ระหว่างแม่น้ำฮวงโหกับแยงซีเกียง ทำให้เมืองสีว์โจวกลายเป็นสมรภูมิสำคัญที่เรียกได้ว่าผู้ใดได้ครอบครองสีว์โจวกับไฮว๋เหอก็จะยึดกุมพื้นที่เหนือแม่น้ำแยงซีเกียงเอาไว้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การศึกนี้แบ่งเป็น 3 ช่วง ในช่วงแรกทหารกองทัพปลดแอกได้นำกำลังเข้าล้อมทางตะวันออกของเมืองสีว์โจว และทำการรบกันอย่างดุเดือดเป็นเวลา 10 วัน สามารถสังหารหน่วยของทหารของก๊กมินตั๋งที่ประจำการในที่นั้นและทหารไปอีกมากกว่าแสนคน จากนั้นช่วงที่สองการรรบได้เปิดขึ้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอซู่ ซึ่งทหารกองทัพปลดแอกได้ทำการล้อมทหารศัตรูไว้ 12 หน่วย จากนั้นก็ทำการสู้รบต่อเนื่องกันหลายครั้ง จนกระทั่งถึงวันที่ 15 ธันวาคม กองกำลังของก๊กมินตั๋งถูกสังหารไปกว่า 120,000 คน ทว่าเพื่อประสานกับศึกปักกิ่ง-เทียนจินที่เปิดคู่ขนานด้วยในขณะนั้น กองทัพปลดแอกจึงได้รับคำสั่งให้หยุดรบเพื่อปรับกองทัพ 20 วัน จนกระทั่งศึกรอบสุดท้ายเปิดขึ้นในวันที่ 6 มกราคม ค.ค.1949 และยุติลงในอีก 4 วันหลังจากนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อศึกนี้ยุติลงด้วยชัยชนะของพรรคคอมมิวนิสต์ ที่ใช้กำลังเพียง 600,000 คนสามารถเอาชนะทหารของพรรคก๊กมินตั๋งที่มีการระดมกำลังก่อนหลังรวมกันทั้งสิ้นราว 800,000 คน ในเวลา 65 วัน กองทัพปลดแอกได้สังหารทหารก๊กมินตั๋งไปมากกว่า 555,000 คน เรียกได้ว่าทำลายกองทัพทางใต้ของเจียงไคเช็คไปจนแทบจะหมดสิ้น และทำให้เมืองนานกิงซึ่งเป็นศูนย์กลางของฝ่ายก๊กมินตั๋งถูกคุกคามในระยะประชิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยุทธการเป่ยผิง-เทียนจิน (平津战役)&lt;br /&gt;ยุทธการเป่ยผิง-เทียนจิน หรือยุทธการปักกิ่ง-เทียนสิน ถือเป็นยุทธการสุดท้าย ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 29 พฤศจิกายน ค.ศ.1948 จนถึง วันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 1949 หลังจากยุทธการเหลียวหนิง-เสิ่นหยาง กองทัพปลดแอกได้รับคำสั่งให้เข้าโอบล้อมพื้นที่ โดยเริ่มต้นบุกจากเส้นทางตะวันตกอย่างซินเป่าอัน จางเจียโข่ว จนกระทั่งวันที่ 15 มกราคม ค.ศ. 1949 ก็สามารถสังหารทหารก๊กมินตั๋งทั้งสิ้น 130,000 คน ยึดครองเมืองเทียนจิน หลังจากนั้นไม่นานหลังจากความพยายามของหน่วยงานใต้ดินของพรรคคอมมิวนิสต์ที่เป่ยผิง (ปักกิ่ง) กับกองทัพปลดแอก ในที่สุดทหารรักษาการณ์ของก๊กมินตั๋งในปักกิ่งจำนวน 250,000 คนก็ยอมจำนน ทำให้กองทัพของพรรคคอมมิวนิสต์ได้ครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของทางเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือเป็นผลสำเร็จ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากผ่านสามยุทธการซึ่งกินเวลาเพียง 142 วัน ทหารของพรรคก๊กมินตั๋งไม่ว่าจะเป็นการถูกสังหาร ยอมจำนน แปรพักตร์ รวมกันแล้วมีจำนวนทั้งสิ้นถึง 1.54 ล้านคน ชัยชนะในสามยุทธการจึงกลายเป็นการวางรกฐานแห่งชัยชนะอันมั่นคงทั่วประเทศให้กับพรรคคอมมิวนิสต์ &lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/-SZI14c_QlN8/TuP8sC91ZXI/AAAAAAAACgo/r9Nll8XWJ6Y/s1600/cov52.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 200px; height: 117px;" src="http://3.bp.blogspot.com/-SZI14c_QlN8/TuP8sC91ZXI/AAAAAAAACgo/r9Nll8XWJ6Y/s200/cov52.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5684664988312364402" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;พิธีเฉลิมฉลองที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน โดยมีเหมาเจ๋อตงเป็นประธานท่ามกลางทหารและประชาชนกว่า 300,000 คน&lt;br /&gt;สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเดือนมกราคมของปี ค.ศ. 1949 เจียงไคเช็คได้ประการสละตำแหน่งให้กับหลี่จงเหรินเป็นผู้รักษาการ กระทั่งวันที่ 20 เดือนเมษายนในปีเดียวกันตัวแทนของพรรคก๊กมินตั๋งและพรรคคอมมิวนิสต์ได้ประชุมเพื่อสงบศึกกันที่ปักกิ่ง ทว่ารัฐบาลนานกิงกลับปฏิเสธการลงนามสันติภาพภายในประเทศฉบับนั้น รุ่งขึ้นเหมาเจ๋อตงกับจูเต๋อจึงได้มีคำสั่งประกาศไปยังกองทัพปลดแอกให้เคลื่อนพลเข้าควบคุมทั่วประเทศ และทำศึกครั้งใหญ่เพื่อข้ามแม่น้ำแยงซีเกียง ท่ามกลางการคุ้มกันจากปืนใหญ่ ทำให้ทหารจำนวนนับล้านของกองทัพปลดแอกสามารถฝ่าด่านแม่น้ำแยงซีเกียงไปได้อย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียง 2 วันกองทัพคอมมิวนิสต์สามารถยึดเมืองเจิ้นเจียง หยางโจว เจียงหยาง และยึดครองนานกิงซึ่งเป็นเมืองหลวงของฝ่ายก๊กมินตั๋งสำเร็จในวันที่ 23 เมษายน จากนั้นกองทัพปลดแอกจึงรีบบุกยึดไปยังตะวันออกเฉียงใต้ ทางใต้ และยึดครองดินแดนผืนใหญ่ทางใต้ จนพรรคก๊กมินตั๋งต้องถอยร่นไปตั้งหลักที่กว่างโจว เฉิงตู ฉงชิ่ง และไปยังไต้หวันในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 1949 พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้เปิดประชุมสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีนเต็มคณะครั้งที่ 1 ได้กำหนดชื่อประเทศว่า สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเลือกเหมาเจ๋อตงเป็นประธานรัฐบาลกลาง ในวันที่ 30 ของเดือนเดียวกัน เหมาเจ๋อตงได้ประกาศว่า “ในวันที่เราได้จัดประชุม เท่ากับว่าประชาชนจีนได้เอาชนะศัตรูของตน เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของประเทศจีน และสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้น พวกเรา 475 ล้านคนต่างได้ลุกขึ้นแล้ว และอนาคตของชนชาติเรานั้นก็คือความรุ่งโรจน์อันไร้ที่สิ้นสุด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ.1949 คณะกรรมาธิการกลางจัดประชุมสภาเต็มคณะสมัยแรกที่จงหนันไห่ มีการประกาศให้ประธาน และรองประธานรัฐบาลกลางเข้ารับตำแหน่ง โดยมีเหมาเจ๋อตงควบตำแหน่งประธาน (ประธานาธิบดี)กับตำแหน่งประธานคณะกรรมการกลางทหารรัฐบาลประชาชน และแต่งตั้งให้โจวเอินไหลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ่าย 3 วันเดียวกัน ก็มีการจัดพิธีเฉลิมฉลองที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน โดยมีเหมาเจ๋อตงเป็นประธานท่ามกลางทหารและประชาชนกว่า 300,000 คนที่ลานจัตุรัสเทียนอันเหมินในวันนั้น หลังจากที่ทำการร้องเพลงชาติแล้ว เหมาเจ๋อตงได้เป็นผู้กดปุ่มไฟฟ้า ให้ธงแดงห้าดาวได้โบกสะบัด ท่ามกลางเสียงของผู้คนที่ตะโกนว่า “ประธานเหมาจงเจริญ” และเสียงตอบกลับว่า&lt;br /&gt;                                                      “ประชาชนจงเจริญ”&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/-5V2oz0ZnFsg/TuP9NYBeVSI/AAAAAAAACg0/u-6b-F-zsYU/s1600/d3qr1.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 200px; height: 152px;" src="http://1.bp.blogspot.com/-5V2oz0ZnFsg/TuP9NYBeVSI/AAAAAAAACg0/u-6b-F-zsYU/s200/d3qr1.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5684665560900457762" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;                      แผนที่ (ส่วนสีชมพู) แสดงถึงอาณาเขตที่ถูกรุกรานจากญี่ปุ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอขอบคุณ&lt;br /&gt;BlackTiger &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5629707013494315106-4506849424452000452?l=woodsideny.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/4506849424452000452'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/4506849424452000452'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://woodsideny.blogspot.com/2011/12/blog-post_8966.html' title='ประวัติศาสตร์ &quot;สาธารณรัฐจีน&quot;'/><author><name>New york-New jersey-Houston,TX.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02538000324769293956</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='33' height='16' src='http://1.bp.blogspot.com/_gY87zq_nS84/ST4hFXEf0_I/AAAAAAAABxM/by3FuQXLzVg/S220/norporchorusalogosmall.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/-icE7DgeuEg8/TuP21O8Q0gI/AAAAAAAACek/bxM2y7J3Hz8/s72-c/6sn14.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5629707013494315106.post-7045364140537180033</id><published>2011-12-10T11:36:00.002-05:00</published><updated>2011-12-10T11:43:14.194-05:00</updated><title type='text'>สหประชาชาติแถลงข่าวกรุงเจนีวา จี้ทางการไทยแก้ไขกม. หมิ่นฯ</title><content type='html'>สหประชาชาติแถลงข่าวกรุงเจนีวา จี้ทางการไทยแก้ไขกม. หมิ่นฯ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Fri, 2011-12-09 20:51 &lt;br /&gt;ราวินา แชมดาซานิ รักษาการโฆษกข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็น (OHCHR) แถลงข่าว ณ กรุงเจนีวา เรียกร้องทางการไทยแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ชี้ บทลงโทษที่ร้ายแรงเป็น "สิ่งที่ไม่จำเป็น" และ "เกินกว่าเหตุ" ระบุส่งผลสะเทือนด้านเสรีภาพในการแสดงออกอย่างร้ายแรง&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;วันนี้ (9 ธ.ค. 54) ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ราวินา แชมดาซานิ (Ravina Shamdasani) รักษาการโฆษกข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN High Commissioner for Human Rights) ได้แถลงข่าวเรียกร้องให้ทางการไทยแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 เนื่องจากมองว่ากฎหมายดังกล่าวส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/-CqfIaU4nocM/TuOLF2wKwRI/AAAAAAAACeY/nf54IhXfdNM/s1600/6481875373_e2cb3f6ff9.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 200px; height: 149px;" src="http://3.bp.blogspot.com/-CqfIaU4nocM/TuOLF2wKwRI/AAAAAAAACeY/nf54IhXfdNM/s200/6481875373_e2cb3f6ff9.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5684540087384850706" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; การแถลงข่าวครั้งนี้ที่ดำเนินการโดยรักษาการโฆษกของข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ มีเนื้อหาว่า ทางสำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ เป็นกังวลต่อการพิจารณาคดีและการลงโทษที่ร้ายแรงด้วยกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบันในประเทศไทย และผลกระทบของกฎหมายดังกล่าวซึ่งสร้างความหวาดกลัวที่มีต่อเสรีภาพในการแสดงออกภายในประเทศ &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;แชมดาซานิ ระบุว่า บทลงโทษที่ร้ายแรงที่เป็นอยู่ เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นและเกินกว่าเหตุ (neither neccessary nor proportionate) อีกทั้งเป็นการละเมิดละเมิดพันธกรณีทางด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;"เราขอเรียกร้องให้ทางการไทยแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และในระหว่างนี้ ควรมีการกำหนดแนวทางการดำเนินการให้แก่ตำรวจและอัยการ เพื่อยุติการจับกุมและดำเนินคดีบุคคลด้วยกฎหมายดังกล่าวที่มีความคลุมเครือ นอกจากนี้ เรายังมีความกังวลต่อการลงโทษที่อย่างเกินกว่าเหตุโดยศาล และการคุมขังผู้ต้องหาซึ่งมีระยะเวลานานต่อเนื่องในช่วงก่อนการไต่สวนคดีด้วย"  แชมดาซานิกล่าว&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ทั้งนี้ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แฟรงค์ ลา รู ผู้ตรวจการพิเศษแห่งสหประชาชาติด้านเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพในการแสดงออก ยังได้แถลงข่าวย้ำถึงความจำเป็นของทางการไทยในการแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพให้สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;อนึ่ง ข่าวการตัดสินคดีของนายอำพล หรือ "อากง เอสเอ็มเอส" ที่ถูกตัดสินจำคุก 20 ปีด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจากการถูกกล่าวหาว่าส่งเอสเอ็มเอสหมิ่นเบื้องสูงจำนวน 4 ข้อความไปยังเลขาฯ อดีตนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังถูกรายงานโดยศูนย์ข่าวสหประชาชาติ (UN News Center) ซึ่งอยู่ในข่าวเดียวกับการแถลงข่าวของโฆษกประจำตัวข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติให้แก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วย&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา :  ขอบคุณเว็บประชาไท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5629707013494315106-7045364140537180033?l=woodsideny.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/7045364140537180033'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/7045364140537180033'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://woodsideny.blogspot.com/2011/12/blog-post_10.html' title='สหประชาชาติแถลงข่าวกรุงเจนีวา จี้ทางการไทยแก้ไขกม. หมิ่นฯ'/><author><name>New york-New jersey-Houston,TX.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02538000324769293956</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='33' height='16' src='http://1.bp.blogspot.com/_gY87zq_nS84/ST4hFXEf0_I/AAAAAAAABxM/by3FuQXLzVg/S220/norporchorusalogosmall.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/-CqfIaU4nocM/TuOLF2wKwRI/AAAAAAAACeY/nf54IhXfdNM/s72-c/6481875373_e2cb3f6ff9.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5629707013494315106.post-6212199007213338910</id><published>2011-12-05T14:28:00.003-05:00</published><updated>2011-12-05T14:39:54.448-05:00</updated><title type='text'>ใบตองแห้งออนไลน์:อังกฤษไม่กลัวล้มเจ้า</title><content type='html'>ใบตองแห้งออนไลน์:อังกฤษไม่กลัวล้มเจ้า&lt;br /&gt;Mon, 2011-12-05 13:48&lt;br /&gt;งานอดิเรก (ที่เคยเป็นงานสำรองเลี้ยงชีพ) ของผมคือตามข่าวดาราเซเลบส์ นอกจากเดวิด-วิคตอเรีย เบคแฮม, เลดี้กาก้า, ลินด์เซย์ โลฮาน ฯลฯ ราชวงศ์อังกฤษก็ถือเป็นเซเลบส์ ได้รับความนิยมจากคนที่ชอบติดตามข่าวดาราและช่างภาพปาปาราซซี โดยเฉพาะเคท มิดเดิลตัน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เจ้าหญิงผู้มาจากชนชั้นกลาง ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งเลยทีเดียว&lt;br /&gt;หลังพิธีเสกสมรสบันลือโลก เจ้าชายวิลเลียมกับเคทไม่ได้มีชีวิตสุขสำราญแบบเจ้าชายเจ้าหญิงในเทพนิยาย อย่างน้อยก็ไม่ได้อยู่ปราสาทหลังใหญ่ แต่ประทับอยู่ในบ้านขนาด 2 ห้องนอนชื่อ Nottingham Cottage ในพระราชวังเคนซิงตัน สลับกับประทับอยู่ในบ้านไร่ที่แองเกิลซีย์ ตอนเหนือของเวลส์ ใกล้ฐานทัพอากาศที่เจ้าชายวิลเลียมประจำการอยู่&lt;br /&gt;พระราชวังเคนซิงตันไม่ได้เป็นของราชวงศ์ แต่เป็นสมบัติสาธารณะ เชื้อพระวงศ์ที่มาอาศัยอยู่ ถ้าไม่อยู่ในลำดับที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของราชวงศ์ต้องจ่ายค่าเช่า เคยมีกรณีของเจ้าชายไมเคิลแห่งเคนท์ ลูกพี่ลูกน้องของควีน มาพักอยู่ในตำหนักขนาด 5 ห้องนอนตั้งแต่ปี 1979 โดยจ่ายค่าเช่าเพียงสัปดาห์ละ 70 ปอนด์ ตั้งแต่ปี 2002 แต่ถูก ส.ส.เอาไปอภิปรายในสภา ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมาต้องจ่ายค่าเช่าปีละ 120,000 ปอนด์ตามราคาตลาด&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/-1M7Uw6YGiPc/Tt0cIlEZelI/AAAAAAAACdo/IzjzUwGVbbg/s1600/6458089833_442763040c.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 200px; height: 166px;" src="http://3.bp.blogspot.com/-1M7Uw6YGiPc/Tt0cIlEZelI/AAAAAAAACdo/IzjzUwGVbbg/s200/6458089833_442763040c.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5682729238526523986" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ล่าสุดมีข่าวว่าควีนอลิซาเบธจะยกพระตำหนักเดิมของเจ้าหญิงมาร์กาเร็ต ขนาด 20 ห้อง สูง 4 ชั้น ให้เจ้าชายวิลเลียม โดยต้องใช้เงินบูรณะกว่า 1 ล้านปอนด์ ส่วนหนึ่งราชวงศ์ควักกระเป๋าเอง อีกส่วนมาจากกองทุนสาธารณะ แต่ก็ถูกพวก Republic ต่อต้านว่ารัฐบาลยอมให้ควีนยกพระตำหนักให้วิลเลียมได้อย่างไร พร้อมเรียกร้องให้จ่ายค่าเช่าตามจริง ขณะที่องค์กรอิสระไม่แสวงหากำไร Historic Royal Palaces ที่ดูแลพระราชวังเคนซิงตันอยู่ก็บอกว่าจะต้องเจรจาค่าชดเชยกัน&lt;br /&gt;เวลาเราดูภาพข่าวส่วนใหญ่ มักจะเห็นแต่ภาพวิลเลียมกับเคทแต่งตัวหรูหราออกงานพิธี แต่นั่นคือการทำหน้าที่ของราชวงศ์ พ้นจากหน้าที่แล้วทั้งคู่ก็พยายามใช้ชีวิตเหมือนครอบครัวนายทหารทั่วไป อย่างเช่น หลังเสกสมรสใหม่ๆ ดยุคกับดัชเชสเดินทางไปเยือนแคนาดาและแคลิฟอร์เนีย มีกองทหารเกียรติยศต้อนรับอย่างใหญ่โตสมพระเกียรติ แต่พอกลับมาอยู่บ้านไร่ซึ่งวิลเลียมจ่ายค่าเช่าเดือนละ 750 ปอนด์ ก็มีภาพปาปาราซซีถ่ายดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ไปซื้อของห้างเทสโก้ เหมือนแม่บ้านธรรมดาๆ เพียงแต่มีบอดี้การ์ด 1 คน (แถมบอดี้การ์ดยังไม่ช่วยยกของอีกต่างหาก)&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://2.bp.blogspot.com/-1oj0D5wsGXg/Tt0cl71bjqI/AAAAAAAACd0/YTKbvVhGXEo/s1600/6458089837_fdcb2ff690.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 133px; height: 200px;" src="http://2.bp.blogspot.com/-1oj0D5wsGXg/Tt0cl71bjqI/AAAAAAAACd0/YTKbvVhGXEo/s200/6458089837_fdcb2ff690.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5682729742853967522" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับราชวงศ์อังกฤษ เจ้าหญิงยูยีน พระธิดาของเจ้าชายแอนดรูว์ ก็เคยมาเที่ยวเมืองไทยแบบซำเหมาพเนจร นุ่งบิกินีลงทะเลที่ภูเก็ต แดนซ์กระจายในบาร์ แต่สื่ออังกฤษก็ไม่วายบ่นว่าในขณะที่เจ้าหญิงเที่ยวแบบซำเหมา 6 สัปดาห์ ขึ้นเครื่องบินชั้นประหยัด พักเกสต์เฮาส์ราคาคืนละ 15 ปอนด์กับเพื่อนๆ รัฐบาลอังกฤษต้องจ่ายค่าบอดี้การ์ด 2 คนนับแสนปอนด์ เป็นค่าเครื่องบินชั้นบิสสิเนสและพักโรงแรมชั้นดี พร้อมเบี้ยเลี้ยงวันละ 150 ปอนด์&lt;br /&gt;เจ้าหญิงยูยีนซึ่งมีแฟนเป็นบริกรชื่อ แจค บรูกส์แบงก์ ยังเป็นข่าวเฮฮาเมื่อ 2-3 เดือนก่อน ตอนไปเที่ยวในลอนดอน แล้วปาปาราซซีจับภาพได้ว่าเธอถอดรองเท้าเดิน ใส่แต่ถุงเท้า โบกรถแท็กซี่กับแฟนและบอดี้การ์ด 1 คน&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/-H6JkvDXY6QA/Tt0dSL1oRPI/AAAAAAAACeA/hs8bdmGLaFo/s1600/6458089843_d088d74f16.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 200px; height: 132px;" src="http://4.bp.blogspot.com/-H6JkvDXY6QA/Tt0dSL1oRPI/AAAAAAAACeA/hs8bdmGLaFo/s200/6458089843_d088d74f16.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5682730503064012018" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เจ้าหญิงบีทริซกับเจ้าหญิงยูยีนเป็นขวัญใจหนังสือพิมพ์แทบลอยด์อังกฤษ ซึ่งแม้จะลงข่าวเชิงหวือหวาฮือฮา แต่ก็น่ารักน่าเอ็นดูเสียมากกว่า ถ้าจะมีที่สื่อวิพากษ์วิจารณ์ ก็คือเรื่องค่าใช้จ่ายบอดี้การ์ดอย่างที่ว่า เพราะทั้งสองไม่น่าตกเป็นเป้าปองร้าย แต่รัฐบาลก็ยังต้องจ่ายราวปีละ 250,000 ปอนด์ต่อคน&lt;br /&gt;นั่นเป็นภาพสะท้อนด้านหนึ่งของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในแบบอังกฤษ ซึ่งไม่มีกฎหมายหมิ่นราชวงศ์ แถมยังเปิดให้มีพวก Republic ซึ่งก็คือพวกนิยมสาธารณรัฐ ต้องการให้ประมุขมาจากการเลือกตั้ง (พูดง่ายๆว่าพวก “ไม่เอาเจ้า”) เคลื่อนไหวอย่างเปิดเผย มีสิทธิมีเสียงเต็มที่ในระบอบประชาธิปไตย เช่นตอนที่มีพิธีเสกสมรส ซึ่งรัฐบาลอังกฤษสนับสนุนให้มีปาร์ตี้ปิดถนน พวก Republic ก็จัด “ปาร์ตี้ไม่เอาเจ้า” แข่งกับเขาด้วย&lt;br /&gt;อย่างไรก็ดี เนื่องจากราชวงศ์อังกฤษไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองการปกครอง ไม่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้ง (นอกจากพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นลอร์ด เป็นเซอร์ เช่นเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน) ทหารเสือราชินี (ควีนสปาร์คแรงเยอร์ เพิ่งขึ้นพรีเมียร์ลีก ฮิฮิ) ก็ไม่ถือเอาความจงรักภักดีเหนือกว่าการปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลในสมเด็จพระราชินี แม้กระทั่งพระราชดำรัสของควีนอลิซาเบธเมื่อเปิดสภา ก็ยังเป็นรัฐบาลร่างให้ (ไม่มีพระบรมราโชวาท นอกจากคำอวยพรสั้นๆ ในวันสำคัญเช่นคริสต์มาส) พวก Republic เคลื่อนไหวให้ตายก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่วิพากษ์วิจารณ์อยู่เรื่องเดียวคือเรื่องงบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน ซึ่งราชวงศ์ก็พยายามจำกัดค่าใช้จ่ายลงเรื่อยๆ&lt;br /&gt;เช่นเมื่อปีที่แล้ว ค่าใช้จ่ายของราชวงศ์ลดลงจาก 33.9 ล้านปอนด์เหลือ 32.1 ล้านปอนด์ ค่าใช้จ่ายนี้แยกเป็นหลายส่วน เช่น เงินเดือนข้าราชบริพารและค่าใช้จ่ายงานพิธี 13.7 ล้านปอนด์ ค่าดูแลรักษาซ่อมแซมวัง 11.9 ล้านปอนด์ และค่าเสด็จเยือนทั้งในและต่างประเทศอย่างเป็นทางการ 6 ล้านปอนด์ ทั้งนี้สภาผู้แทนราษฎรเพิ่งออกกฎหมายใหม่ Sovereign Grant Bill กำหนดค่าใช้จ่ายให้สำนักพระราชวังโดยคิดจากฐานรายได้สำนักงานทรัพย์สินของราชวงศ์ (Crown Estate) ซึ่งมีสินทรัพย์ 6.2 พันล้านปอนด์ และมีกำไรปีละไม่ต่ำกว่า 200 ล้านปอนด์ (นำรายได้ส่งเข้าคลัง)&lt;br /&gt;อย่างไรก็ดี พวก Republic วิจารณ์ว่า ค่าใช้จ่ายนี้ไม่ใช่ตัวเลขจริง เพราะไม่รวมค่ารักษาความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของจริงน่าจะอยู่ราว 200 ล้านปอนด์ เป็นโสหุ้ยของประเทศแลกกับการยังมีราชวงศ์ (แต่มองมุมกลับที่จริงต่อให้อังกฤษเปลี่ยนเป็นระบอบประธานาธิบดี ก็ไม่ใช่ว่าค่าใช้จ่ายเท่ากับศูนย์ เพราะต้องมีงานพิธีอยู่ดี และยังไงๆ ก็ต้องดูแลซ่อมแซมวังที่เป็นโบราณสถาน)&lt;br /&gt;พวก Republic เคยคำนวณว่า ค่าใช้จ่ายราชวงศ์ ซึ่งเมื่อ 2 ปีที่แล้วอยู่ราว 41 ล้านปอนด์ เป็นภาระประชาชนคนละ 69 เพนนี แต่ผู้สนับสนุนราชวงศ์ก็โต้ว่าคิดแล้วราคาของการมีราชวงศ์ เฉลี่ยต่อหัวประชากรยังน้อยกว่าค่านม 2 ไพพ์&lt;br /&gt;พวก Republic มีเว็บไซต์ของตัวเอง http://www.republic.org.uk/ มีผู้สนับสนุนอย่างแข็งขันราว 12,000 คนเท่านั้น แม้ผลสำรวจความเห็นตอนงานเสกสมรสวิลเลียม-เคท ระบุว่าคนอังกฤษ 46% ไม่สนใจ มีแค่ 37% ที่สนใจจริงจัง แต่นั่นก็มองได้ว่า ราชวงศ์อังกฤษไม่จำเป็นต้องดำรงอยู่ด้วยการที่มีคนรักทั้ง 100% ขอแค่ 37% หรืออาจจะ 40% - 50% ส่วนที่เหลืออาจจะเฉยๆ รู้สึกว่ามีดีกว่าไม่มี รู้สึกว่ามีก็ไม่เดือดร้อนอะไร (แค่ค่านม 2 ไพพ์ แถมยังโบกแท็กซี่เอง) อาจจะไม่รัก แต่ก็ไม่เกลียด ขณะที่มีคน “ไม่เอา” อยู่หยิบมือเดียว ก็ปล่อยให้เคลื่อนไหวไป เพราะถือเป็นประชาธิปไตย มีสิทธิที่จะ “เอาเจ้า” หรือ “ไม่เอาเจ้า” แต่ตราบใดที่เสียงส่วนใหญ่เขาเอา พวกเสียงส่วนน้อยหยิบมือเดียวก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ก็มีด้านดีตรงที่การวิพากษ์วิจารณ์ของสื่อและพวก Republic ทำให้ราชวงศ์ต้องทำตัวให้เหมาะสมเพื่อรักษาภาพลักษณ์ พยายามปรับตัวเพื่อให้เป็นที่นิยมของคนชั้นกลาง ที่เป็นประชากรส่วนใหญ่&lt;br /&gt;อังกฤษไม่มีกฎหมายหมิ่นควีนหรือรัชทายาท แต่ถ้าใครแสดงกิริยาไม่เหมาะสม สังคมก็บอยคอตต์ เช่นเคยมีดีเจวิทยุปิดคำอวยพรวันคริสต์มาสของควีนอลิซาเบธแล้วแสดงปฏิกิริยาไม่ควร ก็โดนคนฟังรุมด่าจนสถานีต้องไล่ออก การหยามหมิ่นไม่ให้เกียรติบุคคลที่คนจำนวนมากเคารพรัก ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นการไม่เคารพเสรีภาพในความเชื่อของผู้อื่น ไม่ต่างจากคนนับถือศาสนาหนึ่งลบหลู่ศาสดาของอีกศาสนาหนึ่ง คนที่ไม่รักก็ต้องเคารพเสรีภาพของคนที่เขารัก แต่คนที่รักก็ต้องเคารพเสรีภาพของคนที่ไม่รัก และเปิดใจกว้างรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวม&lt;br /&gt;อังกฤษก็เลยไม่มีคนชูป้ายทำหน้าสงสัยเต็มแก่ว่า “ทำไมไม่รักควีนอลิซาเบธ” เพราะเป็นสังคมประชาธิปไตยที่เปิดกว้าง ใครไม่รักก็สามารถอธิบายให้หายสงสัย แต่หายสงสัยแล้วถ้ายังรักอยู่ก็เป็นเสรีภาพของใครของมัน ตราบใดที่ราชวงศ์อังกฤษยังมีคนรักอยู่จำนวนหนึ่ง และอีกจำนวนมากไม่เดือดร้อนกับการมีพระราชินีทรงเป็นประมุข มีคน “ไม่เอา” แต่ส่วนน้อย ราชวงศ์อังกฤษก็ไม่ต้องกลัวพวก “ล้มเจ้า” และดำรงอยู่อย่างยั่งยืนในระบอบเสรีประชาธิปไตย&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;                                                                        ใบตองแห้ง&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;                                                                        5 ธ.ค.54&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5629707013494315106-6212199007213338910?l=woodsideny.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/6212199007213338910'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/6212199007213338910'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://woodsideny.blogspot.com/2011/12/blog-post_4920.html' title='ใบตองแห้งออนไลน์:อังกฤษไม่กลัวล้มเจ้า'/><author><name>New york-New jersey-Houston,TX.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02538000324769293956</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='33' height='16' src='http://1.bp.blogspot.com/_gY87zq_nS84/ST4hFXEf0_I/AAAAAAAABxM/by3FuQXLzVg/S220/norporchorusalogosmall.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/-1M7Uw6YGiPc/Tt0cIlEZelI/AAAAAAAACdo/IzjzUwGVbbg/s72-c/6458089833_442763040c.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5629707013494315106.post-3108775519933542352</id><published>2011-12-05T13:55:00.003-05:00</published><updated>2011-12-05T14:15:19.175-05:00</updated><title type='text'>ช่วยกันลงชื่อ เพื่อเรียกร้องกดดันให้รัฐบาล หันมาใส่ใจเรืองนี้อย่างจริงจังซะที</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/-StKzYjnDVzE/Tt0UWaa7QTI/AAAAAAAACdc/NQWa83mO3X8/s1600/20100519.png"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;width: 200px; height: 181px;" src="http://4.bp.blogspot.com/-StKzYjnDVzE/Tt0UWaa7QTI/AAAAAAAACdc/NQWa83mO3X8/s200/20100519.png" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5682720680093368626" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ช่วยกันลงชื่อ เพื่อเรียกร้องกดดันให้รัฐบาล หันมาใส่ใจเรืองนี้อย่างจริงจังซะที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จงเลิกกลัวที่จะทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคง อย่างแท้จริง ต่อประชาชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกหมู่เหล่า ก้าวแรกมันอาจดูว่ายาก แต่ก้าวต่อ ๆ ไปแรงเสียดทาน แรงต้านมันจะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้องลดลง โดยหลักที่เป็นธรรมชาติ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; The Petition to Abolish Thailand LM 112 and release all &lt;br /&gt;ข้อเรียกร้องรัฐบาลไทยยกเลิกมาตรา 112 พร้อมทั้งปล่อยนั�&lt;br /&gt;&lt;a class="dark" href=" http://www.ipetitions.com/petition/petition-on-abolition-of-the-thai-law-of-lese/" target="_blank"&gt;-ภาษาไทย&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a class="dark" href="http://www.ipetitions.com/petition/act4dem-vetoomus-thaimaan-hallitukselle-ja/" target="_blank"&gt;-Finnish&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a class="dark" href="http://www.ipetitions.com/petition/the-abolition-of-the-thai-law-of-lese-majeste/" target="_blank"&gt;-English&lt;/a&gt; &lt;br /&gt;&lt;a class="dark" href="http://www.ipetitions.com/petition/sil-vous-plait-aidez-nous-a-faire-abolir-les/" target="_blank"&gt;-French&lt;/a&gt;  &lt;br /&gt;Petition in German and Spanish ready soon!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5629707013494315106-3108775519933542352?l=woodsideny.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/3108775519933542352'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/3108775519933542352'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://woodsideny.blogspot.com/2011/12/blog-post_05.html' title='ช่วยกันลงชื่อ เพื่อเรียกร้องกดดันให้รัฐบาล หันมาใส่ใจเรืองนี้อย่างจริงจังซะที'/><author><name>New york-New jersey-Houston,TX.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02538000324769293956</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='33' height='16' src='http://1.bp.blogspot.com/_gY87zq_nS84/ST4hFXEf0_I/AAAAAAAABxM/by3FuQXLzVg/S220/norporchorusalogosmall.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/-StKzYjnDVzE/Tt0UWaa7QTI/AAAAAAAACdc/NQWa83mO3X8/s72-c/20100519.png' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5629707013494315106.post-3566512323159051322</id><published>2011-12-05T13:50:00.003-05:00</published><updated>2011-12-05T14:17:23.493-05:00</updated><title type='text'>ข้อมูลบางส่วนเท่าที่หาข้อมูลได้จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/-6kiJdRY-Kq0/Tt0TPVIIG0I/AAAAAAAACdQ/YTFGzQWxDs0/s1600/377994_148706558563290_144034785697134_163541_1894904859_n.jpg"&gt;&lt;img style="cursor:pointer; cursor:hand;width: 146px; height: 200px;" src="http://1.bp.blogspot.com/-6kiJdRY-Kq0/Tt0TPVIIG0I/AAAAAAAACdQ/YTFGzQWxDs0/s200/377994_148706558563290_144034785697134_163541_1894904859_n.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5682719458901629762" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลบางส่วนเท่าที่หาข้อมูลได้จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย &lt;br /&gt;เกี่ยวกับความมั่งคั่ง ร่ำรวยของกษัตริย์ไทย และเหล่าราชนิกูล &lt;br /&gt;รวมถึงกองทุนที่เกี่ยวข้องกับการดูแลทรัพย์สินของราชนิกูล&lt;br /&gt;ที่มา&lt;a class="dark" href=" http://www.bloomberg.com/apps/news?pid=20602005&amp;sid=aZ0o4kBLphDs&amp;refer=world_indices&lt;br /&gt;" target="_blank"&gt;-www.bloomberg.com&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;SAMCO เจ้าของหมู่บ้านสัมมากร บ้านระดับเศรษฐีอยู่&lt;br /&gt;- พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 197,414,850 หุ้น 43.87%&lt;br /&gt;- ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม 45,847,050 หุ้น 10.1%&lt;br /&gt;- สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 25,000,000 หุ้น 5.56%&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;TIC - ไทยประกันภัย&lt;br /&gt;- พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 3,526,567 หุ้น 18.56%&lt;br /&gt;- สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 214,755 หุ้น 1.13%&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;APRINT - นิตยสารแพรว ร้านหนังสือนายอินทร์&lt;br /&gt;- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช 3,157,895 หุ้น 1.58%&lt;br /&gt;- สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 1,263,158 หุ้น 0.63%&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;MINT - พิซซ่าฮัท ไอศกรีมสเวนเซ่นส์&lt;br /&gt;- พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 72,470,861 หุ้น 2.24%&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;SINGER - จักรเย็บผ้าซิงเกอร์&lt;br /&gt;- พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 1,383,770 หุ้น 0.51%&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;DVS - เทเวศร์ประกันภัย&lt;br /&gt;- พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 27,600 หุ้น 0.23%&lt;br /&gt;- สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ 11,787,261 หุ้น 98.227%&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;SCC - ปูนซิเมนต์ไทย นอกจากขายปูนแล้ว &lt;br /&gt;ก็ยังถือหุ้นโตโยต้าประเทศไทย 10% คูโบต้าประเทศไทย 10%&lt;br /&gt;- สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์* 360,000,000 หุ้น 30.00%&lt;br /&gt;- บริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด 23,220,000 หุ้น 1.94%&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;* นิตยสาร FORBES และ FORTUNE ถือกันว่าสำนักงานฯ &lt;br /&gt;มีในหลวงมีพระราชอำนาจในการจัดการเต็มที่ จึงนับเป็นพระราชทรัพย์ &lt;br /&gt;อย่างไรก็ตามกระทรวงต่างประเทศของไทยชี้แจงว่า &lt;br /&gt;สำนักงานฯเป็นสมบัติของชาติ (แต่ไม่มีใครแตะต้องได้ ยกเว้นในหลวง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;SCB - ธนาคารไทยพาณิชย์&lt;br /&gt;- สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ 511,107,666 หุ้น 19.65%&lt;br /&gt;- สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ 211,834,292 หุ้น 8.14%&lt;br /&gt;- บริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด** 81,410,200 หุ้น 3.13%&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;**เป็นบริษัทโฮลดิ้งสำหรับการลงทุนของสำนักงานทรัพย์สินฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;CNT - คริสเตียนี่ &amp; นีลเซ่น บริษัทรับเหมาก่อสร้าง&lt;br /&gt;- บริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด*** 339,353,981 หุ้น 84.59%&lt;br /&gt;(อันนี้เพิ่งขายไปเมื่อ 11 พ.ย. 54 ถือหุ้นไว้ 3 ปี ฟันกำไรเท่าตัว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;TPC - ไทยพลาสติกเคมีภัณฑ์&lt;br /&gt;- บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) 393,789,820 หุ้น 45.00&lt;br /&gt;- บริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด 197,781,250 หุ้น 22.60%&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5629707013494315106-3566512323159051322?l=woodsideny.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/3566512323159051322'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/3566512323159051322'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://woodsideny.blogspot.com/2011/12/blog-post.html' title='ข้อมูลบางส่วนเท่าที่หาข้อมูลได้จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย'/><author><name>New york-New jersey-Houston,TX.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02538000324769293956</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='33' height='16' src='http://1.bp.blogspot.com/_gY87zq_nS84/ST4hFXEf0_I/AAAAAAAABxM/by3FuQXLzVg/S220/norporchorusalogosmall.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/-6kiJdRY-Kq0/Tt0TPVIIG0I/AAAAAAAACdQ/YTFGzQWxDs0/s72-c/377994_148706558563290_144034785697134_163541_1894904859_n.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5629707013494315106.post-3845073841578660374</id><published>2011-11-18T16:38:00.002-05:00</published><updated>2011-11-18T16:43:50.483-05:00</updated><title type='text'>ขุดสุสานเมืองชล ศพแดง! ถูกฝัง-ไม่มีญาติ .. รอญาติมารับศพ</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://upic.me/i/aw/1276137908npc2010a.jpg"&gt;&lt;img style="cursor:pointer; cursor:hand;width: 610px; height: 702px;" src="http://upic.me/i/aw/1276137908npc2010a.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://upic.me/i/bn/1276063375npc2010a.jpg"&gt;&lt;img style="cursor:pointer; cursor:hand;width: 800px; height: 647px;" src="http://upic.me/i/bn/1276063375npc2010a.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://upic.me/i/90/1276063330npc2010a.jpg"&gt;&lt;img style="cursor:pointer; cursor:hand;width: 800px; height: 639px;" src="http://upic.me/i/90/1276063330npc2010a.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt; ขุดสุสานเมืองชล ศพแดง! ถูกฝัง-ไม่มีญาติ .. รอญาติมารับศพ &lt;br /&gt;ที่สุสานสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา จ.ชลบุรี&lt;br /&gt;ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบศพไร้ญาติ ภายหลังทราบว่ามีการนำศพของกลุ่มผู้ชุมนุมนปช.นำมาฝังไว้ที่สุสานดังกล่าว พบว่าสุสานดังกล่าวมีเนื้อที่กว่า 10 ไร่ เป็นสถานที่ฝังศพของผู้เสียชีวิตชาวจีน รวมทั้งศพไร้ญาติ โดยพบว่าศพไร้ญาติมีมากกว่า 100 ศพ แต่ละรายถูกบรรจุในโลง และเก็บไว้ในช่องบรรจุศพที่ทำด้วยปูนเป็นช่องเรียงราย&lt;br /&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบบริเวณจุดที่มีการฝังศพไร้ญาติ จาก 100 ศพ พบว่ามี 4 ศพ ที่ทางร.พ.รามาธิบดี ส่งมายังสุสานดังกล่าว ศพแรกเป็นชายอายุประมาณ 50 ปี ผิวดำแดง ฝังอยู่ในหลุมที่ 53 สภาพศพถูกยิงบริเวณคิ้วขวา 1 แห่ง ส่วนศพที่สอง เป็นชายไม่ทราบชื่อผิวดำแดง อายุประมาณ 40 ปี ฝังอยู่ในหลุมที่ 54 บริเวณหน้าอกฝั่งขวามีรอยสักยันต์รูปปลา ส่วนฝั่งซ้ายเป็นรูปราหูอมจันทร์ บริเวณใต้ราวนมขวาสักเป็นรูปมังกร สภาพศพถูกยิงบริเวณด้านหลัง รายที่ 3 หลุมที่ 55 เป็นศพด.ช.ไม่ทราบชื่ออายุประมาณ 15-16 ปี สูงประมาณ 140 ซ.ม. ลักษณะผมสั้น ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่บริเวณหน้าอกซ้ายและใต้ราวนมซ้ายรวม 2 นัด โดยศพเด็กคนดังกล่าวถูกยิงที่ซอยรางน้ำ รายที่ 4 หลุมที่ 56 เป็นชายอายุประมาณ 40 ปี ถูกยิงที่ราวนมขวา สภาพศพเป็นชายผมสั้น มีหนวด&lt;br /&gt;ทั้งนี้ยังมีศพนายวุฒิชัย วราคำ อายุ 21 ปี ชาว ต.นาหว้า จ.อำนาจเจริญ เป็นผู้ชุมนุมเสื้อแดง ถูกปืนยิงทะลุหลัง ญาติเดินทางมารับไปแล้วเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.&lt;br /&gt;นายศักดิ์เจริญ แดงประเสริญสุข ประธานหน่วยกู้ภัยศรีราชา และเป็นผู้ดูแลสุสานดังกล่าว เปิดเผยว่า ศพของกลุ่มคนเสื้อแดงทางร.พ.รามาฯ นำมาส่งให้ตั้งแต่วันที่ 17 และวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังจากศพดังกล่าวไม่มีญาติมารับไปบำเพ็ญกุศล ตนจึงรับไว้เพื่อนำไปเก็บไว้ในสุสาน เพื่อรอญาติมารับศพกลับไป ซึ่งศพไร้ญาติปัจจุบันมีมากว่า 100 ศพ และสุสานแห่งนี้สามารถรับศพทุกประเภทได้ไม่เกิน 1,500 ศพ หากว่าญาติคนใดที่คิดว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 4 รายเป็นญาติ ให้ติดต่อมาได้ที่สมาคมพุทธมามกสว่างประทีปธรรมสถาน เลขที่ 76/1 ถ.สุรศักดิ์สงวน ซ.โรงเจ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โทร. 038-311-692 โดยให้นำหลักฐานของผู้เสียชีวิตมายืนยัน ก็จะมอบศพคืนให้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5629707013494315106-3845073841578660374?l=woodsideny.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/3845073841578660374'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/3845073841578660374'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://woodsideny.blogspot.com/2011/11/blog-post_18.html' title='ขุดสุสานเมืองชล ศพแดง! ถูกฝัง-ไม่มีญาติ .. รอญาติมารับศพ'/><author><name>New york-New jersey-Houston,TX.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02538000324769293956</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='33' height='16' src='http://1.bp.blogspot.com/_gY87zq_nS84/ST4hFXEf0_I/AAAAAAAABxM/by3FuQXLzVg/S220/norporchorusalogosmall.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5629707013494315106.post-5904291132527293745</id><published>2011-11-13T10:56:00.001-05:00</published><updated>2011-12-05T14:00:10.344-05:00</updated><title type='text'>สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นิตยสารฟอร์บส์</title><content type='html'>สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นิตยสารฟอร์บส์ ได้จัดอันดับผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ประจำปี 2011 จากทั้งหมด 100 อันดับ http://www.forbes.com/wealth/power-women/list&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Business &lt;br /&gt;AutosEnergyLogistics &amp; TransportationMedia &amp; EntertainmentPharma &amp; HealthcareRetailSportsMoneyStrategies &amp; SolutionsWall StreetWashington The NFL's Most Disliked Players.Investing &lt;br /&gt;Advisor NetworkBondsCommodities &amp; CurrenciesETFsInternationalIntelligent InvestingMarketsMutual FundsOptionsPersonal FinanceReal EstateRetirementStocksTaxes Special Report: Global Investing Strategies.Tech &lt;br /&gt;CIO NetworkData DrivenGamesGearGreen TechHuman IngenuityInnovation &amp; ScienceFuture TechMobileOn DemandSecuritySocial MediaSteve JobsTechonomy What's Next In Commerce.Entrepreneurs &lt;br /&gt;Exit StrategyFinancingManagementPlayersSales &amp; MarketingTaxes &amp; LawPromising Companies 10 Myths About Social Networking For Business.Op/Ed &lt;br /&gt; The Best Cities For JobsCulture &amp; BooksFact &amp; CommentEconomicsForbes QuotesInnovation RulesLawPolicyPoliticsRegulationWorld Affairs.Leadership &lt;br /&gt; America's Most Surprising Six-Figure JobsBusiness RenegadesCareersCEO NetworkCMO NetworkCorporate ResponsibilityEducationForbesWomanLeadersManagingSales Leadership.Lifestyle &lt;br /&gt; How Billionaires Spend Their CashArts &amp; EntertainmentFood &amp; DrinkHealthPlaces &amp; SpacesSports &amp; LeisureStyle &amp; DesignTravelVehicles.Lists &lt;br /&gt; The World's Most Powerful PeopleAmerica's Best CollegesAmerica's Best Small CompaniesBest Places for Business &amp; CareersCelebrity 100Forbes 400 Richest AmericansGlobal 2000 Leading CompaniesLargest Private CompaniesMost Expensive Zip Codes100 Most Powerful WomenWorld's BillionairesWorld's Most Powerful PeopleAll Lists.. Help  |  Login  |  SignUp    Free Issue &gt; .Google Before You TweetHow To Win Over Your BossWhat Bill Gates Says About PharmaAdVoice: Business Analytics In Demand ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;World's Most Powerful WomenThe World's &lt;br /&gt;BillionairesForbes 400 Richest AmericansThe Celebrity 100World's Most Powerful People+more.World's Most Powerful Women« World's Most Powerful Women HomeMethodologyForbes Lists for iPad.&lt;br /&gt;5483shares 3054tweets .&lt;br /&gt; ...Other Lists&lt;br /&gt;World's Billionaires&lt;br /&gt;Forbes 400 Richest Americans&lt;br /&gt;World's Most Powerful People&lt;br /&gt;World's Leading Public Companies&lt;br /&gt;Celebrity 100&lt;br /&gt;2010 World's Most Powerful Women&lt;br /&gt;Browse The ListValues calculated August 2011 Rank  Name  Age  Country  Category  &lt;br /&gt;1  &lt;br /&gt;Angela Merkel &lt;br /&gt;Chancellor 57 Germany  Politics &lt;br /&gt;2  &lt;br /&gt;Hillary Clinton &lt;br /&gt;Secretary of State 64 United States  Politics &lt;br /&gt;3  &lt;br /&gt;Dilma Rousseff &lt;br /&gt;President 63 Brazil Politics &lt;br /&gt;4  &lt;br /&gt;Indra Nooyi &lt;br /&gt;Chief Executive, PepsiCo 56 United States  Business &lt;br /&gt;5  &lt;br /&gt;Sheryl Sandberg &lt;br /&gt;COO, Facebook 42 United States  Business &lt;br /&gt;6  &lt;br /&gt;Melinda Gates &lt;br /&gt;Cofounder, Cochair, Bill &amp; Melinda Gates Foundation 47 United States  Non-Profit &lt;br /&gt;7  &lt;br /&gt;Sonia Gandhi &lt;br /&gt;President 64 India Politics &lt;br /&gt;8  &lt;br /&gt;Michelle Obama &lt;br /&gt;First Lady 47 United States  Politics &lt;br /&gt;9  &lt;br /&gt;Christine Lagarde &lt;br /&gt;Managing Director, International Monetary Fund 55 France  Non-Profit &lt;br /&gt;10  &lt;br /&gt;Irene Rosenfeld &lt;br /&gt;CEO, Kraft Foods  58 United States  Business &lt;br /&gt;11  &lt;br /&gt;Lady Gaga &lt;br /&gt;Entertainer 25 United States  Celebrity/Lifestyle &lt;br /&gt;12  &lt;br /&gt;Jill Abramson &lt;br /&gt;Executive Editor, NY Times 57 United States  Media &lt;br /&gt;13  &lt;br /&gt;Kathleen Sebelius &lt;br /&gt;Secretary of Health and Human Services  63 United States  Politics &lt;br /&gt;14  &lt;br /&gt;Oprah Winfrey &lt;br /&gt;Media Personality 57 United States  Media &lt;br /&gt;15  &lt;br /&gt;Janet Napolitano &lt;br /&gt;Secretary of Homeland Security 53 United States  Politics &lt;br /&gt;16  &lt;br /&gt;Susan Wojcicki &lt;br /&gt;SVP, Advertising, Google 43 United States  Business &lt;br /&gt;17  &lt;br /&gt;Cristina Fernandez &lt;br /&gt;President  58 Argentina Politics &lt;br /&gt;18  &lt;br /&gt;Beyoncé Knowles &lt;br /&gt;Entertainer, Designer 30 United States  Celebrity/Lifestyle &lt;br /&gt;19  &lt;br /&gt;Georgina Rinehart &lt;br /&gt;Mining Tycoon 57 Australia Billionaire &lt;br /&gt;20  &lt;br /&gt;Cher Wang &lt;br /&gt;Cofounder, Chair, HTC; VIA Technologies 53 Taiwan Business &lt;br /&gt;21  &lt;br /&gt;Margaret Hamburg &lt;br /&gt;Commissioner of the Food and Drug Administration 56 United States  Politics &lt;br /&gt;22  &lt;br /&gt;Michele Bachmann &lt;br /&gt;Presidential Candidate 55 United States  Politics &lt;br /&gt;23  &lt;br /&gt;Julia Gillard &lt;br /&gt;Prime Minister 50 Australia Politics &lt;br /&gt;24  &lt;br /&gt;Mary Schapiro &lt;br /&gt;Chair, Securities and Exchange Commission 56 United States  Politics &lt;br /&gt;25  &lt;br /&gt;Anne Sweeney &lt;br /&gt;Co-Chair of Disney Media Networks; President, Disney-ABC Television Group 54 United States  Business &lt;br /&gt;26  &lt;br /&gt;Aung San Suu Kyi &lt;br /&gt;General Secretary, National League For Democracy 66 Burma Politics &lt;br /&gt;27  &lt;br /&gt;Ursula Burns &lt;br /&gt;CEO, Xerox 53 United States  Business &lt;br /&gt;28  &lt;br /&gt;Amy Pascal &lt;br /&gt;Co-Chair, Sony Pictures 53 United States  Business &lt;br /&gt;29  &lt;br /&gt;Angelina Jolie &lt;br /&gt;Actress, Humanitarian 36 United States  Celebrity/Lifestyle &lt;br /&gt;30  &lt;br /&gt;Josette Sheeran &lt;br /&gt;Executive Director, UN World Food Programme 57 United States  Non-Profit &lt;br /&gt;31  &lt;br /&gt;Arianna Huffington &lt;br /&gt;Editor-In-Chief, AOL Huffington Post Media Group 61 United States  Media &lt;br /&gt;32  &lt;br /&gt;Gail Kelly &lt;br /&gt;CEO, Westpac Group 55 Australia Business &lt;br /&gt;33  &lt;br /&gt;Chan Laiwa &amp; family&lt;br /&gt;Chair, Fu Wah International Group 70 China Billionaire &lt;br /&gt;34  &lt;br /&gt;Sarah Palin &lt;br /&gt;Political Commentator 47 United States  Celebrity/Lifestyle &lt;br /&gt;35  &lt;br /&gt;Cynthia Carroll &lt;br /&gt;CEO, Anglo American 54 United States  Business &lt;br /&gt;36  &lt;br /&gt;Helene Gayle &lt;br /&gt;CEO, CARE USA 56 United States  Non-Profit &lt;br /&gt;37  &lt;br /&gt;Carol Bartz &lt;br /&gt;CEO, Yahoo! 63 United States  Business &lt;br /&gt;38  &lt;br /&gt;Ellen Kullman &lt;br /&gt;CEO, Dupont 55 United States  Business &lt;br /&gt;39  &lt;br /&gt;Jin Sook Chang &lt;br /&gt;Cofounder, Chief Merchandising Officer, Forever 21 48 United States  Business &lt;br /&gt;40  &lt;br /&gt;Safra Catz &lt;br /&gt;President, Oracle 49 United States  Business &lt;br /&gt;41  &lt;br /&gt;Angela Braly &lt;br /&gt;CEO, Wellpoint  50 United States  Business &lt;br /&gt;42  &lt;br /&gt;Marissa Mayer &lt;br /&gt;VP, Local, Maps &amp; Location Services, Google 36 United States  Business &lt;br /&gt;43  &lt;br /&gt;Chanda Kochhar &lt;br /&gt;CEO, ICICI Bank 49 India Business &lt;br /&gt;44  &lt;br /&gt;Christiane Amanpour &lt;br /&gt;News Achor, This Week  53 United States  Media &lt;br /&gt;45  &lt;br /&gt;Patricia Woertz &lt;br /&gt;CEO, Archer Daniels Midland  58 United States  Business &lt;br /&gt;46  &lt;br /&gt;Lynn Laverty Elsenhans &lt;br /&gt;CEO, Sunoco 55 United States  Business &lt;br /&gt;47  &lt;br /&gt;Diane Sawyer &lt;br /&gt;News Anchor, World News 65 United States  Media &lt;br /&gt;48  &lt;br /&gt;Zhang Xin &amp; family&lt;br /&gt;Cofounder, CEO, SOHO China 46 China Business &lt;br /&gt;49  &lt;br /&gt;Queen Elizabeth II &lt;br /&gt;Monarch 85 United Kingdom  Politics &lt;br /&gt;50  &lt;br /&gt;Helen Clark &lt;br /&gt;Administrator, UN Development Programme 61 New Zealand  Non-Profit &lt;br /&gt;51  &lt;br /&gt;Helen Boaden &lt;br /&gt;Director, BBC News Group 55 United Kingdom  Media &lt;br /&gt;52  &lt;br /&gt;Nancy Pelosi &lt;br /&gt;Democratic Leader, House of Representatives 71 United States  Politics &lt;br /&gt;53  &lt;br /&gt;Queen Rania Al Abdullah &lt;br /&gt;Monarch 41 Jordan Politics &lt;br /&gt;54  &lt;br /&gt;Bonnie Hammer &lt;br /&gt;Chairman, Cable Entertainment and Cable Studios, NBCU 61 United States  Business &lt;br /&gt;55  &lt;br /&gt;Ellen DeGeneres &lt;br /&gt;Talk Show Host 53 United States  Celebrity/Lifestyle &lt;br /&gt;56  &lt;br /&gt;Katie Jacobs Stanton &lt;br /&gt;VP, International Strategy, Twitter 41 United States  Business &lt;br /&gt;57  &lt;br /&gt;Shari Arison &lt;br /&gt;Heiress, Philanthropist 54 Israel Billionaire &lt;br /&gt;58  &lt;br /&gt;Angela Ahrendts &lt;br /&gt;CEO, Burberry 51 United States  Business &lt;br /&gt;59  &lt;br /&gt;Yingluck Shinawatra &lt;br /&gt;Prime Minister 44 Thailand Politics &lt;br /&gt;60  &lt;br /&gt;Gisele Bündchen &lt;br /&gt;Supermodel, Environmentalist 31 Brazil Celebrity/Lifestyle &lt;br /&gt;61  &lt;br /&gt;Joanne (J.K.) Rowling &lt;br /&gt;Author 46 United Kingdom  Celebrity/Lifestyle &lt;br /&gt;62  &lt;br /&gt;Ellen Johnson-Sirleaf &lt;br /&gt;President 73 Liberia Politics &lt;br /&gt;63  &lt;br /&gt;Lubna S. Olayan &lt;br /&gt;CEO, Olayan Financing Company 56 Saudi Arabia Business &lt;br /&gt;64  &lt;br /&gt;Andrea Jung &lt;br /&gt;CEO, Avon 53 United States  Business &lt;br /&gt;65  &lt;br /&gt;Sri Mulyani Indrawati &lt;br /&gt;Managing Director, World Bank 49 Indonesia Non-Profit &lt;br /&gt;66  &lt;br /&gt;Ann Curry &lt;br /&gt;Coanchor, TODAY show 54 United States  Media &lt;br /&gt;67  &lt;br /&gt;Sallie Krawcheck &lt;br /&gt;President, Global Wealth and Investment Management, Bank of America 46 United States  Business &lt;br /&gt;68  &lt;br /&gt;Margaret Chan &lt;br /&gt;Director-General, World Health Organization 64 China Non-Profit &lt;br /&gt;69  &lt;br /&gt;Anna Wintour &lt;br /&gt;Editor-in-Chief, Vogue 62 United States  Media &lt;br /&gt;70  &lt;br /&gt;Abigail Johnson &lt;br /&gt;President, Fidelity Investments 49 United States  Business &lt;br /&gt;71  &lt;br /&gt;Judith Rodin &lt;br /&gt;President, The Rockefeller Foundation 67 United States  Non-Profit &lt;br /&gt;72  &lt;br /&gt;Ho Ching &lt;br /&gt;CEO, Temasek Holdings 58 Singapore Business &lt;br /&gt;73  &lt;br /&gt;Carol Meyrowitz &lt;br /&gt;CEO, TJX Companies 57 United States  Business &lt;br /&gt;74  &lt;br /&gt;Mary Callahan Erdoes &lt;br /&gt;CEO, J.P. Morgan Asset Management 44 United States  Business &lt;br /&gt;75  &lt;br /&gt;Greta Van Susteren &lt;br /&gt;Host, On the Record 57 United States  Media &lt;br /&gt;76  &lt;br /&gt;Mary Barra &lt;br /&gt;SVP, Global Product Development, General Motors 49 United States  Business &lt;br /&gt;77  &lt;br /&gt;Ana Patricia Botin &lt;br /&gt;CEO, Santander UK 51 Spain  Business &lt;br /&gt;78  &lt;br /&gt;Guler Sabanci &amp; family&lt;br /&gt;Chair, Sabanci Holding 56 Turkey Business &lt;br /&gt;79  &lt;br /&gt;Miuccia Prada &lt;br /&gt;Chair, Head Designer, Prada Group 62 Italy  Business &lt;br /&gt;80  &lt;br /&gt;Denise Morrison &lt;br /&gt;CEO, Campbell Soup Company 57 United States  Business &lt;br /&gt;81  &lt;br /&gt;Tina Brown &lt;br /&gt;Editor-in-Chief, The Daily Beast, Newsweek 57 United States  Media &lt;br /&gt;82  &lt;br /&gt;Virginia Rometty &lt;br /&gt;SVP, Group Executive Sales, Marketing and Strategy , IBM 53 United States  Business &lt;br /&gt;83  &lt;br /&gt;Drew Gilpin Faust &lt;br /&gt;President, Harvard University 64 United States  Non-Profit &lt;br /&gt;84  &lt;br /&gt;Sheri McCoy &lt;br /&gt;Vice Chair Executive Committee, Johnson &amp; Johnson 52 United States  Business &lt;br /&gt;85  &lt;br /&gt;Alice Walton &lt;br /&gt;Heiress, Art Patron 62 United States  Billionaire &lt;br /&gt;86  &lt;br /&gt;Laura Chinchilla &lt;br /&gt;President 52 Costa Rica Politics &lt;br /&gt;87  &lt;br /&gt;Ngozi Okonjo-Iweala &lt;br /&gt;Finance Minister 57 Nigeria Politics &lt;br /&gt;88  &lt;br /&gt;Sue Naegle &lt;br /&gt;President, HBO Entertainment 42 United States  Business &lt;br /&gt;89  &lt;br /&gt;Mindy Grossman &lt;br /&gt;CEO, HSN 54 United States  Business &lt;br /&gt;90  &lt;br /&gt;Ruth Porat &lt;br /&gt;CFO, Morgan Stanley 53 United States  Business &lt;br /&gt;91  &lt;br /&gt;Diane Von Furstenberg &lt;br /&gt;CEO, Diane Von Furstenberg Studio 64 United States  Business &lt;br /&gt;92  &lt;br /&gt;Jan Fields &lt;br /&gt;President, McDonald's USA 56 United States  Business &lt;br /&gt;93  &lt;br /&gt;Maria Ramos &lt;br /&gt;Group CEO, Absa Group Banks 52 South Africa Business &lt;br /&gt;94  &lt;br /&gt;Marjorie Scardino &lt;br /&gt;CEO, Pearson  64 United States  Business &lt;br /&gt;95  &lt;br /&gt;Risa Lavizzo-Mourey &lt;br /&gt;CEO, Robert Wood Johnson Foundation 57 United States  Non-Profit &lt;br /&gt;96  &lt;br /&gt;Beth Mooney &lt;br /&gt;CEO, KeyCorp  56 United States  Business &lt;br /&gt;97  &lt;br /&gt;Nonkululeko Nyembezi-Heita &lt;br /&gt;CEO, ArcelorMittal South Africa 52 South Africa Business &lt;br /&gt;98  &lt;br /&gt;Dominique Senequier &lt;br /&gt;CEO, AXA Private Equity 58 France  Business &lt;br /&gt;99  &lt;br /&gt;Kiran Mazumdar-Shaw &lt;br /&gt;Founder, Chair, Biocon 58 India Business &lt;br /&gt;100  &lt;br /&gt;Beth Brooke &lt;br /&gt;Global Vice Chair, Ernst &amp; Young 52 United States  Business &lt;br /&gt;Digg36StumbleUpon33LinkedInReddit..5483&lt;br /&gt;shares  3054&lt;br /&gt;tweets  Share&lt;br /&gt;The Forbes 400 World's Billionaires Celebrity 100 World's Leading Companies .more + &lt;br /&gt;The Forbes 400 is the definitive list of wealth in America, profiling and ranking the country's richest citizens by their estimated net worths. &lt;br /&gt;View complete list »&lt;br /&gt; #1&lt;br /&gt;Bill Gates&lt;br /&gt;Latest News »#14&lt;br /&gt;Mark Zuckerberg&lt;br /&gt;Latest News »#7&lt;br /&gt;George Soros&lt;br /&gt;Latest News »#331&lt;br /&gt;Stewart Rahr&lt;br /&gt;Latest News »#212&lt;br /&gt;Lynda Resnick&lt;br /&gt;Latest News »#37&lt;br /&gt;Rupert Murdoch&lt;br /&gt;Latest News »Riding surging prices of his bank and telecom holdings, Mexican tycoon Carlos Slim Helú has widened his lead over Americans Bill Gates and Warren Buffett as the wealthiest person on earth. View complete list » #33Mikhail ProkhorovLatest News »#1Carlos Slim HelÃºLatest News »#144Cher WangLatest News »#52Aliko DangoteLatest News »#27Prince Alwaleed Bin Talal AlsaudLatest News »#53Mark ZuckerbergLatest News »&lt;br /&gt;Lady Gaga jumps to the top of this year's ranking of the richest and most powerful actors, actresses, athletes, writers and musicians. View complete list » #1Lady GagaLatest News »#3Justin BieberLatest News »#7Taylor SwiftLatest News »#8Bon JoviLatest News »#10 LeBron JamesLatest News »#12Katy PerryLatest News »&lt;br /&gt;The Forbes Global 2000 are the biggest, most powerful listed companies in the world. This year's list reflects big gains in profit and sales from a broad and deep recovery. Optimism may be back in boardrooms from Beijing to Bentonville, but now come the headwinds. View complete list » #43 DaimlerLatest News »#6 PetrochinaLatest News »#34China MobileLatest News »#27VodafoneLatest News »#1JPMorgan ChaseLatest News »#47AppleLatest News »Photo Galleries and More&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Gallery: America's Best-Paying Sales Jobs &lt;br /&gt;Lessons From America's Most Promising Companies &lt;br /&gt;The Silliest Uses Of Your Tax Dollars &lt;br /&gt;Essential Gear For Smarter Travel &lt;br /&gt;Companies That Give Back The Most.HomeBusinessInvestingTechEntrepreneursOp/EdLeadershipLifestyleListsForbes ConferencesNewslettersAdvertising Information | Self-Serve Advertising | Reprints/Permissions | Terms, Conditions and Notices | Privacy Statement | Contact Us | Sitemap | Help &lt;br /&gt;2011 Forbes.com LLC™   All Rights Reserved&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Forbes RussiaForbes PolandForbes RomaniaForbes ChinaReal Clear PoliticsReal Clear SportsReal Clear Markets.&lt;br /&gt;SpirentMorningstarXigniteQuotemediaThomson ReutersAd Choices.Magazines&lt;br /&gt;.Free Trial Issue&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Subscriber Services&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Buy Back Issues&lt;br /&gt;  .&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5629707013494315106-5904291132527293745?l=woodsideny.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/5904291132527293745'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/5904291132527293745'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://woodsideny.blogspot.com/2011/11/blog-post_13.html' title='สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นิตยสารฟอร์บส์'/><author><name>New york-New jersey-Houston,TX.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02538000324769293956</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='33' height='16' src='http://1.bp.blogspot.com/_gY87zq_nS84/ST4hFXEf0_I/AAAAAAAABxM/by3FuQXLzVg/S220/norporchorusalogosmall.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5629707013494315106.post-4389072792130082159</id><published>2011-11-12T11:40:00.000-05:00</published><updated>2011-11-12T11:42:27.535-05:00</updated><title type='text'>ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนสเปนจะชอบวัฒนธรรมไทยขนาดนี้</title><content type='html'>ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนสเปนจะชอบวัฒนธรรมไทยขนาดนี้ &lt;br /&gt;เล่นเอาไปสร้างเป็นสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก &lt;br /&gt;แล้วตั้งชื่อว่า Siam Park ที่เกาะคานารีเลย มีหมู้บ้านทรงไทย &lt;br /&gt;แม่น้ำสวัสดี(น้ำวน) สไลเดอร์นาคา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมเด็จพระพี่นางเคยเสด็จไปวางศิลาฤกษ์หลายปีมาแล้ว &lt;br /&gt;สถานทูตสเปนกราบทูลเชิญสมเด็จพระเทพฯเสด็จพระราชดำเนิน&lt;br /&gt;ไปเปิดสวนน้ำอย่างเป็นทางการเลย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าของเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำสเปน อยู่ที่หมู่เกาะคานารี่ &lt;br /&gt;แต่เป็นคนเยอรมัน จริงๆนี่เป็นสวนสนุกแห่งที่สองของเขาที่ terenife&lt;br /&gt;แห่งแรกเป็นสวนสัตว์บวกโรงแรม ในนั้นก็มีศาลาทรงไทยเหมือนกัน &lt;br /&gt;เกาะ Terenife อยู่ใจกลางทะเลเลย อยู่ระหว่างสเปนกับแอฟริกา?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าไปจากมาดริดก็บิน 3 ชม.มีภูเขาไฟที่สูงที่สูงสุดในโลก?&lt;br /&gt;อากาศดี แต่ทะเลไม่สวย ทรายดำ ชายหาดสู้ของไทยไม่ได้ &lt;br /&gt;แต่คนยุโรปชอบไปเที่ยวหลบหนาวเพราะมันใกล้ยุโรป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกาะนี้ไม่ได้มีเฉพาะสวนน้ำจ๊ะ สวนสัตว์น้ำธีมไทยๆเค้าก็มีนะ &lt;br /&gt;มีปลาวาฬเพชรฆาตตั้ง4ตัว ใหญ่โตอลังการไม่แพ้กัน &lt;br /&gt;โรงแรมห้าดาวจากต้นแบบโอเรียลเต็ลก็มี ในสวนมีสุนทรภู่ปี่หายอีกด้วย &lt;br /&gt;เจ้าของเป็นใครไปถามพนักงานได้ทุกคน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งบโฆษณาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ มาจากเงินภาษีคนไทย&lt;br /&gt;โดยมีหน่วยงานของรัฐ กท.ตปท. สถานทูตไทย &lt;br /&gt;คอยทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์เรียกลูกค้าให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นึกถึงเจ้าชายองค์นึงของซาอุ ก็ไปหาลงทุนอยู่ทั่วโลกแบบนี้&lt;br /&gt;แต่ผลกําไรที่ได้ ก็เอามาแจกจ่ายให้คนจนในประเทศบ้าง&lt;br /&gt;และบริจาคช่วยเหลือคนจนในประเทศอื่นๆบ้าง &lt;br /&gt;ไม่เห็นคนซาอุจะเทิดทูนเจ้าชายองค์นี้ เป็นเทพเจ้าแต่อย่างใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผิดกับเทวดาของรัฐกล้วยเน่า นอกจากแอบรวยแล้ว &lt;br /&gt;ยังหน้าด้านรับเงินบริจาค จากประชาชนสอพลออีกด้วยโว้ย !! &lt;br /&gt;ดีไม่ดี แอบหยิบเงินที่ไม่ใช่ของตน ไปฟอกทำสวนน้ำด้วยนะนั่นน่ะ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอ หรือว่าเป็นของทักกี้รึป่าว ทักกี้รวยติดอันดับโครตพ่องโครตแมร่งอยู่แล้วนี่&lt;br /&gt;น้าทักกี้จะซื้อทั้งโลกแล้วนี่ฮะ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สเปนมีอะไรดี นี่คือคำพูดของปิ๊สิด&lt;br /&gt;มันคงไม่รู้จักสวนน้ำนี่กะมัง ตุ๊ยไอ้มาก ตุ๊ย ตุ๊ย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รอดูเดือนหน้าที ว่าเค้าจะมีโปรโมชั่นอะไรกันมั่ง ฉลองวันคล้ายวันเกริดอ่า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ที่สงสัย ก็คือ ความเงียบ และความคลุมเครือ ของพระราชวงศ์&lt;br /&gt;เกี่ยวกับความร่ำรวย การปกปิดความร่ำรวย ความไม่โปร่งใส &lt;br /&gt;ในการตรวจสอบได้ และข่าวลือที่ออกมา มักเป็นความจริงตลอด &lt;br /&gt;แต่ไม่มีการปฏิเสธ ซึ่งเท่ากับถือว่าเป็นการยอมรัย &lt;br /&gt;น่าสงสัยคือทำไม พระราชวงศ์ชอบทำให้มันคลุมเครือ &lt;br /&gt;ไม่ทำอะไรให้มันชัดเจน ก็เลยมีแนวโน้มทำให้คนเชื่อ ในข่าวลือก็แค่นั้น เอง &lt;br /&gt;เพราะการกำจัดข่าวลือที่ดีที่สุด ก็คือใช้ความจริงเข้าสู้ &lt;br /&gt;แต่สถาบัน ไม่เคยใช้ความจริงเข้าสู้ ใช้แต่ความคลุมเครือ &lt;br /&gt;และความรุนแรงปราบปราม กดให้กลัว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5629707013494315106-4389072792130082159?l=woodsideny.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/4389072792130082159'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/4389072792130082159'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://woodsideny.blogspot.com/2011/11/blog-post.html' title='ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนสเปนจะชอบวัฒนธรรมไทยขนาดนี้'/><author><name>New york-New jersey-Houston,TX.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02538000324769293956</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='33' height='16' src='http://1.bp.blogspot.com/_gY87zq_nS84/ST4hFXEf0_I/AAAAAAAABxM/by3FuQXLzVg/S220/norporchorusalogosmall.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5629707013494315106.post-7211595241756236043</id><published>2011-10-29T23:13:00.002-04:00</published><updated>2011-12-05T14:00:10.352-05:00</updated><title type='text'>จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้</title><content type='html'>จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้แจ้งมาว่า โรเบิรต์ อัมสเตอร์ดัม มีจดหมายไปยังสำนักพระราชวังเพื่อขอให้กษัตริย์ ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับการตายของประชาชนในวันพฤษาอำมหิต เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของไทย บ่งบอกว่า กษัตริย์เป็นจอมทัพไทย แต่พฤติกรรม (ความจริง) ถึงแม้มีความฉลาดแกมโกง แต่ขี้ขลาดเสมอ เพราะไม่เคยออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ใดๆ ในอดึตที่มีนักศักษา ประชาชนตายเป็นจำนวนมาก เพียงแค่ต้องการเรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริงเท่านั้น และกษัตริย์ไม่เคยรับผิดชอบต่ออำนาจอันใหญ่ล้นฟ้าที่ตนรวบอำนาจไว้เพียงคนเดียว ///A reliable source has informed us that ROBERT AMSTERDAM has sent an official letter to the king of Thailand requesting a full explanation as to the death of innocent and unarmed people during the May Massacre. The urgent request was due to the fact that the current Thai Consitution specifies that the king is the SUPREME COMMANDER OF THE THAI ARMED FORCES. But in reality, though this king is cunning, he is very coward; he has never took responsibilities for his actions during the previous DEMOCRACY UPRISINGS in which so many unarmed student and freedom-loving demonstrators were killed by police and soldiers.&lt;br /&gt;เอาแต่ความดีความชอบ เช่น รับเงินบริจาค รับปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์ต่างประเทศที่ซื้อมา ออกค่าใช้จ่ายให้แก่เลขาธิการคนก่อนมอบประกาศนียบัตรเทิดพระเกียรติ ส่วนเรื่องแก้ไขปากท้องประชาชนไม่เกยแสดงความคิดเห็น หรือออกเงินให้กับเด็กที่ยากไร้ทั่วประเทศที่กำลังอดอยากเลยสักครั้ง มีแต่ใช้แต่วาทกรรมและมายากรรมเป็นประจำเท่านั้น ///Sutt Bod only takes but never gives such as forcing people to donate money under his name. Getting paid honorary degrees from foreign universities. Paid for Kofi Anan's trip to give him UN Certificate. When it comes to the welfare of the Thai people, he never gets involved whatsoever. He will not pay for school children lunches or anything who are so poor. He only uses cunning speech and phony acts to fool his people.&lt;br /&gt;ประเทศบรูไน และประเทศซาอุ แม้ไม่ใช่ประเทศที่กษัตริย์ร่ำรวยที่สุดในโลก ให้การศึกษาฟรีกับประชาชนจนจบมหาวิทยาลัย ให้การดูแลรักษาพยาบาลฟรีกับประชาชนด้วยเช่นกัน ในขณะที่กษัตริย์ภูมิพลผู้ซึ่งร่ำรวยที่สุดในโลกกลับไม่เคยให้อะไรเลยกับประชาชน เป็นคำถาม ที่น่าคิดมากว่า ทำไมจึงแตกต่างกันมาก และที่น่าบัดซบที่สุด คนจนจน กลับต้องจ่ายภาษี และให้เงินบริจาคกับกษัตริย์และครอบครัวมาเป็นเวลาช้านาน จนพวกเจ้ารวยเอา รวยเอา แล้วคนไทยก็จนเอา จนเอา ลง และลงทุกวันน่าบัดซบจริงๆ ที่ฉวยโอกาสตีตัวว่า เป็นนายของข้าราชการในกระทรวงต่างๆ ทหาร ตำรวจ แทนที่จะสำนีกว่านายที่แท้จริงคือประชาชนผู้เสียภาษีให้กับพวกเจ้าและข้าราชการแค่คิดแตกต่างกับกษัตริย์เพียงนิดเดียวก็กลัวแล้ว เหมือนอยู่บ้านปีศาจ นี่หรือประเทศไทย&lt;br /&gt;ไอ้สัตวนรกกษัตริย์ภูมิพลหน้าตัวเมีย ไม่เคยทำประโยชน์อะไรให้กับประเทศแต่อย่างไร ได้แต่ใช้วาทกรรมและมายากรรม เป็นกษัตริย์ที่หน้าด้านที่สุด แอบอ้างว่าทำโครงการโน้นโครงการนี้ ใช้ชื่อไพเราะให้คนงมงายว่าเป็นโครงการพระราชดำริ&lt;br /&gt; กองทัพไทยใช้รถถังเพื่อใช้ในการข่มขู่ประชาชน ผู้เรียกร้องประชาธิปไตย และในการปฏิวัติเท่านั้น ไม่ใช่ใช้รถถังเพื่อปกป้องประเทศไทย////The Thai army owns tanks purely for the purpose of intimidating pro-democracy demonstrators and for staging coups and never for defending the country.&lt;br /&gt;พ่อทำให้ประเทศล้าหลัง พ่อทำให้ประชาชนงมงายกับความเชื่อใจพ่อ แต่พ่อกลับหักหลังพวกลูก สร้างความร่ำรวย ภายใต้น้ำตาของลูกๆ พ่อรวยที่สุดในโลก แต่ลูกๆ ยังกินเผือกกินมัน พ่อนอนวัง แต่ลูกๆ ยังไม่มีแม้แต่ที่จะซุกหัวนอน พ่อไม่ต้องจ่าย กะตังค์ แม้แต่ค่ากินค่าอยู่ ค่าน้ำค่าไฟ แต่ลูกๆ ไม่จ่ายถูกยึดหม้อ จ่ายภาษี อย่างเข้มงวดทำไมถึงฉลาดอย่างนี้ ภูมิพลใช้คำว่า “พ่อ” แล้วอ้างว่าอยู่ใต้กฎหมาย เมื่อครั้งเสื้อแดงพ่อควรปกป้องลูกๆ ของพ่อ แต่ท้ายสุดแล้วพ่อกลับสนับสนุนมาร์คฆ่าคนเสื้อแดง แล้วอดีตที่ผ่านมารอ อนุมัติการรัฐประหารให้ไอ้บังสนธิจนถึงเที่ยงคืน พ่อ ทำเพื่อพ่อต่างหาก ไม่ใช่ทำเพื่อลูก พ่ออยู่เบื้องหลังความเคลื่อนไหว อนาธิปไตยทุกอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ดูหนังเรื่อง Bangkok Girl หนังสารคดีเกี่ยวกับ การต่อสู้ทำมาหากินเพื่อเลี้ยงชีพตัวเองของผู้หญิงไทย ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด แปดแสนกว่าคน ยอมขายตัวให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมทั้งชายไทยทั้งหลายที่เห็นแก่ตัว ร่างกายของพวกหล่อนเต็มไปด้วยโรคภัย นังแม่ปลาวาฬ ไม่สงสารลูกสาวทั้งหลายหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายประชาไทย 10/30/2011&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5629707013494315106-7211595241756236043?l=woodsideny.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/7211595241756236043'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/7211595241756236043'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://woodsideny.blogspot.com/2011/10/blog-post_29.html' title='จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้'/><author><name>New york-New jersey-Houston,TX.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02538000324769293956</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='33' height='16' src='http://1.bp.blogspot.com/_gY87zq_nS84/ST4hFXEf0_I/AAAAAAAABxM/by3FuQXLzVg/S220/norporchorusalogosmall.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5629707013494315106.post-4246713069701706759</id><published>2011-10-29T23:04:00.000-04:00</published><updated>2011-12-05T14:00:10.358-05:00</updated><title type='text'>สาระขันไทยแลนด์: คนเดินตรอก</title><content type='html'>สาระขันไทยแลนด์: คนเดินตรอก &lt;br /&gt;วีรพงษ์ รามางกูร มติชนวันที่ 23 พฤษภาคม 2551 วีรพงษ์ รามางกูร อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลังสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประชาธิปัตย์ต้องการปฏิรูป พรรคประชาธิปัตย์ก็เหมือนกับพรรคการเมืองอื่นที่ต้องถือว่าเป็นของประชาชน มิใช่ พรรค ของกรรมการบริหารพรรคหรือ สมาชิกพรรคเท่านั้น เพราะได้รับเงินจากภาษีอากรที่เก็บ จาก ประชาชนทั่วประเทศไปทำกิจกรรมของพรรค &lt;br /&gt; เรื่องแรก พรรคต้องเปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ว่า การเอาแต่คิดโค่นล้มคู่ต่อสู้ทุกวิถีทางนั้น ต้องเปลี่ยนใหม่ แม้ว่าตอนที่ก่อตั้งพรรคเมื่อปี 2489 พรรคประสบความสำเร็จในการโค่น ล้มพรรคแนวรัฐธรรมนูญและพรรคสหชีพ โดยการร่วมมือกับทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ จอมพลผิน ชุณหะวัณ และจอมพลป.พิบูลสงคราม ลงเลือกตั้งโดยการช่วยเหลือของทหาร ในเดือนมกราคม 2491 เป็นรัฐบาลอยู่ได้4เดือน &lt;br /&gt;ก็ถูกทหารหักหลังจี้ให้ลาออก หลังจาก นั้นก็ไม่ได้อะไร จนเกิดกรณี 14 ตุลาคม 2516 เพราะทหารแตกคอกันเองไม่ใช่ฝีมือของ พรรค ทรรศนะที่ถูกต้องก็คือ ต้องสร้างผลงานในทางสร้างสรรค์ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และการต่างประเทศ ในด้านการต่างประเทศประเทศเราใหญ่พอที่ผู้นำของเรา สามารถจะเป็นผู้นำของภูมิภาคอย่าง ดร.โมฮัมเหม็ด มหาเธร์ ได้ นำเห็นใจผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ส่วนมากเป็นทนายความ เป็นครู เป็นข้าราชการที่เกษียณ อายุแล้ว มีนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จน้อย หัวหน้าพรรคแม้ว่าจะมีอายุพอสมควรแล้ว มี การศึกษาจากสถาบันชั้นนำของโลก แต่ไม่เคยทำงานรับผิดชอบจริง ๆ ข้อสำคัญอยู่ไป ๆ ถูกพรรคล้างสมองลืมหลักการทางปรัชญา กฏหมาย รัฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ เสีย สิ้น &lt;br /&gt;ค้านทุกเรื่องที่ฝ่ายตรงกันข้ามทำ หรือฝ่ายตรงกันข้ามคิด ผลจึงออกมาในสายตา ประชาชน ว่าที่คิดที่พูดนั้น ตนเองก็ไม่ได้เชื่ออย่างนั้นเลยแต่พูดไปตามมติพรรคซึ่งล้าสมัยแล้ว เรื่องที่สอง เหตุที่พรรคมีทัศนคติในทางลบและไม่สร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา ก็เพราะพรรค ถูกครอบงำด้วยผู้นำรุ่นเก่าที่เคยประสบความสำเร็จโดยการทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามที่เป็น รัฐบาลทหาร ขณะนั้น&lt;br /&gt;ขณะนั้นโอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์จะเป็นรัฐบาลไม่มี เพราะทหารกุมอำนาจ เบ็ดเสร็จเอาไว้ พรรคประชาธิปัตย์จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ดีที่สุด ผู้นำพรรค ซึ่งบัดนี้อายุ อยู่ระหว่าง 65-75 ปี จึงติดยึดอยู่กับยุทธวิธีแบบนั้นไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อมีพรรคใหม่ที่ผู้นำพรรคเกือบ 100 คน มาจากคนที่มีประสบการณ์ทั้งทางธุรกิจและทาง ราชการ มีวิสัยทัศน์ยาวไกลทันต่อก&lt;br /&gt;ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคโลกาภิวัฒน์ ทำการบ้าน ว่าคนชั้นล่างซึ่งมีสัดส่วนที่สูงต้องการอะไร และสามารถทำอย่างที่ตนสัญญาไว้ตอบหา เสียง เลือกตั้งได้ พรรคประชาธิปัตย์จึงพ่ายแพ้อย่างยับเยินครั้งแล้วครั้งเล่าผู้นำพรรคก็ไม่ยอมรับ ความบกพร่องของตน แต่หลอกตนเองว่าพ่ายแพ้การเลือกตั้งเพราะฝ่ายตรงกันข้ามซื้อ เสียง&lt;br /&gt;แต่ในกรณีที่ทหารและข้าราชการถูกสั่งให้มาช่วยอย่างเต็มที่ทั้งกำลังคน กำลังอำนาจ และกำลังเงินซื้อเสียงให้ แล้วยังแพ้อย่างยับเยินตนกลับไม่คำนึงถึง หลายคนบอกว่าแม้ ฝ่ายตรงกันข้ามไม่ซื้อเสียงเลยก็ยังชนะพรรคประชาธิปัตย์ สิ่งที่พิสูจน์ได้ก็คือ ผู้ที่ออก จากพรรคไทยรักไทยไปอยู่พรรคอื่นกลับสอบตกเป็นจำนวนมาก ทั้ง ๆ ที่มีกระสุนจาก ทหาร&lt;br /&gt;มาช่วยจำนวนมาก เรื่องที่สาม ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์อาจแบ่งเป็นสองพวก พวกนักกฏหมายกับพวกครู จะ ไม่ค่อยยอมรับการเปลี่ยนแปลง กฏหมายระเบียบแบบแผนเป็นอย่างไรก็ถือเป็นคัมภีร์ให้ ข้า ราชการเป็นผู้แนะนำและชี้นำนโยบายในการทำงาน อีกพวกหนึ่งเป็นพวกที่มีผลประโยชน์ จึง ไม่ยอมให้คนรุ่นใหม่เข้าไปรับผิดชอบพรรคจริง ๆ ยังกุมอำนาจพรรคไว้ด้วยผลประโยชน์ส่วนฝ่ายตรงกับข้ามพูดเสมอว่า กฏหมายระเบียบแบบแผนเป็นเครื่องมือที่จะทำให้งาน สำเร็จ ประชาชนได้ประโยชน์ถ้ากฏหมายข้อบังคับเป็นอุปสรรคก็ต้องแก้ไข เพราะกฏหมาย ข้อบังคับระเบียบแบบแผนสร้างมาโดยมนุษย์ มนุษย์ย่อมสามารถแก้ไขได้ มนุษย์ต้องเป็น นายกฏหมายไม่ใช่ให้กฏหมายมาเป็นนายมนุษย์ข้าราชการไม่ใช่ผู้กำหนดนโยบายแต่เป็นผู้นำนโยบายของฝ่ายการเมืองไปปฏิบัติ กลับกัน กับวิธีคิดของประชาธิปัตย์ ผลงานของประชาธิปัตย์ในฐานะเป็นรัฐบาล ไม่ใช่ในฐานะของ ฝ่ายค้านจึงไม่ค่อยมีเป็นรูปธรรม ทั้ง ๆ ที่เคยร่วมรัฐบาลมาหลายยุคหลายสมัยเป็นเวลากว่า 15 ปีเคยถามเพื่อนฝูงชาวปักษ์ใต้ที่ภูเก็ต กระบี่ พังงา สุราษฎร์ฯ ว่าชอบผลงานของรัฐบาลพรรค ไหน ไม่มีใครบอกว่าผลงานของประชาธิปัตย์ดีกว่าคู่ต่อสู้ ทุกคนบอกว่าผลงานของรัฐบาล คู่ต่อสู้ดีกว่า แต่ที่เลือกประชาธิปัตย์เพราะพ่อแม่ปู่ย่าตายายเลือกประชาธิปัตย์ หรือที่เลือก ก็เพราะผู้นำพรรคโดยเฉพาะอย่างยิ่งนายหัวเป็นคนใต้ เคยถามต่อว่าถ้านายหัวไม่อยู่แล้วจะเลือกอย่างไร ผู้ตอบก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันเอาไว้ถึงเวลานั้นแล้วค่อยคิด พฤติกรรมการเลือก ส.ส.ของคนใต้ จึงต่างกับคนอีสานและคนเหนือ ที่เน้นว่า ส.ส.คนนั้น เคยทำประโยชน์ให้กับคนหรือชุมชนของคนแค่ไหน ส่วนในกรุงเทพฯ เลือกไปตามกระแส ที่สื่อมวลชนยัดเยียดให้ เพราะตนก็ไม่เคยได้ประโยชน์อะไรเป็นชิ้นเป็นอันจาก ส.ส.ของตน อยู่แล้ว เพราะตนเองก็มีเส้นสายโยงใยเองอยู่แล้วไม่เดือดร้อนเหมือนคนในต่างจังหวัด&lt;br /&gt;เรื่องที่สี่ เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถเข้าถึงหรือไม่พยายายเข้าถึงคนระดับล่างไม่ ว่าจะเป็นภาคอีสานภาคเหนือภาคกลาง และแม้แต่ในกรุงเทพฯ พรรคไม่เน้นที่จะสร้างผล งานแต่เน้นในการทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามทุกวิถีทาง พรรคจึงกลายเป็นทาร์ซานพยายามจะ&lt;br /&gt;ช่วยเจนนี่โดยการโหนเถาวัลย์ โหนกระแส และโหนทหาร แล้วให้เจนนี่คอยกอดเอว พอเจน นี่จับพลาดในที่สุดทาร์ซานก็ต้องป้องปากโห่อย่างโหยหวนลั่นป่า การทำตัวเป็นทาร์ซานจะไปถึงที่หมายโดยวิธีไหน จึงต้องละทิ้งอุดมการณ์ประชาธิปไตย อุดมการณ์ทางกฎหมาย ความถูกต้อง จารีต ประเพณีในการปกครองระบอบประชาธิปไตยร่วมมือกับทหารสร้างทางตันเพื่อเชื้อเชิญให้ทหารปฏิวัติ ทำลายรัฐธรรมนูญ เพื่อให้พรรค ฝ่ายตรงกันข้ามถูกยุบ ให้นักการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามถูกตัดสิทธิทางการเมือง จะต้อนพรรคการเมืองไม่ให้โต สร้างองค์กรอิสระที่ไม่มีใครตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นผลเสียกับตัวเองด้วยใน ระยะยาวแต่ก็ยอมทำ ทำให้พรรคเสียคะแนนจากผู้คนที่หัวก้าวหน้าและคนรุ่นใหม่อย่างน่า เสียดายการที่พรรคประณามนโยบายและโครงการที่เป็นประโยชน์กับคนระดับล่าง ทั้ง ๆ ที่อยู่ใน กรอบที่การเงินการคลังของประเทศรับได้ เพราะมีทุนสำรองระหว่างประเทศเหลือเฟือจน ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่อยากจะได้ว่าเป็นโครงการ”ประชานิยม” เท่ากับการทำลาย เลียงของตนเองกับคนระดับล่างทั่วประเทศและจำกัดตัวเองเพราะถ้าตนเองเป็นรัฐบาลก็คง ต้องทำหรืออาจจะทำมากกว่าเพราะที่ใช้หาหาเสียงสัญญาว่าจะทำมากกว่า เรื่องที่ห้า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคปิด มีระบบอาวุโสที่เหนียวแน่น สมาชิกใหม่ให้อยู่ ระดับล่าง หรือในสภาก็อยู่แถวหลังหรือที่อังกฤษเรียกว่า “Back Benchers” แต่อังกฤษผู้ นำพรรคที่นำพรรคไปแพ้เลือกตั้งจะลาออกเกือบหมดเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มาแทน แต่ ของเราไม่มีประเพณีอย่างนั้น สมาชิกรุ่นใหม่จึงไม่มีโอกาสมานำพรรค ผู้นำพรรคไม่มุ่งจะ ทำพรรคให้ชนะการเลือกตั้ง เพียงแค่ได้ ส.ส.มากเพิ่มขึ้นก็พอใจจะอยู่ในตำแหน่งต่อไป แล้วส่วนฝ่ายตรงกันข้ามเน้นในเรื่องผลงานทางเศรษฐกิจของผู้ออกเสียง เน้นคะแนนนิยมในตัว ส.ส. เน้นการเมืองที่มีผลสำเร็จของการเลือกตั้ง เน้นทางด้านการหาเงินช่วยพรรค ซึ่งไม่ ต้องบอกก็คงเข้าใจ ดังนั้น จึงมีการสับเปลี่ยนตัวผู้นำพรรคระดับรอง ๆ ลงไปอยู่ตลอดเวลา พรรคฝ่ายตรงกันข้ามจึงสามารถ “ดูด” นักการเมืองให้เข้าพรรคได้มากขึ้นเสมอเพราะมา อยู่แล้วโอกาสชนะการเลือกไม่ใช่เพราะเงินอย่างเดียวอย่างที่พรรคประชาธิปัตย์เข้า ใจ เรื่องที่หก พรรคไม่เคยหวังว่าจะชนะการเลือกตั้งและสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้พรรคเดียว หวังแต่เพียงเป็นแกนนำของรัฐบาลผสม เมื่อหวังเพียงเท่านี้ก็ทำให้มีทัศนคติว่า ถ้าสามารถ ทำลายพรรคคู่แข่งไม่ให้ลงมาแข่งในการเลือกตั้งก็พอแล้ว ถ้าพรรครู้จุดอ่อนความสามารถในการสร้างนโยบายใหม่ ๆ ไว้ขายกับประชาชน ถ้าคิดไม่ ออกก็ขวนชวายหาบริษัทที่ปรึกษาที่ชำนาญการ แต่ก็ไม่มีความพยายามแต่ใช้วิธีสะกดจิต ตนเองว่า ตนเองเป็นฝ่ายเทพ ฝ่ายตรงกันข้ามเป็นฝ่ายมาร แท้จริงในงานการเมืองไม่มีใคร เป็นเทพไม่มีใครเป็นมารมีแต่ผู้ชนะกับผู้แพ้การเลือกตั้งเท่านั้น ทั้งหมดนี้เป็นจุดอ่อนของพรรคประชาธิปัตย์ ผู้เสียภาษีอย่างพวกเราน่าจะมีสิทธิ์วิพากษ์ วิจารณ์และเสนอแนะให้แก้ไขปฏิรูปตนเอง เพราะผลการดำเนินงานของพรรคไม่คุ้มกับเงิน ภาษีที่รับไปจะโกรธจะเคืองอย่างไรก็ไม่ว่าเพราะไม่อยากเห็นเมืองไทยเป็นระบบการเมืองแบบพรรค เดียว ถ้าเมืองไทยเป็นการเมืองพรรคเดียวก็ต้องโทษประชาธิปัตย์อย่าไปโทษใคร คิดแล้ว อ่อนใจ&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5629707013494315106-4246713069701706759?l=woodsideny.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/4246713069701706759'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/4246713069701706759'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://woodsideny.blogspot.com/2011/10/blog-post_8365.html' title='สาระขันไทยแลนด์: คนเดินตรอก'/><author><name>New york-New jersey-Houston,TX.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02538000324769293956</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='33' height='16' src='http://1.bp.blogspot.com/_gY87zq_nS84/ST4hFXEf0_I/AAAAAAAABxM/by3FuQXLzVg/S220/norporchorusalogosmall.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5629707013494315106.post-5323962582162941253</id><published>2011-10-26T19:48:00.000-04:00</published><updated>2011-10-26T19:48:51.285-04:00</updated><title type='text'>SCCกำไรQ3กระฉูด โชว์ยอด8.6พันล้าน :ยอดขายปูนซีเมนต์พุ่ง ธุรกิจปิโตรเคมีฟื้น!</title><content type='html'>SCCกำไรQ3กระฉูด โชว์ยอด8.6พันล้าน :ยอดขายปูนซีเมนต์พุ่ง ธุรกิจปิโตรเคมีฟื้น!  &lt;br /&gt;วันพุธที่ 26 ตุลาคม 2554&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://2.bp.blogspot.com/-2ZtKuBMwx5c/TqiYyR8e2lI/AAAAAAAACdE/ePGfvEFMORs/s1600/20111026-head-scg.jpg"&gt;&lt;img style="cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 142px;" src="http://2.bp.blogspot.com/-2ZtKuBMwx5c/TqiYyR8e2lI/AAAAAAAACdE/ePGfvEFMORs/s320/20111026-head-scg.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5667948120623733330" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ปูนใหญ่" ไตรมาส 3/54 โกยกำไร 8.6 พันล้านบาท โต 31% จากไตรมาส 3/53 และโต 15% จากไตรมาสก่อน อานิสงส์ยอดขายปูนซีเมนต์เพิ่มขึ้น บวกธุรกิจปิโตรเคมีฟื้นตัว รับดีมานด์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีดีขึ้น หลังลูกค้าสต๊อกวัตถุดิบเพิ่มเพื่อผลิตสินค้าส่งมอบช่วงปลายปี โบรกฯแนะ "ซื้อ" เป้าหมาย 454 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลประกอบการไตรมาสที่ 3/54 ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC แนวโน้มสดใส โดยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ว่า SCC จะประกาศกำไรสุทธิไตรมาสที่ 3/54 อยู่ที่ 8.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสก่อน  โดยมีปัจจัยบวกจากธุรกิจปูนซีเมนต์ที่มีปริมาณขายเพิ่มขึ้นเทียบกับ Low Season ในไตรมาสที่ 2/54 และกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี ที่มีอุปสงค์ต่อผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสที่ 2/54 เกิดจากกลุ่มลูกค้าเริ่มเก็บสต๊อกวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเพื่อผลิตสินค้าส่งมอบในช่วงปลายปี  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยแนวโน้มค่าเฉลี่ย Spread ของผลิตภัณฑ์หลัก HDPE-Naphtha เพิ่มขึ้นจากจุดต่ำสุดที่ 396 เหรียญต่อตันในไตรมาสที่ 2/54 มาที่ปัจจุบัน 441 เหรียญต่อตัน บันทึกค่าเผื่อด้อยค่าสต๊อกสินค้าในไตรมาสที่ 3/54 ลดลงเทียบกับการตั้งด้อยค่าสต๊อก Ethylene ประมาณ 1 พันล้านบาท ตามราคาในตลาดโลกที่ลดลงในช่วงไตรมาสที่ 2/54 กำไรพิเศษจากการทยอยขายหุ้น PTTCH ประมาณ 900 ล้านบาทในขณะที่ไม่มีกำไรพิเศษดังกล่าวในไตรมาสที่ 3/53 และไตรมาสที่ 2/54&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับการเข้าซื้อกิจการถือว่าเป็นจังหวะที่ดีโดยที่ SCC ซึ่งเชี่ยวชาญในสาย Olefins สามารถใช้ประสบการณ์นี้ขยายการลงทุนไปในประเทศที่มีอัตราเติบโตสูงด เช่น อินโดนีเซีย และอาจรวมถึงภูมิภาค ASEAN ในอนาคต โดยเฉพาะในภาวะปัจจุบันที่ Spread ของผลิตภัณฑ์หลักแกว่งตัวอยู่ในระดับที่ต่ำ ซึ่งเราคาดว่าจะอยู่ในระดับนี้ไปจนถึงกลางปี 2555 และปรับตัวดีขึ้นชัดเจนในครึ่งปีหลัง จากภาวะอุปทานและอุปสงค์ในตลาดโลกที่ใกล้เคียงกันมากขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งรอปรับประมาณการผลประกอบการจากการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ ในเบื้องต้นคาดว่ายังไม่ส่งผลบวกต่อ Equity Account ของ SCC ในปี 2554-2555 เนื่องจากภายหลังที่เข้าไปร่วมลงทุน SCC อาจจะต้องเข้าไปช่วยเหลือการปรับปรุงกระบวนการผลิต เช่น De-bottleneck โรงงาน Cracker เพียงแห่งเดียวของ CAP และเพิ่มผลิตภัณฑ์ Downstream ใหม่ๆ ให้ขึ้นมาใกล้เคียงกับธุรกิจของ SCC ในปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น คงคำแนะนำ ซื้อ ประเมินมูลค่าพื้นฐานของหุ้น SCC ตามวิธี DCF เท่ากับ 400 บาท (Implicit P/E ที่ 14.7 เท่า) อิงสมมุติฐาน WACC 10.5% และ Terminal Growth Rate 3.5% และคาดการณ์อัตราตอบแทนเงินปันผลประมาณ 4% ต่อปีสำหรับผลประกอบการปี 2554-2555&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะที่แนวโน้มกำไรสุทธิในปี 2554 ลดลง 12.5% จากปีก่อน จากบันทึกกำไรจากการขายหุ้นบริษัท ปตท. เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTCH ในไตรมาสที่ 4/53 สูงถึง 1 หมื่นล้านบาท คาดหวังการเริ่มต้นฟื้นตัวของ Spread ของผลิตภัณฑ์หลักในธุรกิจปิโตรเคมีที่เริ่มต้นในไตรมาสที่ 3/54 และต่อเนื่องในปี 2555 เป็นปัจจัยหลักผลักดันผลประกอบการโดยรวมในปี 2555 ให้เติบโตในระดับที่ดี 16.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ประกอบกับแนวโน้มการขยายการลงทุนตามแผนงานเริ่มชัดเจนมากขึ้นภายหลังเข้าซื้อธุรกิจปิโตรเคมีในอินโดนีเซีย แม้ว่าจะยังไม่ส่งผลบวกในระยะสั้น แต่เราคาดว่าจะส่งผลบวกในระยะยาวได้ภายหลังที่ SCC ใช้ความเชี่ยวชาญในสาย Olefins เข้าไปปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส  จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า จากกรณีที่ SCC แจงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยมีบริษัทย่อย 6 แห่ง ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะดิน และนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ที่ต้องหยุดการผลิตเป็นการชั่วคราว เนื่องจากน้ำท่วมโรงงาน ขณะที่บริษัทย่อยอีก 3 แห่งคือ 1.โรงงานของบริษัทกระเบื้องกระดาษไทย ที่ท่าหลวง สระบุรี 2. บริษัทผลิตภัณฑ์กระเบื้อง (ลำปาง) จำกัด และ 3. บริษัทปูนซีเมนต์ไทย (ท่าหลวง) ต้องหยุดการผลิตเป็นการชั่วคราว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการขาดวัตถุดิบสำหรับการผลิต แม้ว่าจะยังสามารถป้องกันน้ำท่วมโรงงานได้ก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ ประเมินผลกระทบต่อยอดขายของ SCC ซึ่งจะนับรวมเฉพาะบริษัทที่ SCC ถือหุ้นมากกว่า 50% ว่าน่าจะทำให้ยอดขายในงบการเงินรวมของ SCC ลดลงราว 2 พันล้านบาท/เดือน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 6-7% ของยอดขายทั้งหมดของ SCC ขณะที่ผลกระทบต่อกำไรโดยรวม ทั้งในส่วนที่รับรู้ผ่านการจัดทำงบการเงินรวมและส่วนแบ่งกำไรตามวิธีส่วนได้เสีย น่าจะมีราว 200-300 ล้านบาท/เดือน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยหาก SCC หยุดการผลิตไปจนกระทั่งสิ้นปี 2554 ก็น่าจะกระทบต่อกำไรของ SCC ให้ลดลงประมาณ 600-800 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2% จากประมาณการกำไรทั้งปีของฝ่ายวิจัยที่ประเมินไว้ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหลังน้ำลด SCC น่าจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างในการบูรณะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอาคารบ้านเรือนและระบบสาธารณูปโภคต่างๆ โดยฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยกำหนด Fair Value ด้วยวิธี DCF จะให้ราคาหุ้นที่เหมาะสมอยู่ที่ 454 บาทต่อหุ้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5629707013494315106-5323962582162941253?l=woodsideny.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/5323962582162941253'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/5323962582162941253'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://woodsideny.blogspot.com/2011/10/sccq3-86_26.html' title='SCCกำไรQ3กระฉูด โชว์ยอด8.6พันล้าน :ยอดขายปูนซีเมนต์พุ่ง ธุรกิจปิโตรเคมีฟื้น!'/><author><name>New york-New jersey-Houston,TX.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02538000324769293956</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='33' height='16' src='http://1.bp.blogspot.com/_gY87zq_nS84/ST4hFXEf0_I/AAAAAAAABxM/by3FuQXLzVg/S220/norporchorusalogosmall.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/-2ZtKuBMwx5c/TqiYyR8e2lI/AAAAAAAACdE/ePGfvEFMORs/s72-c/20111026-head-scg.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5629707013494315106.post-1688289689165764803</id><published>2011-10-22T06:21:00.000-04:00</published><updated>2011-10-22T06:23:31.579-04:00</updated><title type='text'>ปัญหาน้ำท่วมบานปลายค่อนประเทศ</title><content type='html'>ปัญหาน้ำท่วมบานปลายค่อนประเทศ จะด้วยฝีมือธรรมชาติลงโทษ&lt;br /&gt;หรือน้ำมือมนุษย์ ฉวยโอกาส(หรือผสมโรง) ช่วงธรรมชาติเอาคืนมนุษย์ทั่วโลก&lt;br /&gt;(ที่ว่าบานปลาย เชื่อว่าคนคิดใช้น้ำสะกัดดาวรุ่งกะพอแค่ขัดขาล้างบางรัฐบาล&lt;br /&gt;แต่มันลุกลามเกินความควบคุม พาเอาธุรกิจสารพัดชนิดของตัวเองบรรลัยไปเพราะน้ำด้วย&lt;br /&gt;ไม่ใช่แค่ประชาชนที่เดือดร้อนงานนี้ อำมาตย์เจ็บหนัก 555 )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ้านเราต่างจากบ้านอื่นตรงที่ผู้นำประเทศ ไม่ได้มีแค่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง&lt;br /&gt;เท่านั้น นายกยังต้องฟังคำสั่ง(หรือป่าว) ผู้(พยายาม)นำประเทศบางคนอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นาทีนี้ ใคร ๆ ทั้งประเทศไทยก็รู้ว่า ผู้นำประเทศที่ประชาชนคนไทยเลือกมาชื่อ&lt;br /&gt;น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กว่าจะรับตำแหน่งทำงานได้ก็หืดขึ้นคอ ไม่ทันข้ามเดือน&lt;br /&gt;ก็เจอ ต้อนรับน้องใหม่(ถอดด้าม) ด้วยน้ำ น้ำ ปริมาณมหาศาลและวิชามาร&lt;br /&gt;สารพัดทั้งกั้นทั้งกันทั้งกัก น้ำไม่ให้ได้ระบายลงทะเลตามที่ควรเป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กักเอาไว้กันเอาไว้เพื่ออะไร ถ้าไม่ใช่เพื่อสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ไม่เห็นด้วย&lt;br /&gt;กับผู้(พยายาม)นำประเทศ เข้าตำรา คนกำลังเสื่อมก็มักจะทำอะไรที่ไม่คิดว่ามันจะทำให้&lt;br /&gt;ตัวเองเสื่อม สร้างความวิบัติให้กับตัวเองโดยรู้เท่าไม่ถึงการต้องการทำลายสร้างศัตรู                      (ประชาชน) กลับกลายเป็นหยิบยื่นความวิบัติให้กับตัวเองไปซ่ะงั้น 555&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๑. สร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในใจคนที่ได้รับความเดือดร้อน(ไม่ใช่แค่คนเสื้อแดง)&lt;br /&gt;๒. เปิดตาให้ความสว่างแก่ประชาชน (เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้) ว่าด้วยเรื่องความโหดเหี่ยม&lt;br /&gt;๓. เปิดตาให้ประชาชนเห็นถึงความโลภ เป็นผู้รับส่วนใหญ่ แต่ให้ส่วนน้อย รับล้านจ่ายร้อย&lt;br /&gt;เอาบุญคุณพันล้าน&lt;br /&gt;๔. เปิดตาให้ประชาชนเห็นความจงใจพยายามกรีดขว้างการบริหารประเทศของรัฐบาล&lt;br /&gt;แผนสะกัดดาวรุ่ง -กักน้ำให้ท่วมขังอย่างจงใจ ไม่ปล่อยให้ระบาย&lt;br /&gt;                            -ปล่อยน้ำเขื่อนอย่างจงใจให้วิบัติเดือดร้อน นอกจากไม่ยอมให้ระบาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานนี้ รัฐบาลของประชาชนที่มีผู้นำ ชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับไปเต็ม ๆ ความชอบธรรม&lt;br /&gt;ความรักศัทธาจากประชาชน เพราะทุกคนก็เห็นว่าเธอพยายามบำบัดทุกข์ให้กับประชาชน&lt;br /&gt;ถ้าไม่มีใครคอยขัดแข็งขัดขา เมื่อน้ำลด เธอจะสามารถบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ได้เต็มความสามารถ&lt;br /&gt;ถึงจะได้แค่ผ่อนหนักได้แค่เบาๆ แต่ประชาชนที่ได้รับความทุกข์อยู่ขณะนี้ก็จะยิ่งเป็นกำลังใจเอาใจช่วย&lt;br /&gt;ให้เธอทำงาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนผ่อนความทุกข์&lt;br /&gt;( จากที่ประชาชน ได้ฝากความหวังว่า ได้เธอมาจะทำให้ลืมตาอ้าปากได้ ก็ต้องลำบากกันหนักกว่าเดิม เพราะความมืดบอดบังตาบังใจผู้(เคย)มีอำนาจ  )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอเตือน ผู้(พยายาม)นำประเทศ ยิ่งสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนมากเท่าไหร่ ความบรรลัย&lt;br /&gt;ก็ยิ่งเปลี่ยนจากคืบคลาน ไปเป็นวิ่งเข้าหาพวกท่านเร็วกว่าที่คิด ยิ่งสายน้ำที่ท่านจงใจใช้เป็นเครื่องมือ&lt;br /&gt;หรือไม่ก็ตามแรงเท่าไหร่ ทำลายล้างได้มากเท่าไหร่ ความร้าย ความแรงก็ย้อนกลับสู่ตัวท่านเท่านั้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5629707013494315106-1688289689165764803?l=woodsideny.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/1688289689165764803'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/1688289689165764803'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://woodsideny.blogspot.com/2011/10/blog-post.html' title='ปัญหาน้ำท่วมบานปลายค่อนประเทศ'/><author><name>New york-New jersey-Houston,TX.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02538000324769293956</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='33' height='16' src='http://1.bp.blogspot.com/_gY87zq_nS84/ST4hFXEf0_I/AAAAAAAABxM/by3FuQXLzVg/S220/norporchorusalogosmall.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5629707013494315106.post-460329059866320256</id><published>2011-08-15T16:44:00.002-04:00</published><updated>2011-10-26T19:21:21.042-04:00</updated><title type='text'>กษัตริย์มีความสำคัญจริงหรือสำหรับประเทศไทย</title><content type='html'>กษัตริย์มีความสำคัญจริงหรือสำหรับประเทศไทย&lt;br /&gt;FAQ คำถามที่ถามกันบ่อยครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Q. กษัตริย์เป็นสมมุติเทพ เป็นที่เคารพสักการะของปวงชน &lt;br /&gt;A. กษัตริย์ไม่ใช่สมมุติเทพ เป็นมนุษย์ธรรมดา กิน นอน เข้าห้องน้ำ มีเมีย มีลูก เหมือนคนทั่วไป ไม่จำเป็นต้องเคารพสักการะบูชาแต่อย่างใด กษัตริย์เป็นบุคคลที่โชคดี เพราะพ่อหรือปู่ทวดเป็นกษัตริย์ ส่วนกษัตริย์คนแรก ก็คือ คนที่ฉลาด มีเล่ห์เหลี่ยม เป็นนักเลงใหญ่ สามารถเอาชนะนักเลงคนอื่น ๆ ได้ก็ตั้งตัวเองเป็นใหญ่ ขูดรีดชาวบ้านชาวเมือง มีเงินทองมากหน่อย ก็เอามาสร้างวัง สร้างมงกุฏ ตั้งบนหัว แล้วให้คนเคารพบูชา &lt;br /&gt;Q. เว็บ ๐มนุษย๐ ทำอย่างนี้เป็นการหมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง มีโทษถึงประหารชีวิต&lt;br /&gt;A. เป็นตายมีเพียงครั้งเดียว ร้ายดีมีไม่กี่ครั้ง หา่กเสียดายชีวิต ความอธรรมก็จะครอบคลุมมนุษย์จนไม่มีวันโงหัวขึ้นมาได้ ตกเป็นขี้ข้าของการมอมเมานี้ตลอด ในประวัติศาสตร์พวกกษัตริย์คือพวกที่ฉ้อฉลมากที่สุด เป็นพวกที่รีดนาทาเร้น  ใครมีลูกสาวสวยก็ถูกฉุดเข้าวังเป็นนางบำเรอ ซ้ำยังบังคับให้บูชาพวกเขาเป็นพระเจ้า เป็นศาสนา เช่น กษัตริย์ในบาบิโลเนีย ฟาโรห์ในอิยิปต์ จักรพรรดิ์ในโรมันและเปอร์เซีย ล้วนเป็นตัวอย่างของสุดยอดของความชั่วร้าย&lt;br /&gt;Q. กษัตริย์ไทยไม่ได้ชั่วร้ายเหมือนกษัตริย์อื่น ๆ กษัตริย์ไทยทุกคนมีบุญคุณต่อแผ่นดินอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะ ร. 5 ท่านเป็นที่เคารพบูชาสักการะของปวงชนชาวไทย &lt;br /&gt;A. มีอะไรจะชั่วร้ายยิ่งกว่าการอ้างว่าตัวเองเป็นพระเจ้า มอมเมาผู้คนให้เคารพบูชา หากเพื่อนบ้านของท่านคนหนึ่ง อ้างว่าเขาเป็นเทพจุติลงมา ขอให้ผู้คนในหมู่บ้านบูชาเขา ท่านคิดว่า คนนี้บ้า หรือโกหก?&lt;br /&gt;นายทองด้วง ร. 1 อ้างว่าตัวเองเป็น พุทธยอดฟ้า หวังจะมอมเมาให้ผู้คนเคารพบูชาเสมือนพระพุทธองค์ &lt;br /&gt;นายจุฬา ร. 5 อ้างว่าตัวเองเป็น พระพุทธเจ้าหลวง คือ พระพุทธเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อเป็นอย่างนี้ ร. 5 ก็อวดอ้างและดูหมิ่นพระพุทธองค์ที่แท้จริง&lt;br /&gt; Q. กษัตริย์ไทยเสียสละความสุขส่วนตัว ออกไปเยี่ยมชาวบ้านตามท้องถิ่นทุรกันดาร ออกไปแจกยาและผ้าห่มให้แก่พสกนิกร&lt;br /&gt;A. ถ้าท่านเองเป็นกษัตริย์ ท่านก็ทำได้เช่นกัน เพราะค่าใช้จ่ายต่าง ๆ นั้น เขาออกให้หมด หยูกยาและผ้าห่มก็มีคนที่อยากเอาหน้าเข้าไปบริจาค อีกทั้งยังมีพวกเมามายวันละร้อยสองร้อยคนขอเข้าไปกราบเท้า เอาเงินเอาทองไปประเคนให้อีก กษัตริย์มีทรัพย์สมบัติมากมายไม่พอ ยังมีคนเอาไปให้อีกอย่างนี้ เงินทองมากมายจะเอาไปทำอะไร ถ้าเป็นเสี่ยโอก็เอาไปแจกสาว ๆ ถ้าเป็นภูมิพลก็เอาไปเก็บที่สวิตเซอร์แลนด์&lt;br /&gt;Q. หมิ่นประมาทอย่างนี้นรกไม่กินกบาลหรือ?&lt;br /&gt;A. กษัตริย์ไทยไปซื้อนรกไว้เมื่อไหร่ไม่ทราบ กษัตริย์ไทยไม่ใช่ศาสดา ไม่ใช่พระอรหันต์ &lt;br /&gt;Q. พวก๐มนุษย๐เป็นคนไทยได้อย่างไร อยู่ในแผ่นดินของพระองค์แล้วยังเนรคุณต่อพระองค์&lt;br /&gt;A. แผ่นดินไทย และทุกแผ่นดินไม่ใช่ของกษัตริย์ แต่เป็นของมนุษย์ทุกคน&lt;br /&gt;Q. ประเทศไทยจะขาดสถาบันกษัตริย์ไม่ได้ เพราะสถาบันกษัตริย์เท่านั้น ที่จะยังความอยู่รอดของประเทศไทย&lt;br /&gt;A. ไม่จำเป็น ประเทศในโลกนี้ มีประเทศเป็นร้อยที่อยู่ได้อย่างสงบสุข โดยไม่ได้มีกษัตริย์เป็นประมุข&lt;br /&gt;    FAQ คำถามที่ถามกันบ่อยครั้ง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5629707013494315106-460329059866320256?l=woodsideny.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/460329059866320256'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/460329059866320256'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://woodsideny.blogspot.com/2011/08/blog-post.html' title='กษัตริย์มีความสำคัญจริงหรือสำหรับประเทศไทย'/><author><name>New york-New jersey-Houston,TX.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02538000324769293956</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='33' height='16' src='http://1.bp.blogspot.com/_gY87zq_nS84/ST4hFXEf0_I/AAAAAAAABxM/by3FuQXLzVg/S220/norporchorusalogosmall.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5629707013494315106.post-5493539276831158856</id><published>2011-04-14T17:41:00.002-04:00</published><updated>2011-04-14T18:36:29.779-04:00</updated><title type='text'>เรื่องหลังบ้าน 002 : ป้าสมจิตและสมาชิก</title><content type='html'>เรื่องหลังบ้าน 002 : ป้าสมจิตและสมาชิก &lt;br /&gt;.......&lt;br /&gt;ป้าสมจิต : พิศวาสไม่ขาดรัก&lt;br /&gt;ป้าสมจิตกับลุงสมชายเป็นญาติที่ใกล้ชิดกันเพราะพ่อของป้าเป็นหลานแท้ๆของท่านย่าสว่าง ป้าสมจิตและบุษบันผู้เป็นน้องสาวต้องมารดน้ำคุณย่าสว่างช่วงสงกราต์เป็นประจำทุกปี รัชกาลที่ 5 เป็นปู่ของลุงสมชายและเป็นปู่ของพ่อของป้าสมจิต&lt;br /&gt;ป้าสมจิตหรือหญิงหริมีพ่อเป็นคนชั้นสูงเป็นทูตอังกฤษ เกิดปี 2475 อายุน้อยกว่าลุงสมชาย 5 ปี พบลุงสมชายครั้งแรกเมื่ออายุ 13 ปี ตอนที่พ่อไปรายงานตัวรับหน้าที่ทูต ได้มีโอกาสใกล้ชิดกันในช่วงที่ลุงสมชายประสบอุบัติเหตุขับรถยนต์ชนรถบรรทุก จนบาดเจ็บสาหัสเสียตาข้างขวา เมื่อปี 2491 ขณะที่ลุงสมชายอยู่ที่สวิสเซอร์แลนด์ ลุงสมชายสั่งให้ตามตัวหญิงหริและหญิงบุบเข้าไปพบ โดยพ่อแม่ของหญิงหริยอมให้หญิงหริเรียนต่อที่สวิสและคอยดูแลปรนนิบัติลุงสมชาย &lt;br /&gt;ต่อมามีการประกาศหมั้น เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2492 และจัดการแต่งงานเมื่อ 28 เมษายน 2493 เมื่อป้าสมจิตหรือหญิงหริมีอายุย่าง 18 ปี โดยคนชั้นสูงในขณะนั้นมองว่าเป็นรวบรัด แทนที่จะให้ลูกสาวเรียนให้จบปริญญาก่อนเหมือนลูกผู้ดีคนอื่นๆ เพราะพ่อแม่ของฝ่ายหญิงต้องการผูกมัดลุงสมชายผู้มีตำแหน่งสูงสุด ทั้งลุงและป้าจึงเรียนไม่จบปริญญาทั้งคู่ หญิงหริเป็นคนรูปร่างหน้าตาและบุคคลิกดี มีบทบาทช่วยเชิดชูบารมีของลุงสมชาย เป็นผู้มีอิทธิพลในเรื่องการวิ่งเต้นโยกย้ายตำแหน่งและการให้เหรียญตราบรรดาศักดิ์ จนก่อให้เกิดทหารสายบูรพาพยัคฆ์หรือทหารเสือราชินีที่โด่งดังและเข้าคุมอำนาจบังคับบัญชาทั้งหมดของกองทัพไทย&lt;br /&gt;ป้าสมจิตเป็นคนชอบสนุกสนานรื่นเริง ชอบเล่นไพ่ กินเหล้ากับเมียนายตำรวจทหาร และหญิงรับใช้ที่อยู่รายล้อม ป้าเป็นคนหูเบา งมงายเชื่อไสยศาสตร์และหมอดู เป็นคนเจ้าชู้ไม่แพ้พี่ๆน้องๆ ที่ชอบมีคู่ครองหลายคน &lt;br /&gt;มีช่วงหนึ่งที่ป้าแสดงออกนอกหน้าว่าป้ารักนายทหารคนหนึ่งยิ่งกว่าลูกชายของป้าเองเสียอีก&lt;br /&gt;ช่วงวันมาฆะบูชา ป้าชอบมาที่วัดโพธิ์ สถานที่ที่ทำให้รำลึกถึงคนที่เป็นที่รักยิ่ง คือ คุณน้ำผึ้ง หรือ ที่รัก ที่เมื่อราว 30 ปีก่อนทหารหนุ่มอนาคตไกลได้ถูกส่งมาดูแลป้า และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ได้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นไม่ว่าป้าจะเดินทางไปไหน จะขึ้นเขาลงห้วยก็จะเห็นคุณผึ้ง คอยเป็นเงาดูแลป้าอย่างใกล้ชิด&lt;br /&gt;คุณผึ้งเป็นนักรบศิลปิน เพราะนอกจากจะเก่งการรบแล้วยังมีความสามารถแต่งบทกลอน แต่งเพลง ถ่ายรูปและรวมไปถึงวาดภาพเหมือนจริง คุณผึ้งมีภรรยาเป็นครูอยู่โรงเรียนดังแถวถนนพัฒนาการ มีลูกชายหญิงสองคน คนโตเป็นหญิง เป็นคนที่รักลูกมาก พูดกับลูกด้วยคำที่ไพเราะ การที่คุณผึ้งเป็นที่โปรดปรานของป้าสมจิตอย่างออกนอกหน้า ทำให้ภรรยาของคุณผึ้งไม่ค่อยสบายใจนัก ถ้าอยู่อย่างธรรมดาน่าจะดีกว่า คุณผึ้งเคยบ่นให้ฟังว่ามีคนจงใจหาเรื่องเพราะความเด่นดังของตน&lt;br /&gt;เมื่อวันเวลาผ่านไปคุณผึ้งและป้าสมจิตก็สนิทสนมรู้ใจกันมากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่วันหยุดสุดสัปดาห์หรือนอกเวลาราชการ ก็จะเห็นทั้งสองคนออกไปทำกิจกรรมและอยู่ด้วยกันตลอดเวลา บางทีคุณผึ้งก็มาหาป้าที่บ้านหลังใหญ่บ่อยครั้ง&lt;br /&gt;ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มก่อตัวขึ้นตามลำดับ ทำท่าว่าจะดีมากขึ้นไปเรื่อยๆ จนอาจถึงขั้นยอมตายแทนกันได้ ขนาดว่าเคยอารักขาอยู่ตลอดทั้งคืนโดยมิได้หลับเลยแม้แต่งีบเดียว คุณผึ้งเป็นคนที่ภักดีต่อลุงสมชายและป้าสมจิตเป็นอย่างยิ่ง ช่วงเกิดกบฏเมษา 2524 คุณผึ้งเพิ่งผ่าตัดกระดูกไม่ถึงสัปดาห์ยังเจ็บแผลและเข้าเฝือกอยู่ ก็ยังพาลุงและครอบครัวลี้ภัยไปโคราช&lt;br /&gt;ลุงสมชายเฝ้าดูพฤติกรรมของทั้งสองคนมาโดยตลอด จนอดรนทนไม่ได้ที่เห็นภรรยาของตนทำงามหน้าอย่างนั้นมาเป็นปี ลุงยอมทนให้ทั้งสองไปออกงานที่นิวยอร์คด้วยกันโดยให้คุณผึ้งทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย &lt;br /&gt;ลุงทนเก็บความไม่สบายใจและความเสียใจ กับสิ่งที่คนรอบข้างมาเล่าให้ฟัง แต่ลุงก็เลือกที่จะเชื่อคำของป้าทุกครั้ง จนลุงต้องส่งคุณผึ้งไปเรียนต่อที่แคนซัส สหรัฐอเมริกา เพื่อหวังยุติความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง แต่หลังจากที่คุณผึ้งถูกส่งตัวให้ไปเรียนต่อหลักสูตรในต่างประเทศได้ไม่นาน ป้าก็นั่งเครื่องบินตามไปหาคุณผึ้ง ไปล่องเรือในแม่น้ำมิสซิปซิปปี้ด้วยกัน &lt;br /&gt;คุณผึ้งได้เขียนในการ์ดรูปดอกกุหลาบให้ป้าสมจิตขณะเรียนเสนาธิการทหาร ว่า “คิดถึงยอดหฤทัยใจจะขาด แต่ไม่อาจไปตามความเป็นห่วง โพ้นขอบฟ้ามีศรัทธากล้าทั้งดวง ถึงแดนสรวงด้วยภักดีชีวีวาย”&lt;br /&gt;หลังจากป้ากลับมาก็เริ่มรู้สึกว่ามีความไม่ชอบมาพากลเพราะลุงได้พูดกับป้าว่าถ้ารักแท้ไม่แพ้ระยะทาง อยากรู้นักว่ารักแท้ยังจะไม่แพ้ความตายหรือไม่ &lt;br /&gt;คืนวันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม 2528 ขณะที่คุณผึ้งเดินกลับจากการออกกำลังกายที่สวนสาธารณะไม่ไกลจากบ้านพักรับรอง ปรากฎกายของชายลึกลับสามคนตรงปรี่ไปที่คุณผึ้ง ข่าวว่ามีการฉีดสารบางชนิดที่ทำให้หัวใจหยุดเต้นคล้ายกับอาการของคนที่เป็นโรคหัวใจเฉียบพลัน&lt;br /&gt;ภรรยาของคุณผึ้งแทบจะไม่เชื่อว่าสามีเสียชีวิต เพราะได้ฟังมาว่าคุณผึ้งตีเทนนิสกับรุ่นพี่และน้องชาย ขณะกำลังนั่งพักเหนื่อย อยู่ๆก็สิ้นใจ เมื่อนำส่งโรงพยาบาล ก็ทำการชันสูตรทันที&lt;br /&gt;ป้าเองก็รู้สึกถึงความประหลาดที่เย็นยะเยือกในคืนนั้น จึงรีบตรงไปที่บ้านพักของคุณผึ้งย่านพหลโยธิน เพื่อพิสูจน์ข้อข้องใจบางอย่าง สิ่งที่ป้าเห็น ก็คือ สมุดภาพถ่ายรูปของป้าที่มีดอกเฟื่องฟ้าแห้งเก็บทับอยู่ในสมุดเล่มนั้น ป้าจำได้ดีเพราะเป็นดอกที่ป้าเคยมอบให้ไว้กับเขาและสิ่งที่ทำให้ป้าต้องนอนไม่หลับไปอีกหลายคืนก็คือ กระดาษโน้ตลายมือคุณผึ้งที่เขียนข้อความไว้ว่า&lt;br /&gt;สิ่งที่ผมกลัวที่สุดก็คือ พรุ่งนี้ผมตื่นมาแล้วจะไม่ได้เห็นหน้าคุณ &lt;br /&gt;แสดงว่าคุณผึ้งต้องรู้อะไรมาก่อนหน้านี้ ป้าจึงรีบส่งโทรเลขไปถามข่าว ใช้เวลารออยู่หลายวัน ป้าก็ได้รับโทรเลขตอบกลับมาว่าคุณผึ้งเสียชีวิตแล้ว เมื่อวันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2528 จากอาการเส้นเลือดหัวใจอุดตัน&lt;br /&gt;ยิ่งใกล้วันมาฆบูชา ภาพความทรงจำเก่าๆ เกี่ยวกับคุณผึ้งก็ย้อนกลับเข้ามาเตือนใจป้าทุกครั้ง สมัยที่คุณผึ้งยังอยู่ ช่วงเวลานี้ทั้งสองจะมาพบกันที่วัดโพธิ์เพื่อมาทำบุญร่วมกันทุกปี รวมทั้งนั่งสมาธิที่วิหารพระนอน สวดมนต์ไหว้พระ และเวียนเทียนในช่วงเย็น ทำบุญร่วมกันทุกปีไม่เคยว่างเว้น กระทั่งในปีสุดท้ายของคุณผึ้ง ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ป้ามารอคุณผึ้งอยู่ที่เดิม แต่คุณผึ้งไม่มาโดยบอกว่าไม่สบายต้องนอนป่วยอยู่โรงพยาบาลต่างจังหวัด จึงไม่สามารถอยู่เป็นเพื่อนป้าได้ ปีนั้นเป็นปีแรกที่ป้าต้องมาวัดโพธิ์ตามลำพังโดยไม่มีคุณผึ้ง แต่ป้ามารู้ทีหลังว่าคุณผึ้งโกหก เพราะคนรับใช้ป้าบอกว่า คุณผึ้งไม่ได้เข้าโรงพยาบาล เขาแข็งแรงและสบายดี เรื่องนี้ทำให้ป้าผิดหวังและไม่พอใจมากเพราะป้าคิดว่าคุณผึ้งไม่รักษาสัญญาที่ว่าจะไม่โกหกกัน และป้าก็สัญญากับตัวเองว่าจะไม่มาเหยียบสถานที่นี้กับคุณผึ้งอีกเลย หลังจากนั้นไม่กี่เดือนถัดมาคุณผึ้งก็จากไป ทำให้ป้าโศกเศร้าเสียใจมาก และไม่คิดที่จะกลับมาที่วัดนี้อีก&lt;br /&gt;แต่ไม่กี่ปีมานี้ คนใกล้ชิดคุณผึ้งได้นำสมุดบันทึกประจำวันของคุณผึ้งมาให้ป้าอ่าน และป้าได้อ่านจนมาสดุดกับย่อหน้าที่ว่า ......&lt;br /&gt;วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 ปี 2528&lt;br /&gt;วันนี้ นอกจากจะเป็นวันมาฆบูชา มันยังเป็นวันที่ผมจะได้มีโอกาสรับใช้ใกล้ชิดท่าน แต่วันนี้มีภัยอันตรายรอบตัวท่าน ผมไม่สามารถปกป้องดูแลท่านได้เหมือนทุกๆปี เพราะมันจะทำให้ท่านเดือดร้อน สูญสิ้นทุกอย่าง ซึ่งผมทนเห็นมันไม่ได้&lt;br /&gt;ที่จริงวันนั้นผมไปที่วิหารพระนอนและได้เห็นท่าน เพียงแต่ผมเข้าใกล้ท่านไม่ได้จริงๆ ผมได้เห็นท่านมีความสุขก็เพียงพอแล้ว แต่ผมสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่า ปีหน้าหลังจากที่ผมเรียนจบผมจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนท่านในวันมาฆบูชา และจะไม่หนีท่านไปไหนอีก ผมสัญญาว่า เราจะมานั่งสมาธิ และบำเพ็ญบุญกุศลร่วมกัน ผมขอให้สัญญา...&lt;br /&gt;ป้าอ่านบันทึกดังกล่าวไม่ทันจบ ก็รู้ทันทีว่าคุณผึ้งทำทุกอย่างได้เพื่อป้า ยอมเสี่ยงชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วน และอยู่เคียงข้างป้าเสมอ สิ่งที่ทำให้ป้าเสียใจมากที่สุด คือ ที่คุณผึ้งสัญญาว่าหลังเรียนจบปีหน้าจะมานั่งปฏิบัติธรรมด้วยกันแต่ก็ทำไม่ได้ ฉะนั้นทุกๆ ปีในวันมาฆบูชา ป้าจึงมาที่วัดโพธิ์เพื่อมาระลึกถึงความทรงจำของความรักที่คนทั้งสองมีต่อกัน&lt;br /&gt;ป้ายังมีความรักที่ไม่รู้จบต่อมาเรื่อยๆกับพวกทหารหนุ่มใหญ่หลายคน ท้ายสุดก็มาหยุดพักยาวกับลิ้มนักรักรุ่นใหญ่ &lt;br /&gt;ก่อนหน้านี้ลิ้มก็ได้รู้จักและครองใจสุวันทาหลานสาวของป้าภรรยาของสุรากึกที่เบื้องลึกเป็นเกย์ควีนที่ชอบแอบแต่งตัวเป็นหญิงโดยเธอมารู้ตอนตั้งครรถ์ได้ 5 เดือน เพราะเธอเห็นกับตาว่า สามีของเธอกำลังจูบปากกับคู่ขาผู้ชายในห้องนอนของเธอ หลังจากนั้น เธอก็เก็บตัวและปล่อยตัวกินไม่เลือก จนน้ำหนักปาเข้าไปร่วม 100 กิโล &lt;br /&gt;ตอนที่เธอไปทำบุญ ที่วัดหลวงตามัว จังหวัดอุดร ก็ได้พบลิ้มนักล่าผู้หญิงทุกวัย ต่อมาได้อยู่กินกันอย่างเปิดเผย โดยลิ้มสัญญากับสุวันทา ว่าให้ช่วยเป็นสะพานเชื่อมไปหาลุงกับป้า เมื่อล้มรักสินได้แล้วจะยอมแต่งงานจดทะเบียนกับเธอ แต่ลิ้มก็ไม่ทำตามสัญญา แถมยังใช้แผนสกปรกเพราะรู้จุดอ่อนของป้าว่าเป็นคนหูเบาชอบดูหมอ ตอนนั้นป้าเริ่มเชื่อลมปากลิ้ม จนวันหนึ่งลิ้มหลอกป้า ให้เล่นเกมส์ดูหมอ จนเป็นที่มาของฉากที่ลือกันว่ามีการเทเบียร์ราดลงบนตัวและใช้ลิ้นเลีย ในขณะที่ป้านอนอยู่บนโต๊ะกินข้าวขนาดใหญ่ เป็นที่มาของคลิ้ปปลาวาฬที่มีฉากเดิมพันเล่นไพ่แก้ผ้า แต่มีข่าวการข่มขู่วัดสามพระยาว่าจะมีการเผาวัดถ้ามีซีดีดังกล่าวออกมาเผยแพร่ ถึงตอนนี้ทั้งป้าและหลานรู้ตัวแล้วว่า ถูกลิ้มหลอก เพราะลิ้มขู่ว่าจะเปิดเผยแผนการต่างๆ รวมไปถึงบรรดา ภาพไฟล์ และคลิ้ปอื่นๆอีกมาก ซึ่งคลิ้ปฉาวอันลือลั่นนี้เคยมีคนเคยเห็นมาแล้วแต่ห้ามนำออกมาเพราะกลัววัดจะถูกเผา หลังจากนั้นมีข่าวว่าลิ้มก็ยังเข้าหาหญิงใหญ่จูลี่ ลูกสาวคนโตของป้าด้วยอีกคน&lt;br /&gt;เมื่อก่อนลิ้มชอบพูดจาพาดพิงป้าหลายครั้ง เวลาเมาชอบตำหนิลุงว่าโง่ ไปคว้าป้ามาทำเมีย เพราะที่จริงลุงรักน้องของป้าที่ชื่อบุษบันซึ่งตอนนี้เป็นแม่ของเมียใหม่ลิ้ม แต่ลุงต้องไปเอาป้าก่อนตามลำดับอาวุโส &lt;br /&gt;แต่มีครั้งหนึ่ง ที่ลุงเรียกปุ๊กกี้ที่เป็นนางงามจักรวาล เข้าพบสองต่อสอง อยู่หลายครั้ง เป็นโอกาสของลุง ที่จะคว้าคนสวยที่สุดมาเป็นเมียตัวจริง แต่ป้ารีบไปจัดการให้ปุ๊กกี้ไปแต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องของป้าโดย ป้าเป็นธุระจัดการเรื่องทั้งหมดเพื่อสกัดปุ๊กกี้ &lt;br /&gt;การที่ลิ้มเริ่มพูดพาดพิงป้าหลายครั้ง ที่สำคัญไปบอกคนวงในผู้ใกล้ชิดว่ามีคลิ้ปเด็ดที่สามารถใช้เป็นยันต์วิเศษสะกดป้าให้อยู่ในกำมือได้ เพราะลิ้มเป็นทั้งราชบุตรเขยและชู้รักสตรีผู้สูงศักดิ์ เรื่องโอหังของลิ้มไปถึงหูป้า และเสี่ยอูก็อยากทำตัวเป็นลูกที่ดี จึงสั่งจัดการลิ้มที่บังอาจลามปามหนักข้อขึ้นทุกวัน แต่เสี่ยไม่มีกองกำลังของตนเองจึงต้องอาศัยคนอื่นให้ช่วย มีทั้งกลุ่มนายห้อย กำนันเทือกและพลเอกปลาวิดที่มีน้องชายเป็นหัวหน้าตำรวจชื่อพัดชาวาด คนทั้งหมดได้ช่วยกันสนองความประสงค์ของเสี่ยอู &lt;br /&gt;แต่เนื่องจากเป็นทีมงานเฉพาะกิจที่ยังขาดความเด็ดขาด ทำให้ลิ้มรอดมาได้ราวปาฏิหารย์ ทำให้ลิ้มต้องรีบสงบปากสงบคำและกบดานทันทีไม่ออกไปไหนอีกเลยพักใหญ่ แม้แต่ที่บ้านพระอาทิตย์ก็ยังต้องขึงตาข่ายป้องกันลูกระเบิด&lt;br /&gt;เมื่อก่อนป้าอาศัยรัศมีจันทร์เป็นเครื่องมือกำจัดสุทธิดา แต่มาภายหลังลุงต้องการให้เสี่ยเลิกกับรัศมีจันทร์โดยหวังจะฟื้นคืนตำแหน่งภรรยาหลวงให้แก่โสภาวลีหลานรัก ป้าก็รับรู้และเริ่มช่วยกันไล่บี้รัศมีจันทร์เหมือนที่เคยเล่นงานสุทธิดา หญิงเล็กก็เคยไปฟ้องป้าว่ารัศมีจันทร์แอบไปนินทาป้าว่า ป้าไม่ค่อยเอาใจใส่ลุง วันๆนอนตื่นสาย เอาแต่ร้องคาราโอเกะ เล่นไพ่ และชอบเรียกบริวารหนุ่มมาคอยนวดให้ แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริง แต่ป้าไม่ชอบให้ใครมานินทา &lt;br /&gt;ป้าเป็นคนขี้เมื่อย ยิ่งระยะหลังอ้วนขึ้น เลยมีอาการของคนอ้วนที่ปวดเมื่อยตามร่างกาย เวลาป้าไปต่างประเทศ ก็ต้องเอาหนุ่มหมอนวดประจำตัวไปด้วย สถานะของรัศมีจันทร์ตอนนี้ไม่สู้ดีนัก หลังจากที่ลุงมานอนโรงหมอสีหราชได้หลายเดือนแล้ว เธอแทบไม่มีโอกาสได้มาเยี่ยมเยียนเลย เพราะช่วงหลังๆ ลุงไม่ค่อยชอบหน้าเธอเท่าไร ส่วนสามีของเธอก็ทำตามคำสั่งของพ่อคือเหินห่างแทบไม่มองหน้ากันเลย เมื่อก่อนรัศมีจันทร์รักและเคารพป้ามาก ที่เธอมีวันนี้ก็เป็นเพราะป้าที่คอยสนับสนุนและสั่งสอน ถึงแม้เธอจะรู้ว่าตอนนั้นป้าต้องการใช้เธอเพื่อที่จะกำจัดสุทธิดาออกไปเท่านั้นเอง&lt;br /&gt;มาถึงตอนนี้เธอรู้แล้วว่าป้าไม่ได้รักเธออีกแล้ว ป้าไม่อนุญาตให้เธอใช้ของต่างๆที่เป็นมรดกตกทอดมา เธอไม่เคยได้ออกงานเป็นตัวแทนของป้า เพราะป้าเลือกใช้บริการของโสภาวลีหลานในใส้ของตนเองตลอด ทำให้รัศมีจันทร์อดที่จะน้อยใจไม่ได้ขณะที่เสี่ยอูก็กำลังหลงระเริงอยู่กับเมียคนใหม่ แต่ป้าก็ไม่เคยเรียกลูกชายมาตักเตือนเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่หลานปังปอนก็เริ่มโตขึ้นทุกวัน เรื่องนี้ทำให้รัศมีจันทร์รู้ตัวดีและไม่พอใจลุงและป้าเป็นอย่างมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เธอจึงยังต้องอดทนต่อไป เพราะไม่มีทางเลือก&lt;br /&gt;ตอนนี้ลิ้มหวนกลับมาคืนดีกับป้า ทั้งคู่เคยมีคนเห็นแอบนัดกันไปเจอที่โรงแรมดุสิตธานีและโรงแรมสุโขทัย ป้าบอกให้ลิ้มสบายใจได้ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องคดีใดๆทั้งสิ้น แต่ป้าขอให้ลิ้มสัญญากับป้าว่า จะไม่ไปมีอะไรกับใครอีก ไม่ว่าใครทั้งนั้น โดยเฉพาะคุณเล็กเจ้าของโรงละครริมแม่น้ำ ที่ป้าจะกำชับเป็นพิเศษ เพราะผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา เป็นภรรยาที่ลิ้มทั้งรักและบูชา แถมไม่ค่อยกลัวเกรงป้า แต่คุณเล็กไม่อยากมีเรื่อง จึงทำเป็นว่าเลิกกับลิ้มไปแล้ว แต่ป้าก็รู้ดีว่าลิ้มติดอกติดใจผู้หญิงคนนี้มากเป็นพิเศษ ตอนนี้ลิ้มก็กลับมาดังขึ้นอีกครั้ง แถมลุงยังบอกว่าลิ้มเป็นคนดี ช่วยครอบครัวของลุงไว้หลายครั้ง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...............&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อุบารัตนน : คุณป้าอยากเป็นนางเอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงใหญ่หรือจูลี่เป็นลูกสาวคนโตของลุงที่ลุงรักมากที่สุดและก็ทำให้ลุงผิดหวังมากที่สุดเช่นกัน เป็นลูกที่ฉลาดที่สุดและมีบุคคลิกดีที่สุด ที่ลุงรักตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เป็นเพื่อนเล่นกีฬา ตีแบดมินตันด้วยกัน ที่โด่งดังมาก คือ การแข่งเรือใบกีฬาแหลมทอง ที่กำหนดไว้ให้สองพ่อลูกได้ครองเหรียญทองร่วมกันและสร้างประวัติศาสตร์ของวันกีฬาแห่งชาติเมื่อปี 2510 &lt;br /&gt;ลุงได้ส่งหญิงใหญ่คนเก่งไปเรียนสถาบันเทคโนโลยี่ชื่อดังระดับโลกเอ็มไอทีที่สหรัฐ แต่หญิงใหญ่ใจแตกไปหลงเสน่ห์หนุ่มอเมริกันจนมีลูกด้วยกันสามคน และขอลาออกจากวงศ์ตระกูลเมื่อปี 2515 เชื่อกันว่าหญิงใหญ่เป็นคนที่ฉลาดที่สุดในวงศ์ตระกูล เธอจบปริญญาตรีชีวเคมีที่เอมไอที และจบโทสาธารณสุขที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียยูซีแอลเอสหรัฐอเมริกา หญิงใหญ่หย่ากับนายปีเตอร์จันทร์เสนในปี 2541 และลุงแต่งตั้งเธอกลับสู่วงศ์ตระกูลอีกครั้งในปี 2544 &lt;br /&gt;เธอกลับมาปรากฏตัวเป็นดาวเด่นโดยเฉพาะโครงการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดที่เน้นเยาวชนหรือโครงการนัมเบอร์วันที่มีตัวเลขสมาชิกถึง 37 ล้านคน รวมทั้งจัดรายการตอบปัญหาของเยาวชนทางโทรทัศน์ แสดงละคร แสดงภาพยนต์ ร้องเพลง ด้วยสไตล์การแต่งกายที่มีสีสรรค์นำสมัยและท้าทาย&lt;br /&gt;วันที่หญิงใหญ่จูลี่มาเยี่ยมลุง คนที่โรงหมอสีหราชตื่นเต้นกันใหญ่ เธอสวยยิ่งกว่าตอนสาวๆ เป็นคนน่ารัก ใครเห็นเธอพูดจาก็จะอดขำเธอไม่ได้เพราะทำตัวเหมือนเด็ก เธอพึ่งมาจากการเปิดกล้องหนังเรื่องใหม่มายเบบี้กาก ที่เธอเป็นนางเอกใหม่ของชาคริต ว่ากันว่าเธอมีส่วนในการร่วมประพันธ์เนื้อเรื่อง เธอรับบทเอกเป็นนักข่าวสืบความลับ เกี่ยวกับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ของบริษัทยาข้ามชาติที่เธอต้องรีบสืบหาเพื่อช่วยชาวโลกให้พ้นจากหายนะ &lt;br /&gt;หญิงใหญ่สวมเสื้อสีเขียวผ่าอกลึกมาก กระโปรงแดง รองเท้าสีขาว ผิวพรรณมีแสงออร่า หุ่นดี เธอเคยเป็นลูกรักของลุง ตอนสาวๆ ลุงหวงเอามากๆ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ ชาย เมืองสิงห์เป็นนักร้องที่กำลังดังมากๆ แต่ต้องหยุดร้องเพลงกระทันหันและหนีไปอาศัยวัดเป็นที่อยู่ชั่วคราว เพราะคุณลุงขอร้อง &lt;br /&gt;แล้วลุงก็ส่งหญิงใหญ่ไปเรียนเอมไอทีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี่ชื่อดังของสหรัฐ แต่เหมือนหนีเสือปะจระเข้ เพราะหญิงใหญ่ไปสร้างวีรกรรมรักกับหนุ่มอเมริกัน เป็นที่โจษจันกันมาก ลุงมารู้ทีหลังตอนที่หญิงใหญ่ตั้งครรภ์ลูกคนแรกได้ราว 3 เดือนแล้ว ตอนนั้นลุงถึงกับช็อคไปเลย ต้องนอนโรงหมอไปหลายวัน ปกติลุงสูบบุหรี่จัดอยู่แล้ว ช่วงนั้นเล่นสูบซิก้ากันเลยไม่ต่ำกว่าวันละสิบมวน และต้องกินน้ำใบบัวบกแก้ช้ำในวันละหลายแก้ว&lt;br /&gt;พอเวลาผ่านไป หญิงใหญ่จูลี่ทำมาหากินอะไรไม่ได้ ในที่สุดก็ต้องหอบลูกกลับมาหาคุณยายสมจิตและคุณทวดสังวอนให้ช่วยโอ้โลมพ่อของเธอให้ใจอ่อน เธอก็เทียวไปเทียวมาใช้ความพยายามอยู่หลายรอบจนลุงต้องยอมให้เธอกลับมาสู่ร่มเงาของวงศ์ตระกูลเพื่อจะได้อาศัยบารมีของลุงทำมาหากินด้วยวิธีพิเศษจนเธอกลายเป็นเศรษฐินีคนใหม่ ที่ใครต่อใครต้องสยบต่อเธอ อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ &lt;br /&gt;ตอนแรกสามีฝรั่งนายปีเตอร์ จันทร์เสนที่ใช้ชื่อไทยว่าประสิทธิ์ได้เข้ามารับสัมปทานวางท่อแก๊สทั้งบนบกและในทะเลแถวภาคตะวันออกชลบุรี ระยอง สัตหีบ &lt;br /&gt;ตอนนั้นนายปานลูกชายเสี่ยชิวชลบุรีไปปล้นเงินที่เตรียมไว้จ่ายคนงานวางท่อแก๊สถึงสองครั้ง ลุงสมชายซึ่งเป็นพ่อตาของนายปีเตอร์จึงสั่งเก็บเสี่ยชิวและลูกชายโดยให้เสธสายหยุดนักปราบคอมมิวนิสต์รับไปดำเนินการ ใช้รถกระบะ 2 คันบรรทุกชายฉกรรจ์นับสิบคนตามประกบใช้อาวุธสงครามนานาชนิดกราดยิงถล่มรถเบนซ์ของเสี่ยจิว โยนระเบิดมือเข้าใส่ช่องกระจกรถแล้วกราดยิงถล่มซ้ำจนดับคาที่หมดทั้งคัน &lt;br /&gt;ต่อมานายปีเตอร์ก็นำกิจการแชร์ลูกโซ่มาเผยแพร่ในประเทศไทย โดยเป็นผู้ก่อตั้งแชร์แม่ชม้อยที่ลือลั่น ตอนที่โดนจับนางชม้อยยังพูดออกทีวีขอให้คุณประสิทธิ์ซึ่งก็คือนายปีเตอร์ จันทร์เสนสามีหญิงใหญ่ให้ช่วยเธอด้วย&lt;br /&gt;ทุกวันนี้หญิงใหญ่เธอมีโครงการเบอร์หนึ่งกับพวกเด็กวัยรุ่นโดยเฉพาะพวกเด็กหนุ่มๆรูปร่างหน้าตาดีที่ทำให้เธอกระปรี้กระเปร่ามีชีวิตชีวาจากวัยป้ามาเป็นวัยเดียวกันกับวัยรุ่น เธอเข็นลูกสาวของเธอฟอยไฟลิงให้เป็นดารา โดยไปทาบทามพระเอกหนุ่มหล่อระดับต้นๆ คือ ติ๊ก เจษฎา กับ แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ ที่คุณฟอยคลั่งไคล้มาก เคยไปเฝ้าถึงกองถ่าย คุณฟอยอยากเล่นคู่กับ ติ๊ก แต่สติ๊กไม่เอา เลยไปทาบทามแท่ง แท่งก็ไม่เอา หญิงใหญ่ถึงขนาดลงมาขอด้วยตัวเองแต่ก็ไม่สำเร็จ จนติ๊กและแท่งต้องตกงาน เพราะโดนแบนไปพักใหญ่ ฐานไปขัดใจหญิงใหญ่ลูกสาวลุงสมชายผู้กว้างขวางคับประเทศ &lt;br /&gt;ตอนหลังลุงมารู้ว่าหญิงใหญ่แอบหนีไปเล่นหนังหวังแข่งกับแองเจลีน่าโจลี่นางเอกหนังดาราดังของฮอลลีวู้ด ทั้งๆ ที่ลุงสั่งกำชับแล้วเพราะต้องการรักษาภาพของตระกูลให้สูงส่ง แม้ว่าในชีวิตจริงลุงก็เป็นนักดื่มตัวยงและเป็นสิงห์อมควันมาตั้งแต่ยังเป็นหนุ่ม ที่จริงครอบครัวของลุงก็ไม่ได้ดีไปกว่าครอบครัวทั่วๆไป เพียงแต่ลุงมีกฎระเบียบห้ามใครวิจารณ์โดยเด็ดขาดเท่านั้นเอง&lt;br /&gt;ตอนที่หญิงใหญ่ไปถ่ายหนังแถวเมืองทองธานีก็จะมีการปิดถนนแบบเต็มอัตราใช้กำลังทั้งทหารและตำรวจคอยอารักขานางเอกรุ่นคุณป้าดาราสุดพิเศษคนนี้ กำหนดเวลาตอนสี่โมงเย็นแต่กว่าเธอจะมาก็ต้องหลังพระอาทิตย์ตกดินเพราะเธอห่วงสวยมาก มาทีไรก็สายทุกที เธออยากจะทำอะไรก็ได้ไม่มีใครกล้าว่าเธออยู่แล้ว ชอบแต่งกายหวือหวาชวนตื่นตาเร้าใจ การถ่ายทำที่เมืองทองธานีกว่าจะเสร็จก็เกือบตี 2 หลายคนต้องทนลำบากเพื่อการเป็นนางเอกหนังของเธอ เวลาแสดงก็ต้องถ่ายใหม่หรือเทคบ่อย เธอเล่นนอกบทตลอด พระเอกชาคริตทำหน้าบอกบุญไม่รับ แต่ก็ต้องทนเพราะไม่อยากตกงานแบบรุ่นพี่ที่เคยโดนมาแล้ว &lt;br /&gt;หนังฟอร์มใหญ่เรื่องมายเบบี้กาก มีผู้สนับสนุนใหญ่มากมาย ตั้งแต่การสื่อสาร การท่องเที่ยว การบินไทย ปตท. ซึ่งล้วนเป็นกิจการของรัฐ ที่ไม่มีส่วนได้ประโยชน์อะไรจากหนังเรื่องนี้เลย บางหน่วยงานก็ขาดทุนตลอดกาลอยู่แล้ว ข่าวว่าขนาดแจกตั๋วฟรียังไม่มีคนไปดู ทั้งๆที่ขนดาราชายระดับแนวหน้ามาตั้งหลายคน ดูๆไป คล้ายกับคนไม่เจียมสังขาร ถ้าใช้เงินของตนเองก็คงไม่มีใครว่า แต่การที่อยากเด่นอยากดังด้วยการถลุงเงินราชการ หรือไปบังคับกะเกณฑ์กึ่งรีดไถ ทำให้น่าเกลียดและน่าดูถูกมากๆ &lt;br /&gt;มีรายงานสรุปว่าหนังเรื่องมายเบบี้กากซึ่งทุ่มทุนสร้างมากกว่า 100 ล้าน หลังจากเข้าฉายครึ่งเดือนแรก ได้เงินเพียง 7.2 ล้าน แม้จะไม่ค่อยมีคนดู แต่ก็ยังต้องทนฉายต่อไป บางโรงต้องทนฉายเป็นเดือน ทั้งๆที่ได้จัดงานเปิดฉายรอบแรกใหญ่โตมากโดยหญิงกลางไปเป็นประธานเปิดเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2552 โฆษณาใหญ่โตว่าเป็นหนังบู๊ที่มีสาระ ระดับฟอร์มยักษ์ ทุ่มทุนสร้างกว่า 100 ล้าน ฝีมือคนไทย นำแสดงโดยหญิงใหญ่นางเอกวัยดึก และนักแสดงหนุ่มหล่อแถวหน้าของวงการบันเทิงแถมมีพระเอกฮ่องกงชื่อดังร่วมสมทบอีกด้วย&lt;br /&gt;เสี่ยอู : ลูกไม่รักดีขนานแท้ &lt;br /&gt;ลุงและป้าส่งเสี่ยอูไปเรียนชั้นประถมและมัธยมที่โรงเรียนประจำในประเทศอังกฤษ พอเป็นหนุ่ม ลุงและป้าส่งให้ไปเรียนที่วิทยาลัยการทหารเวสปอยต์ที่สหรัฐโดยหวังว่าเสี่ยคงจะได้เป็นนายร้อยติดดาวบนบ่ากลับมาให้พ่อแม่ได้ชื่นใจและสานฝันให้เป็นจริง เพราะก่อนหน้านี้ลุงกับป้าต้องผิดหวังกับหญิงใหญ่จูลี่ลูกสาวคนโตที่ลุงหวังใจว่าเธอจะไปคว้าใบปริญญาสาขานิวเคลียร์ฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี่แมสสาจูเสทหรือเอ็มไอทีที่โด่งดังของสหรัฐ &lt;br /&gt;แต่หญิงใหญ่ก็ทำให้ผิดหวัง เพราะใจแตกมีสามีอเมริกันจนมีลูกถึงสามคน ในที่สุดก็ต้องบากหน้ากลับมาพึ่งพ่อแม่ไปไหนไม่รอด เสี่ยอูจึงเป็นความหวังที่สองที่จะสานฝันให้ลุงและป้า เพราะทั้งสองท่านไม่มีโอกาสเล่าเรียนจบเป็นบัณฑิตเนื่องจากช่วงนั้นลุงต้องไปเก็บตัวให้พ้นคดีและไปประสบอุบัติเหตุขับรถชนบาดเจ็บสาหัสต้องเสียตาข้างขวา ส่วนป้าก็ต้องรีบผูกมัดแต่งงานกับลุงตามแผนที่ครอบครัวของป้าวางไว้ขณะที่อายุแค่ 18 ปีไม่ทันเรียนจบวิชาพยาบาลด้วยซ้ำ &lt;br /&gt;แต่เสี่ยอูก็ทำให้ลุงผิดหวังซ้ำสอง เพราะนอกจากจะไม่สามารถเรียนให้จบเพื่อคว้าดาวมาติดบนบ่าได้แล้ว ยังไปสร้างวีรกรรมนอกลู่นอกทาง ชกต่อย เกเร ไม่ยอมเชื่อฟังครูบาอาจารย์ ไม่ยอมเข้าเรียนจนทางวิทยาลัยต้องเชิญผู้ปกครองมาพบและให้ออก เสี่ยจึงต้องย้ายไปเรียนที่ใหม่ที่วิทยาลัยทหารดันทรูนของออสเตรเลียและเรียนจนจบแบบไม่ค่อยสมบูรณ์ คือแทนที่จะได้เป็นนายร้อยติดดาวบนบ่า แต่ทำได้แค่เป็นจ่าติดบั้ง จนมีชื่อเล่นว่าจ่าห้าว &lt;br /&gt;ก็เหมือนกับลุงและป้า แต่ด้วยอำนาจบารมีที่มีมากล้นฟ้าทำให้ลุงกับป้ามีใบปริญญารวมกันได้หลายกิโลเพราะลุงก็มีร้อยกว่าใบ ว่ากันว่าลุงมีใบปริญญามากที่สุดในโลกทั้งๆที่ลุงไม่เคยจบปริญญาตรี มีครั้งหนึ่งลุงเคยได้ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วันเดียวถึงสิบใบ&lt;br /&gt;ลุงสมชายได้แต่งตั้งเสี่ยอูเป็นทายาทเมื่ออายุครบ 20 ปี ในปี 2515 และได้เรียกเสี่ยอูกลับมาช่วยปราบปรามนักศึกษาในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ด้วยการเชื้อเชิญให้จอมพลถนอมกลับเข้ามาบวชที่วัดบวรนิเวศน์ ลงท้ายสร้างเรื่องว่านักศึกษาแสดงละครแขวนคอลบหลู่เสี่ยอู ให้ลูกเสือชาวบ้าน กระทิงแดง ตชด.และตำรวจนครบาลเข้าทำการล้อมฆ่าในธรรมศาสตร์&lt;br /&gt;เพื่อกำจัดอิทธิพลความคิดสังคมนิยมที่กำลังแผ่ขยายเข้ามา โดยปลายปีก่อนหน้านั้นพรรคประชาชนปฏิวัติลาวได้รับชัยชนะโค่นล้มสถาบันกษัตริย์ลาวในวันที่ 2 ธันวาคม 2518&lt;br /&gt;หลังจากที่เสี่ยอูได้แค่บั้งระดับจ่าหรือนายสิบกลับมาจากเมืองนอกได้ไม่นาน แต่เนื่องจากเป็นลูกของผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินจึงต้องมีหน้ามีตา แค่เข้ารับการฝึกพอเป็นพิธีและใช้เวลาไม่กี่ปีก็ได้ตำแหน่งสูงสุดในทุกเหล่าทัพโดยง่ายดาย รวมไปถึงใบขับขี่เครื่องบิน ที่เพิ่งได้เมื่อปี 2549 ในวัยที่ใกล้เกษียณเต็มทีแล้ว ถึงแม้ว่าจ่าจะช้ากว่าคนทั่วไปถึง 20 กว่าปี เพราะคนที่ได้ใบอนุญาตขับเครื่องบินมักจะอยู่ในวัย 30 ต้นๆ เท่านั้น แต่ที่แปลกก็คือเสี่ยได้เป็นครูสอนนักบิน ในปี 2552 ทั้งๆที่เพิ่งจบและยังไม่มีความชำนาญ &lt;br /&gt;เสี่ยอูก็เป็นชายชาตินักรบที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักมาพอสมควร สมัยหนุ่มๆ เสี่ยเป็นคนที่ดูแลตัวเองได้ดี ชอบออกกำลังกายวิ่งจ็อกกิ้ง เข้ายิมเพื่อออกกำลังกายเป็นประจำ จึงมีรูปร่างดี &lt;br /&gt;แต่ภาพของเสี่ยอูในช่วงหลัง กลับเป็นภาพของชายวัยใกล้เกษียณที่อมโรค โหนกแก้มยกสูง แก้มตอบ สีผิวบนใบหน้าหมองคล้ำ เนื้อที่บริเวณขมับยุบตัวลง ผิวหนังตามลำตัวเหี่ยวย่น เอ็นขึ้นตามหลังมือ รูปร่างซูบ ผอมโกรก เหมือนคนตายซาก ข่าวลือที่ว่าเสี่ยอูเป็นโรคเอดส์หรือปล่า ไม่มีใครยืนยัน แต่คนใช้บ้านนั้นบอกว่า เสี่ยต้องกินยาตรงเวลาทุกวันเช้า-เย็น กินมานานหลายปีแล้ว จะต้องมีคนเตือนให้กินยาตลอด ห้ามลืมเป็นอันขาด เมื่อไปรักษาโรคเลือดกับหมอที่เยอรมัน ต้องรับเลือดใหม่อย่างเดียว ข่าวว่าเสี่ยมีเชื้อเอชไอวีแต่ได้กินยาเพิ่มภูมิต้านทานเป็นประจำ เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อน &lt;br /&gt;เมื่อก่อน ตอนดึกๆ เสี่ยจะสวมเสื้อกล้ามสีดำ คาบไปบ์ ขับรถเบนซ์สองที่นั่ง สีดำ แอบไปเที่ยวกลางคืนเป็นการส่วนตัว โดยมีตำรวจท้องที่ประสานงานดูแลรับผิดชอบเรื่องถนนหนทาง ถ้ามีปัญหาไม่สะดวกหรือรำคาญตาก็มีสิทธิ์โดนย้ายภายใน 24 ชั่วโมง &lt;br /&gt;เสี่ยอูเดินตามรอยเท้าพ่อแม่คือเรียนไม่จบปริญญาไม่ได้เป็นบัณฑิต แต่กลับเดินสายเที่ยวแจกปริญญาให้คนที่เรียนจบเป็นบัณฑิต โดยได้ค่าหัวคนละหลายร้อยบาท ทั้งปีก็รวมแล้วได้ไปหลายสิบล้านบาท แถมยังได้อบรมสั่งสอนให้โอวาทส่งท้าย&lt;br /&gt;ลุงสมชายกับกับป้าสมจิตก็ได้รับแจกปริญญามาไม่ต่ำกว่า 10 กระบุงแบบไม่ต้องไปเรียนให้เสียเวลา ส่วนลูกๆก็ได้ปริญญาเกียรตินิยมล่วงหน้า ทั้งๆที่ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยได้ไปเรียน เพราะการไปเรียนแต่ละครั้งเป็นเรื่องโกลาหลที่ทำให้อาจารย์และนักศึกษาต้องลำบากกันทั้งมหาวิทยาลัย อย่างมากก็แค่ไปเพื่อถ่ายรูปพอเป็นพิธี &lt;br /&gt;มีครั้งหนึ่งที่พลเอกชายชาติได้รับมอบปริญญาเอกจากลุง แต่พลเอกชาติชายไม่เอาเพราะไม่ได้มีความรู้ในสาขานั้นเลย ผิดกับลุงและป้าที่ไม่เคยปฏิเสธเลย ทำเป็นอัจฉริยะมีความรอบรู้ในทุกเรื่อง&lt;br /&gt;งานอดิเรกเพื่อหารายได้พิเศษอย่างหนึ่งของเสี่ยอูที่ทราบกันในวงการหวยใต้ดินคือการเป็นคนบงการล้อคเลขสลากกินแบ่งเพื่อเอาไปซื้อหวยใต้ดินหารายได้พิเศษ เสี่ยอูจึงสามารถบอกเลขที่จะออกรางวัลได้แม่นยำกว่าพระหรือสำนักทรงเจ้าทุกแห่งทั่วประเทศ เรื่องนี้วงการหวยใต้ดินทราบกันดี รวมทั้งการที่หวยมักออกตัวเลขที่แสดงความศักดิ์สิทธิ์ปาฏิหารย์ที่เกี่ยวโยงกับลุงสมชายในโอกาสสำคัญๆที่มักจะปรากฏข่าวให้เป็นที่ฮือฮากันเป็นประจำ&lt;br /&gt;เสี่ยอูมีตำแหน่งเป็นทายาทอย่างเป็นทางการ แต่ยิ่งนานวันไปเสี่ยอูยิ่งทำท่าถอดใจมากขึ้น เพราะลุงไม่มีทีท่าว่าจะลงจากเก้าอี้และก็คงไม่เสียชีวิตง่ายๆเพราะลุงเล่นยึดเอาโรงหมอที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดเป็นบ้านถาวร เสี่ยเคยบ่นให้คนใกล้ชิดฟังว่าตนเองคงเป็นได้แค่ทายาทที่แก่ที่สุดในโลก ขณะที่เสี่ยต้องไปรักษาตัวที่เยอรมัน ถ่ายเลือด และกินยาจนมีอาการข้างเคียงอย่างที่เห็น และวัคซีนที่ทดลองใช้ก็มีผลออกมาไม่ค่อยดี ปังปอนก็เป็นเรื่องที่เสี่ยเริ่มกังวล หลังจากที่เสี่ยได้ให้หมอฝีมือดีอย่างหมอจงเจตน์แห่งโรงพยาบาลเจตนินย่านชิดลม เป็นคนทำกิฟท์ โดย ล้างเชื้อโรค คัดเชื้อเลือกเพศชาย ฉีดเชื้อเข้าท่อนำไข่ และทำคลอด &lt;br /&gt;แต่ผลลัพธ์ คือ ปังปอนกลายเป็นเด็กที่มีความผิดปกติทางสมอง ที่ชาวบ้านเรียกว่า เด็กเอ๋อ ข่าวว่าเสี่ยอูรับไม่ได้ เลยเนรเทศหมอจงเจตน์ไปอยู่ต่างประเทศจนกระทั่งได้มาแก้ตัวเรื่องทำกิฟท์ให้น้องนุ้ย จึงได้มีโอกาสกลับมา ภายในเวลา 5 ปี หมอคนนี้ เลื่อนจากพ.ต.อ.มาเป็น เป็นพล.ต.ท.แสดงให้เห็นถึงบารมีของเสี่ยในการแต่งตั้งนายตำรวจ จนเคยทำให้เกิดปัญหาไม่สามารถแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจได้ในช่วงปี 2552&lt;br /&gt;เสี่ยอูอยากส่งปังปอนเข้าเรียนที่โรงเรียนจิตรลดา แต่ทางโรงเรียนไม่อยากรับ เพราะกลัวจะเรียนไม่ทันเพื่อน เสี่ยต้องส่งไปเรียนที่เยอรมัน แต่เขาก็ไม่รับ สุดท้ายต้องบังคับให้โรงเรียนจิตรลดารับจนได้ พร้อมทั้งเตรียมทำป้ายนักเรียนดีเด่นระดับเหรียญทองไว้ให้ล่วงหน้า ทั้งๆที่ปังปอนตอนอายุ 4 ขวบ ครึ่ง ยังอมนิ้วมือตัวเองตลอดเวลา เวลาเดินชอบเดินด้วยปลายเท้า กระโดดไปกระโดดมา พอคนอื่นพูดก็จะชอบพูดตาม ตำรวจที่รับใช้เล่าว่า ถ้าปังปอนโตกว่านี้หน่อยจะให้ไปฝึกขี่ม้าที่บางขุนเทียนกับตำรวจม้า เพื่อไปฝึกการทรงตัวและฝึกสมาธิ &lt;br /&gt;เสี่ยอูได้บอกกับทูตของสหรัฐเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2550 ว่าหากไม่มีลุงสมชายประเทศไทยอาจเป็นเผด็จการเต็มรูปแบบดังเช่นที่เคยเป็นในสมัยของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ลุงสมชายได้ช่วยปกป้องประเทศไทยและอดีตนายกรักสินเป็นเผด็จการที่ขึ้นสู่อำนาจโดยการเลือกตั้ง สะท้อนให้เห็นความคิดทางการเมืองที่ล้าหลังของเสี่ยอู ทั้งๆที่เสี่ยอูได้รับการอุปถัมภ์ทางการเงินจากนายกรักสินหลายครั้ง แต่ก็ยังต้องขึ้นกับคำสั่งของลุงสมชายและป้าสมจิตในทุกเรื่อง รวมทั้งเรื่องการแต่งงานและคู่ครองที่เปลี่ยนมาแล้วหลายครั้งหลายหน หม่อมอุ๋ยได้บอกท่านทูตสหรัฐว่าที่เสี่ยอูมีรูปร่างผอมเกร็งเพราะสวมเครื่องรัดรูปไม่ได้เป็นเอดส์อย่างที่ลือกัน&lt;br /&gt;เสี่ยอู ผู้ไม่เกรงใจใคร&lt;br /&gt;เสี่ยต้องการให้ลุงโอนทรัพย์สินบางส่วนให้เป็นของเสี่ย เช่น บ้านหลังใหญ่ตามหัวเมือง และของสะสมมีค่า พวกวัตถุโบราณต่างๆ ลุงไม่ยอมให้ทั้งหมดแต่ให้เสี่ยนำของโบราณบางอย่างเช่นเสาโคมไฟกินรีที่ถนนราชดำเนินเอาไปตกแต่งบ้านของรัศมีจันทร์ภรรยาใหม่ ซึ่งเสี่ยได้เคยทำมาแล้วหลายครั้ง บางทีก็ไปเอาของในวัดพระแก้วแล้วก็ทำของเทียมวางไว้แทน &lt;br /&gt;เมื่อหลายปีก่อนช่วงที่เสี่ยยังอยู่กับสุทธิดา ที่คฤหาสน์นนทบุรี เสี่ยไล่ยึดที่ดินของชาวบ้านบริเวณนั้น โดยไม่มีการจ่ายเงินค่าเวณคืน แต่ชาวบ้านไม่มีใครกล้าปริปาก&lt;br /&gt;การสร้างบ้านหลังใหญ่ของเสี่ยให้บรรดาเมียๆทั้งหลาย จะมีการทยอยสร้างและค่อยๆขยายพื้นที่ออกไป แต่มีชาวบ้านที่เป็นมุสลิมบางส่วนไม่พอใจเสี่ย ทั้งยังไม่กลัวและไม่เคยเคารพศรัทธาอยู่แล้ว จึงไม่ยอมและรวมตัวกันยื่นหนังสือร้องเรียนลุง ลุงจึงสั่งให้เสี่ยระงับการกระทำดังกล่าว ทำให้เสี่ยไม่พอใจมาก แต่หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ที่ชุมชนมุสลิมดังกล่าว ตำรวจไม่สามารถจับผู้วางเพลิงได้ ชาวบ้านละแวกนั้นทราบดี แต่ทำอะไรไม่ได้ &lt;br /&gt;หลังจากนั้นเสี่ยก็มักทำอะไรโดยที่ไม่ฟังเสียงทัดทานหรือเกรงใจลุงอีกต่อไป&lt;br /&gt;ต่อมาเสี่ยต้องการที่ดินใกล้คฤหาสน์นนทบุรี เพื่อสร้างท่าเรือและที่เก็บเรือหรูของเสี่ย แต่ที่ดินผืนที่ติดกันเป็นที่ดินของวัดที่อยู่ไม่ไกลจากตัววัดชลประทาน ตามข่าวว่ามีโบสถ์หรือเจดีย์เก่าอยู่ด้วย เสี่ยถูกต่อต้านอย่างหนัก จากพระปัญญาและพระลูกวัด แต่เสี่ยไม่ฟังเสียง ยังไงก็จะเอาให้ได้ และไม่พอใจพระปัญญา หาว่าท่านเป็นตัวตั้งตัวตี ถึงขนาดไปทะเลาะกับพระ และใช้กำลังยึดเอาที่ดินแปลงนั้น สั่งรื้อถอนศาลเจ้าพ่อเสือ และเอาของในวัดมาปลูกสร้างใหม่ในที่ดินใกล้ๆกัน &lt;br /&gt;ทำให้พระปัญญาเสียใจมาก ถึงขนาดเอ่ยปากว่า ใครที่มีจิตใจชั่วช้า ทำกับสถานที่เก่าแก่แห่งนี้ เพียงเพื่อต้องการสนองกิเลส บาปกรรมจะตกถึงตัว และคนในครอบครัว ต่อมาเสี่ยก็ได้ครอบครองที่ดินผืนดังกล่าว เพียงเพื่อเอามาสร้างที่เก็บเรือและท่าขึ้นเรือ &lt;br /&gt;ช่วงที่เสี่ยประกาศเลิกกับสุทธิดามีการตั้งเต็นท์ นำเอาของใช้ของสุทธิดามาเผาประจานที่หน้าคฤหาสน์นนทบุรี เป็นที่ฮือฮาไปทั้งจังหวัด เป็นไปตามคำสั่งของลุงเพราะสุทธิดาไปพลาดท่าโดนจับเรื่องลักลอบขนแป้งที่อังกฤษ จึงต้องรีบตัดตอนไม่ให้เกี่ยวโยงมาถึงธุรกิจของลุงและครอบครัว และถือโอกาสไล่ลูกสะใภ้ที่ลุงถือว่าเป็นผู้หญิงชั้นต่ำที่เคยมีสามีมาแล้ว&lt;br /&gt;หลังจากเลิกรากับสุทธิดาแล้ว เสี่ยอูมักยึดเอาทรัพย์สมบัติและของมีค่าของส่วนรวม รวมทั้งของเก่าของโบราณในวัดพระแก้วไปเป็นสมบัติส่วนตัว เอาไปประดับบ้านหลังใหม่ที่สร้างไว้อยู่กับรัศมีจันทร์ โดยทำของเลียนแบบแทนของจริงที่ไปเอามา บางส่วนยังเอาไปตกแต่งให้ฟู่ฟ่าสุนัขตัวโปรด เป็นสุนัขพุดเดิ้ลตัวผู้ที่ผู้ขายยกให้ศิริวารีตอนไปเที่ยวตลาดนัดจตุจักรเมื่อปี 2540 &lt;br /&gt;เสี่ยรักฟู่ฟ่ามาก เสี่ยมีอะไรฟู่ฟ่าก็จะต้องมีเหมือนเสี่ย เสี่ยมี ชุดพลร่ม ฟู่ฟ่าต้องมีเหมือนกัน เสี่ยเป็นกัปตันขับเครื่องบิน ฟู่ฟ่าก็ได้เป็นกับตันขับเครื่องบินและมีชุดกัปตันเหมือนกัน แถมมียศมีเงินเดือนเหมือนกัน ข่าวว่ามียศระดับร้อยโท แถมมีบ้านส่วนตัวอย่างดีหรูหรา โดยมีทีมเลี้ยงอยู่ 2ทีม ผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่ ทุกคนต้องปฏิบัติต่อฟู่ฟ่าเหมือนเป็นเจ้านายชั้นสูง ต้องหมอบคลานกราบไหว้ และกินอาหารที่สั่งจากเมืองนอกด้วย วันที่ 15 มิถุนายน เป็นวันคล้ายวันเกิดของฟู่ฟ่า จะมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ มีการให้ฟู่ฟ่ามากินอาหารร่วมกับคนรับใช้ของเสี่ย และห้ามใครตีหรือทำร้ายฟู่ฟ่าเด็ดขาดมิฉะนั้นจะต้องโดนลงโทษอย่างหนัก &lt;br /&gt;รัศมีจันทร์ได้บอกทูตสหรัฐว่าฟู่ฟ่าได้รับชั้นยศเป็นพลอากาศเอก ถูกนำออกมาแสดงตัวในงานโดยแต่งตัวเป็นทางการในชุดสำหรับงานราตรีที่ครบเครื่องโดยมีถุงครอบอุ้งเท้า และในตอนหนึ่งขณะที่วงดนตรีกำลังเล่นเพลงที่สอง ฟู่ฟ่าก็กระโดดขึ้นบนหัวโต๊ะและเริ่มเลียน้ำจากแก้วของแขกในงาน รวมทั้งของท่านทูตสหรัฐด้วย ท่ามกลางความตกตะลึงของแขกจำนวนกว่า 600 คนในงาน และยังเป็นที่กล่าวขานเรื่อยมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...............&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิรินเทพ : เธอคือความหวังเดียวของตระกูล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงกลางหรือสิรินเทพ เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2498 ชื่อเล่น น้อย เป็นลูกสาวคนกลาง จึงอาจขาดการเหลียวแลจากลุงและป้า เพราะลุงรักลูกสาวคนโตหญิงใหญ่อุบลรัตนานน ขณะที่ป้ารักลูกสาวคนเล็กจุฬาพอง ตอนจบประถม 7 ได้คะแนนสูงสุดของประเทศ ถึง 96.6% เรียนเก่งทุกวิชา มีความสามารถทุกด้านตามแบบลุงสมชาย ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้เป็นที่หนึ่งของประเทศแผนกศิลปะ ปี 2515 ด้วยคะแนน 89.3% &lt;br /&gt;หญิงกลางแม้จะเป็นหญิงแต่ก็ขยันอดทน ตามลุงและป้าเดินทางไปเยี่ยมราษฎรทุกหนแห่ง จนแทบจะไม่มีเวลาเรียนหรืออ่านหนังสือ &lt;br /&gt;บางทีพอมีเวลาบ้างก็จะหอบหิ้วตำรับตำราสารพัดจำนวนมากพะรุงพะรังจนเป็นที่สะดุดตาเป็นพิเศษ เนื่องจากนิสิตทั่วๆไป มักถือสมุดหนังสือกันคนละไม่กี่เล่มเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ต่อมาได้เข้าเรียนคณะอักษรศาสตร์ ทั้งๆที่ไม่ค่อยมีเวลาเรียนแต่ก็สอบได้เป็นที่หนึ่งทุกปี จนถึงปีสุดท้ายได้เกรด 3.98 เป็นที่หนึ่งของคณะอักษรศาสตร์ เช่นเคย ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากลุง และรางวัลเหรียญทองในฐานะที่สอบได้ที่หนึ่งมาทุกปี &lt;br /&gt;ระหว่างเรียนก็เล่นดนตรีไทยได้หลายชนิดโดยเฉพาะซอด้วง เคยเป็นผู้แทนคณะอักษรศาสตร์ แข่งขันกลอนสดระหว่างคณะในมหาวิทยาลัย ได้รับรางวัลชนะเลิศ เป็นคนที่รอบรู้ในวิชาการ ต่างๆ เช่น ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ภาษาไทย และภาษาตะวันออก เป็นอย่างดี และเรียนปริญญาโททั้งที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬา และคณะโบราณคดี ศิลปากร วิชาบาลีสันสกฤต และวิชาจารึกภาษาตะวันออก ทั้งสองมหาวิทยาลัยพร้อมกัน &lt;br /&gt;พอจบโททั้งสองแห่งได้เรียนต่อปริญญาเอกสาขาวิชาพัฒนศึกษาศาสตร์ ศรีนครินทรวิโรฒ โดยผ่านการสอบคัดเลือกอย่างยอดเยี่ยมด้วยคะแนนเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาผู้เข้าสอบทั้งหมด และสอบผ่านวิทยานิพนธ์อย่างยอดเยี่ยม ในระดับปริญญาเอก เมื่อปี 2529&lt;br /&gt;หญิงกลางได้เป็นตัวแทนของลุงและป้าไปเยี่ยมเยียนหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ที่ไปมากที่สุดถึง 20 ครั้ง ครบทุกมณฑลของจีน จนได้ชื่อว่าทูตสันถวไมตรีไทย-จีน และยังเรียนภาษาจีนตั้งแต่ปี 2523 เป็นต้นมา &lt;br /&gt;เคยไปศึกษาภาษาและวัฒนธรรมจีนเพิ่มเติมที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเทศจีน เป็นเวลา 1 เดือนเมื่อปี 2544 &lt;br /&gt;เรียนการเล่นซอสองสายซอเออร์หูของจีน เรียนการเขียนลายภาษาจีน การวาดภาพแบบจีน และฝึกรำมวยไทเก๊ก สร้างความซาบซึ้งแก่ชาวจีนจนได้รับรางวัลเป็นมิตรที่ดีที่สุดในโลกของชาวจีนเป็นอันดับที่สอง &lt;br /&gt;เป็นรองแค่นายฮวน อันโตนิโอ ซามารานซ์(Juan Antonio Samaaranch) อดีตประธานโอลิมปิกสากล ชาวสเปน ผู้สนับสนุนให้จีนได้จัดกีฬาโอลิมปิกปี 2008 ทั้งๆที่ครอบครัวลุงสมชายเคยเป็นปฏิปักษ์กับจีนอย่างรุนแรงในยุคสงครามเย็นปลุกฝีคอมมิวนิสต์&lt;br /&gt;สิรินเทพได้ติดตามลุงและป้าเดินทางไปเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ต่างๆด้วยความขยันอดทนทั้งๆที่เป็นผู้หญิง เพราะพี่ชายคือเสี่ยอูและพี่สาวคือหญิงใหญ่ได้ไปเรียนต่างประเทศ ภาระจึงตกแก่หญิงกลางผู้ขยันขันแข็งและอดทน ทั้งยังรับผิดชอบมูลนิธิสายใยไทยที่ดูแลทหารตำรวจ สภากาชาด ทุนการศึกษาหลวง &lt;br /&gt;ลุงสมชายได้แต่งตั้งให้มีฐานะเท่าเสี่ยอู เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2520 นับเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งให้มีฐานะเดียวกับทายาทผู้สืบทอดอำนาจ หญิงกลางยังทำหน้าที่เป็นอาจารย์สอนในโรงเรียนนายร้อยทหารเพื่อปูฐานอำนาจทางทหาร และได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการพิเศษโรงเรียนนายร้อยเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2553&lt;br /&gt;หญิงกลาง มีแววเป็นทายาททางการเมืองของลุงสมชาย เพราะได้รับมอบหมายงานสำคัญทั้งในและนอกประเทศที่สำคัญหลายอย่าง&lt;br /&gt;โดยเฉพาะการดูแลทรัพย์สิน หุ้น ที่ดิน ห้างร้าน องค์กรสร้างบารมีต่างๆ เช่น ทุนการศึกษา มูลนิธิ กาชาด เนื่องจากเป็นคนประหยัดมัธยัสถ์ อัธยาศรัยดี รู้จักการสร้างบารมี และให้เป็นตัวแทนติดต่อสร้างความสัมพัน์ระหว่างประเทศ รวมทั้งมหาอำนาจจีน และเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดคือ ลาว เป็นตัวแทนของลุงและป้าในงานสำคัญๆและพิธีการสำคัญๆรวมทั้งการแจกปริญญา &lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม ทายาทที่จะสืบทอดอำนาจของลุงยังเป็นเสี่ยอูตามระเบียบประเพณีที่มีมานาน&lt;br /&gt;วีรกรรมของหญิงกลาง &lt;br /&gt;หญิงกลางทำหน้าที่ของสมาชิกในตระกูลเหมือนลูกคนอื่นๆ คือ เมื่อตอนสาวๆก็เดินสายแจกธงพวกลูกเสือชาวบ้านให้ทำหน้าที่องครักษ์พิทักษ์ครอบครัวลุงสมชาย คอยเยี่ยมเยียนให้กำลังใจพวกลูกเสือชาวบ้านและทหารตำรวจที่ปราบปรามกวาดล้างศัตรูของครอบครัว แบบเดียวกับที่ป้าสมจิตและหญิงเล็กไปงานศพน้องโบว์วีรชนของพวกเสื้อเหลือง&lt;br /&gt;บทบาทที่เด่นมากคือการออกโรงสร้างข่าวทำลายการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยของพวกเสื้อแดง ที่ปรากฏเป็นข่าวคือ วันที่ 20 เมษายน 2553 ให้ตำรวจนครบาลขอให้กลุ่มเสื้อแดงร่นพื้นที่ชุมนุม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ใกล้กับคฤหาสน์สระปทุมของหญิงกลาง ให้ผู้ว่ากทม.ไปเตือนเสื้อแดงว่าการกระจายเสียงของการชุมนุมเข้าไปถึงห้องนอนของหญิงกลาง &lt;br /&gt;วันที่ 26 เมษายน 2553 หญิงกลางได้บอกผ่านรัฐมนตรีศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์แสดงความห่วงใยนักเรียนในพื้นที่การชุมนุมของพวกเสื้อแดง เพื่อให้รัฐมนตรีนำมาชี้แจงต่อผู้บริหารและครูอาจารย์ เพื่อขยายผลให้เกิดภาพที่ไม่ดีต่อการชุมนุมของเสื้อแดง ก่อนการล้อมปราบประชาชนเสื้อแดงที่ราชประสงค์ หญิงกลางได้เดินทางไปให้กำลังใจแพทย์และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจุฬา ในช่วงที่พวกเสื้อแดงขอเข้าตรวจค้นเพราะมีทหารแอบซุ่มใช้สถานที่โรงพยาบาลจุฬาดักยิงประชาชน &lt;br /&gt;หญิงกลางได้ไปเยี่ยมสังฆราชและสั่งให้ย้ายสังฆราชจากโรงหมอจุฬาไปโรงหมอศิริราช ทั้งๆที่ไม่ใช่หน้าที่ของเธอ แต่เพื่อให้เป็นข่าวให้เห็นว่าพวกเสื้อแดงคุกคามโรงพยาบาลและผู้ป่วย ทั้งยังส่งกาชาดไทยเข้าดูแลวัดปทุมวนารามเพื่อกันไม่ให้กาชาดสากลเข้าไปสังเกตการณ์ บทบาทที่สำคัญมากก็คือการเข้าร่วมประชุมผู้บัญชาการหน่วยรบระดับกองพันที่ค่ายราบ 11 พร้อมป้าสมจิตระหว่างเวลาตีสองถึงตีสี่ช่วงย่างเข้าวันสังหารประชาชน 19 พฤษภาคม 2553&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงเล็ก : ผู้เปล่าเปลี่ยวตลอดเวลา &lt;br /&gt;หญิงเล็กจุฬาพอง เกิดเมื่อ 4 กรกฎาคม 2500 เรียนชั้นประถมและมัธยมที่โรงเรียนจิตรลดา จบเคมีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ &lt;br /&gt;เนื่องจากเธอเรียนเก่งมากทั้งๆที่ไม่ค่อยมีเวลาเรียนและเป็นโรคแพ้สารเคมี แต่ได้รับรางวัลเรียนดีตลอดระยะเวลา 4 ปีการศึกษา ด้วยคะแนนยอดเยี่ยม มหาวิทยาลัยมหิดลจึงอนุมัติให้เธอเรียนปริญญาเอกโดยไม่ต้องเรียนปริญญาโท แถมเธอยังเข้าห้องทดลองแม้ว่าจะเป็นโรคแพ้สารเคมี และจบปริญญาเอกสาขาเคมีอินทรีย์ในปี 2528 ได้เป็นศาสตราจาย์ดอกเตอร์เป็นอาจารย์พิเศษสอนที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล&lt;br /&gt;หญิงเล็กเป็นทั้งโรคซึมเศร้าและโรคลมชักหรือลมบ้าหมู เป็นคนไม่ค่อยแข็งแรง บอบบางอ่อนแออ้อนแอ้นแต่ไม่น่ารัก แถมกระเดียดไปทางน่ากลัว ไม่มีเสน่ห์ หาสามียาก วันดีคืนดีก็นั่งรถเข็นทำตัวเป็นคนพิการแบบไม่มีสาเหตุ ป้าสมจิตเคยให้สัมภาษณ์ว่าหญิงเล็กมีปอดทำงานได้เพียง 65% จึงต้องอาศัยหายใจทางปาก ต้องอ้าปากตลอดเวลา ทำให้เหนื่อยง่ายและร่างกายซูบผอม ดังนั้นเธอจึงก่อตั้งสถาบันวิจัยโรคมะเร็งและภูมิแพ้ รวมทั้งโรคลมชักหรือลมบ้าหมู เพื่อค้นคว้ารักษาตัวเองและถือเป็นการสร้างกุศลการสะเดาะเคราะห์ให้ตนหายจากโรคที่เป็นอยู่ &lt;br /&gt;เมื่อตอนวัยรุ่น หญิงเล็กชอบนักเรียนนายร้อยทหารเรือคนหนึ่ง ขนาดตามง้อกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ฝ่ายชายต้องหนีไปเรียนต่างประเทศกับแฟน ลูกสาวหัวหน้ากองเรือยุทธการ &lt;br /&gt;พอผิดหวังก็พยายามหาแฟนจนมีนายพลทหารอากาศประธานบริษัทการบินเกลี่ยกล่อมลูกชายที่เป็นทหารอากาศให้อาสามาเป็นสามีหญิงเล็ก ซึ่งนับเป็นโชคดีที่สุดในชีวิตรักของหญิงเล็กผู้มักผิดหวังในเรื่องความรักเป็นประจำ &lt;br /&gt;หญิงเล็กเป็นคนเรื่องมากเอาใจยาก จะหยิบจับจำทำอะไรเป็นต้องใช้คนอื่นตลอด เป็นคุณหนูขี้โรค ตอนที่เธออยู่กับลีลายุทธขณะที่เป็นทูตทหารที่สหรัฐหลายปี ก็ทะเลาะกันบ่อยเพราะเธอเป็นคนหงุดหงิดง่ายเอาแต่ใจตนเองคอยให้คนอื่นต้องปรนนิบัติรับใช้ตลอดเวลา &lt;br /&gt;ที่แย่กว่านั้นคือเธอแอบไปมีสัมพันธ์กับหมอโรคหัวใจลูกนายตำรวจใหญ่ช่วงที่อยู่ลอนดอน ลูกสาวคนเล็กเห็น จึงไปฟ้องลีลายุทธผู้เป็นพ่อทำให้ลีลายุทธเหลืออด ลงมือลงแข้งจนหญิงเล็กซี่โครงหัก พอเสี่ยอูรู้ว่าลีลายุทธ์บังอาจทำร้ายน้องสาวขี้โรคของตน ก็จัดการซ้อมลีลายุทธปางตาย จนลูกสาวคนเล็กของลีลายุทธต้องมาห้าม ขอชีวิตพ่อไว้ ทำให้ลูกสาวเธอเลือกที่จะอยู่กับพ่อที่อเมริกา และเธอเกลียดทั้งแม่และลุงเสี่ยมาก ข่าวว่าลีลายุทธจะย้ายกลับมาเมืองไทยแบบถาวรปลายปี 2552 คงได้ขออนุญาตเสี่ยอูไว้แล้ว &lt;br /&gt;ตอนที่หญิงเล็กไปผ่าตัดไส้ติ่งที่โรงหมอสีหราช เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เธอได้พบหลวงตามัว คงถูกชะตากัน หลวงตามัวจึงรับเป็นพ่อบุญธรรม เธอก็ไปนั่งปฏิบัติธรรม ที่วัดหลวงตามัว จากเหตุการณ์ที่ต้องเลิกร้างกับลีลายุทธ์ ทำให้หญิงเล็กต้องไปสงบใจนั่งทำสมาธิต่อไปที่วัดหลวงตามัว อุดรธานี &lt;br /&gt;ทำให้เธอได้เจอหมอไชชอนสามีใหม่ที่เป็นหมอจุฬารักษาโรคลมบ้าหมู เป็นหมอที่ชอบดนตรีและงานเขียน แต่มีข่าวว่าหมอชอนไชเป็นเกย์ควีนที่มีคนแอบมีความสัมพันธ์กับคนไข้ชายบางคน หญิงเล็กให้หมอไชชอนทำงานเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลและศูนย์วิจัยโรคมะเร็งของเธอ &lt;br /&gt;ที่จริงหญิงเล็กชอบร้องเพลงและเล่นดนตรีปักกิ่งกู่เจิง แต่พี่สาวคือหญิงกลางจองงานด้านศิลปะวัฒนธรรมไปแล้ว หญิงเล็กจึงต้องมาเอาดีด้านวิทยาศาสตร์ ถึงขนาดจะเอารางวัลโนเบล ทั้งๆที่ก็ไม่ค่อยได้เรียนอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแบบจริงๆจังๆ ส่วนใหญ่ได้แค่อ่านตามที่มีคนเขียนมาให้ บางทีอ่านผิดอ่านถูก เพราะไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังอ่านอะไร ทำเอาฝรั่งสงสัยว่าเธอคงได้ค้นพบทฤษฎีใหม่ๆที่ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน เธอให้คนไปวิ่งเต้นขอรางวัลโนเบล แต่ฝรั่งเขาดูออกว่าหญิงเล็กเป็นพวกมั่วนิ่ม ขืนให้ไป ก็จะทำให้รางวัลของเขากลายเป็นที่ดูถูกเปล่าๆ เขาเลยไม่ให้ไม่ว่าจะใช้เส้นลุงหรือเส้นใครก็ตาม &lt;br /&gt;มีข่าวว่าหญิงเล็กเคยเดินไปประเทศลาว เพื่อให้หมอพื้นบ้านที่เรียกกันว่าหมอเทวดาทำการรักษาโรคมะเร็ง &lt;br /&gt;ต่อมาหญิงเล็กถูกหมอไชชอนจับได้ว่าเธอไปมีความสัมพันธ์กับทหารที่ติดตามเธอ จึงเกิดการลงมือลงไม้ ถึงขั้นใช้เท้าเตะหญิงเล็กตกบันไดซี่โครงหักที่บ้านเรือนหอจักรีบงกชปทุมธานี &lt;br /&gt;เมื่อเสี่ยอูทราบข่าวจึงจัดการสั่งสอนหมอไชชอนที่บังอาจทำร้ายน้องสาวขี้โรคของตนเหมือนอย่างที่เคยสั่งสอนลีลายุทธ&lt;br /&gt;หมอไชชอนได้หนีไปหลบซ่อนตัวอยู่กับหลวงตามัว ทหารของเสี่ยได้ตามไปจับตัวหมอไชชอน และเกิดการฉุดกระชากกันเพราะหลวงตามัวไม่ยอม ทำให้หลวงตามัวซึ่งชราภาพมากล้มลง ถึงกับป่วยและเสียชีวิตในเวลาต่อมาไม่นาน ด้วยวัย 97 ปี โดยมีการสร้างข่าวว่าหญิงเล็กเดินสะดุดเวทีทำให้กระดูกต้นขาซ้ายหัก ต้องนั่งรถเข็นและพักรักษาตัวอยู่ที่โรงหมอสีหราช ที่เดียวกับลุงสมชาย โดยเปิดชั้นสองให้ราษฎรเข้าเซ็นชื่ออวยพร ออกรายการทางทีวีแบบเดียวกับลุง&lt;br /&gt;หญิงเล็กมีอาการซึมเศร้ามากจากการมรณภาพของหลวงตามัว มีการประโคมข่าวจัดงานศพอย่างใหญ่โตว่ามีราษฎรร่วมงานกว่าหนึ่งล้านคน ขณะที่มีการเตรียมเสนองบประมาณจำนวน 1,509 ล้านบาทให้สถาบันวิจัยของหญิงเล็กโดยให้กระทรวงศึกษาธิการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีอภิเสกเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2554&lt;br /&gt;วีรกรรมของหญิงเล็กจุฬาพอง&lt;br /&gt;หลังจากที่ไปงานศพน้องโบว์กับป้าสมจิตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2551จนทำให้คนไทยตาสว่างเพราะได้เห็นชัดเจนว่าครอบครัวลุงและป้าให้ท้ายพวกลิ้มสร้างความปั่นป่วนล้มรัฐบาลรักสิน&lt;br /&gt;พอมาวันที่ 6 มิถุนายน 2553 จุฬาพองไปพูดต่อคนไทยในนิวยอร์คว่า&lt;br /&gt;การที่มีประท้วงนานๆ มีความรุนแรงเกิดขึ้นทำให้ภาคธุรกิจของเราเดือดร้อน ซึ่งก็กระทบเศรษฐกิจของประเทศไทย&lt;br /&gt;ต่อมามีการออกเทปรายการสัมภาษณ์ในรายการ วู้ดดี้เกิดมาคุย ของนายวุฒิธร มิลินทจินดา ช่อง 9 อสมท. วันที่ 3 และ 10 เมษายน 2554 &lt;br /&gt;โดยให้นายวูดดี้สวมทักซิโด้ นั่งพับเพียบพนมมือกับพื้นเหมือนทาสไพร่สมัยโบราณ โดยจุลวพองย้ำว่า เหตุเผาบ้านเมืองนำความทุกข์เหลือเกินสู่ลุงสมชายและป้าสมจิต กระทั่งอาการป่วยที่เริ่มดีกลับทรุดลง เพราะในยามประเทศวิกฤติลุงและป้าแทบไม่มีเวลานอน ทั้งนี้เพื่อหวังจะให้ร้ายและเตรียมทำลายล้างพวกเสื้อแดงต่อไป&lt;br /&gt;สอดคล้องกับการที่รองนายกเทพเมือก เปิดตัวหนังสือ ประเทศไทยของเรา อย่าให้ใครเผาอีก ในพิธีทำบุญครบรอบ 65 ปี ของพรรคประชาธิปัตย์ ใน ราคา 100 บาท โดยเอาเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้&lt;br /&gt;..........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โสภาวลี : สตรีที่เสี่ยไม่ต้องการ&lt;br /&gt;โสภาวลีหรือหญิงอึ่ง เกิด 13 กรกฎาคม 2500 ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นลูกสาวของพี่ชายป้าสมจิต ศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนจิตรลดา ต่อมาเมื่อพ่อของเธอย้ายมาเป็นผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ 2510 จึงย้ายมาเรียนเชียงใหม่ หมั้นกับเสี่ยอูเมื่อ 17 ธันวาคม 2519 และแต่งงานเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2520 คลอดลูกสาวคือ วัลภาเมื่อ 7 ธันวาคม 2521&lt;br /&gt;โสภาวลีกับเสี่ยเป็นญาติที่สนิทกันมาก ทุกปีตอนงานปีใหม่ ทั้งคู่ก็เล่นด้วยกัน กินด้วยกัน ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกัน แต่ว่าไปแล้ว เลือดของทั้งคู่ก็แทบจะเป็นขวดเดียวกันเลย มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ทั้งคู่จะมาเป็นสามีภรรยากัน แต่โสภาวลีก็ถูกบังคับให้แต่งงานเหมือนการคลุมถุงชนสมัยโบราณ ทั้งๆ ที่เธอบอกแล้วว่าเธอยังไม่อยากแต่งงาน เพราะเธอเห็นเสี่ยอูมาตั้งแต่เด็กๆ เธอทำใจให้รักไม่ได้ และเธอก็รู้ดีว่าตอนนั้นเสี่ยมีสุทธิดาอยู่ก่อนแล้ว&lt;br /&gt;แต่ในที่สุดป้าก็จัดการให้หมดทุกอย่าง ป้าอยากได้ลูกสะใภ้เป็นคนในตระกูลเดียวกับป้า อาจเป็นเพราะป้าไม่ค่อยได้เรียนหนังสือ เลยไม่รู้กฏทางพันธุกรรมที่เขาไม่ให้ญาติพี่น้องแต่งงานกัน เพราะจะทำให้ลูกที่เกิดออกมามักมีปัญหาไม่เหมือนคนปกติ มีคนทักท้วงหลายคน รวมทั้งคุณย่าสังวอนก็ไม่เห็นด้วย ท่านย่าบอกว่าเลือดที่ใกล้กัน ไม่ควรมาแต่งงานกัน เพราะลูกที่ออกมาจะเชื้อไม่ดี แต่ก็ไม่มีใครทัดทานป้าได้ เรื่องนี้ป้าไม่เชื่อในความหวังดีของแม่สามีกลับหาว่ากันท่าหลานสาวของป้า แถมตอกกลับย่าสังวอนไปว่า ถ้าปล่อยให้เสี่ยหาเมียเอง ก็ไม่รู้ว่าอาจจะไปคว้าลูกสาวพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวข้างถนนมาทำเมีย เมื่อป้าพูดออกมาแบบนี้ คุณย่าสังวอนถึงกับสะอึก พูดอะไรไม่ออก เพราะไม่คิดว่าป้าจะพูดแดกดันตนถึงเพียงนี้&lt;br /&gt;โสภาวลีทำใจอยู่หลายเดือน เธอเคยขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย เพราะเธอไม่อยากแต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รัก แถมเสี่ยและเธอก็เป็นญาติที่ใกล้ชิดกัน ส่วนเสี่ยอูก็ไม่คิดอะไรอยู่แล้ว แค่ทำตามใจแม่ เพราะอยากเอาใจแม่จะได้นั่งเก้าอี้แทนพ่อไวๆ มีวันหนึ่งที่ป้าจัดการให้ทั้งคู่ไปเที่ยวบ้านใำหญ่ ที่ภูพาน จังหวัดสกลนคร แล้วเสี่ยก็สร้างวีรกรรม หนีกลับมาหาสุทธิดา ทำให้ลุงและป้าโกรธมาก ลุงถึงกับเอ่ยปากกับเสี่ยว่า พ่อรักลูกมากนะลูกอยากได้อะไรพ่อไม่เคยขัด แต่ตอนนี้พ่อขอลูกอย่างเดียว ถ้าลูกทำได้พ่อจะวางมือ คือขอให้ลูกบวชแบบไม่ต้องสึกเลยตลอดชีวิตจะได้ไหม&lt;br /&gt;ป้าเกลี้ยกล่อมโสภาวลีอยู่นาน โดยบอกว่า จะเลื่อนตำแหน่งให้ได้สวมชฎา จะให้บ้านหลังใหญ่ ให้เงินจากลุงอีกปีละ 120 ล้านบาท โสภาวลีจึงยอมแต่งงานแต่โดยดี ในวันแต่งงาน นิตยสารชื่อดังสกุลไทย มาถ่ายรูป ถึงกับออกเป็นเล่มพิเศษ เฉลิมฉลองออกข่าวกันยกใหญ่ หลังจากนั้นไม่นานเสี่ยก็นอกใจโสภาวลี แถมไปป่าวประกาศว่า การแต่งงานกับโสภาวลีเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ ทั้งยังประจานว่าเธอไม่มีคุณสมบัติของการเป็นเมียที่ดี เพราะวันๆ เอาแต่อ่านการ์ตูน เล่นตุ๊กตา ความรู้ก็ไม่มี แถมโง่และก็ทึ่มอีกด้วย&lt;br /&gt;เมื่อเสี่ยพูดแบบนี้ พันสาวารีแม่ของโสภาวลีก็ไม่ยอม เธอขู่ว่าถ้าป้าไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบ รับรองมีเรื่องแน่ ตอนนั้นป้ากำลังหวานอยู่กับคุณผึ้ง คุณผึ้งก็เลยอาสาไปเคลียร์ให้ เพราะแม่ของโสภาวลีชอบนิสัยคุณผึ้ง ลุงกับป้าช่วยสั่งการให้แก้กฎหมายว่าถ้าสามีภรรยาไม่ได้อยู่ด้วยกันถึงสามปีก็มีสิทธิ์ฟ้องหย่าได้ เพื่อเปิดช่องให้เสี่ยฟ้องศาลขอหย่าขาดจากโสภาวลีได้สำเร็จ ทำเอาพันสาวารีแม่ของโสภาวลีทนไม่ไหวเลยแจกใบปลิวเปิดโปงความสำส่อน ฟอนแฟะของตระกูลลุงและป้าอย่างไม่ไว้หน้า&lt;br /&gt;หลังจากศาลตัดสินให้เสี่ยหย่าได้แล้ว โสภาวลีก็ได้แต่ต้องปลงด้วยความเสียใจ วันๆ ก็เอาแต่กิน ตอนนี้น้ำหนักของเธอปาเข้าไปร่วม 100 กิโลแล้ว กลายเป็นหญิงอึ่งอ่างไปอีกคน &lt;br /&gt;รัศมีจันทร์ : ซินเดอเรลล่าคาเฟ่&lt;br /&gt;รัศมีจันทร์เกิดในครอบครัวยากจน ย่านตลาดสดใกล้วัดเพลง ราชบุรี ในห้องเล็กๆ ที่สี่ด้านประกบกันหยาบๆ ด้วยแผ่นไม้เก่า ด้านบนมุงด้วยสังกะสีและผ้าแสลนกันแดด ไม่มีบ้านเลขที่ &lt;br /&gt;ตอนเด็กๆ รัศมีจันทร์เติบโตที่นี่ เธอเป็นลูกคนกลาง มีพี่น้องหลายคน เธอเป็นเด็กน่ารัก ขี้อาย &lt;br /&gt;เธอมักจะตอบผู้ใหญ่ว่าถ้าเลือกได้โตขึ้นเธออยากเป็นเจ้าหญิง เธอชอบจินตนาการเป็นเจ้าหญิงซินเดอเรลลา แล้วจินตนาการเธอตอนเด็กก็กลายเป็นจริงในอีกไม่กี่สิบปีต่อมา&lt;br /&gt;รัศมีจันทร์จะเดินไปเรียนพร้อมพี่สาวคนโต หลังเลิกเรียนเธอต้องรีบกลับบ้านเพื่อมาช่วยแม่กลัดใบตอง ทำขนมตาลและขนมใส่ไส้ เตรียมไว้ขายในเช้าวันรุ่งขึ้นที่ตลาดใกล้ๆวัด ต่อมาบ้านเธอถูกวัดไล่ที่ ต้องย้ายมาอยู่อาศัยกับญาติทางแม่ที่สมุทรสาคร &lt;br /&gt;พ่อของเธอมาจากกาญจนบุรีมีอาชีพครูและทำสวน แม่ก็เป็นครูอยู่สมุทรสาคร ต่อมาย้ายมาอยู่บ้านแพร้วนครปฐม พ่อเป็นผู้มีอิทธิพลเป็นหัวเรือใหญ่มีธุรกิจพิเศษเป็นรายได้หลักเหมือนครอบครัวของลุงและป้า&lt;br /&gt;เธอเข้าเรียนต่ออาชีวะที่โรงเรียนกรุงเทพการบัญชี แถวพันธ์ทิพย์พลาซ่า ระหว่างเรียนอยู่นี้เธอเริ่มหนีเรียนไปเที่ยวตามห้าง เริ่มทำงานหารายได้พิเศษ ไปเป็นเด็กเชียร์เบียร์ และนั่งดริ๊งค์ ตามร้านอาหารกึ่งผับแถวสมุทรสาคร &lt;br /&gt;ต่อมาก็ยกระดับมาร้องเพลงที่อัมรินทร์คาเฟ่ พระรามเก้าคาเฟ่ ธนบุรีคาเฟ่ นาซ่าสเปซี่โดม เธอสามารถทำดริ๊งค์ได้เป็นอันดับหนึ่งของร้าน ได้มีโอกาสรู้จักเจ้าของนิตยสารไทยเพลย์บอย ได้ถ่ายรูปขึ้นปกหนังสือหลายเล่ม เช่น ทีเด็ด สะบัดช่อ มาดาม เล่มที่ดังมากคือเพ็ญพักตร์ ที่มีเรื่องเปิดใจสัมภาษณ์เธอ เป็นเล่มที่ขายดีมาก มีภาพเธอสวมเสื้อกล้าม และกางเกงในสีดำ เมื่อปี 2538 ใช้ชื่อ ช่อผกา ศิริวรรณ &lt;br /&gt;ผู้ติดต่อแนะนำให้เธอได้พบเสี่ยอูคือ พลตำรวจเอกสันติ มือปราบร่างสูงใหญ่ลูกเศรษฐีผู้ดี ผู้ทำหน้าที่เป็นจัดส่งสาวๆให้เสี่ยโดยใช้สำนักงานตำรวจเป็นที่ติดต่อและส่งตัวกันที่โรงแรมใหญ่ใกล้ๆกันนั้น&lt;br /&gt;ลุงและป้าไม่ได้รักใคร่เอ็นดูรัศมีจันทร์สักเท่าไร เพราะเบื้องหลังของรัศมีจันทร์ก็มีตำหนิอยู่ไม่ใช่น้อย เพียงแต่อาศัยเป็นเครื่องมือกำจัดสุทธิดาที่กำลังมาแรง และป้าพยายามให้ลูกสาวคนสุดท้องของสุทธิดาเกลียดแม่ของตัวเอง จากการที่ถูกแม่ทุบตีระบายอารมณ์เพราะพ่อเริ่มไม่รักแม่และไปปันใจให้หญิงอื่น&lt;br /&gt;ลือกันว่าสุทธิดาทำเสน่ห์ยาแฝดให้เสี่ยอูหลง จนป้าสมจิตต้องมาให้พระแถวฝั่งธน แก้ของให้ พอสุทธิดาไปพลาดท่าโดนจับเรื่องขนแป้งที่อังกฤษ ลุงได้โอกาสสั่งให้เสี่ยรีบตัดตอนอย่าให้เกี่ยวพันมาถึงครอบครัวใหญ่เด็ดขาด เสี่ยจึงต้องจัดฉากไล่สุทธิดาออกจากคฤหาสน์นนทบุรีอย่างเอิกเกริก เอาเสื้อผ้ามากองไว้แล้วเผาที่หน้าคฤหาสน์ ประจานสุทธิดาไม่มีชิ้นดี และมีการตั้งเต๊นท์เลี้ยงน้ำอัดลม และแจกใบปลิวประจานสุทธิดา กล่าวหาว่าสุทธิดาค้ายาเสพติด มีการประกาศยกเลิกหนังสือเดินทางของสุทธิดาและลูกชายทั้งสี่คน กล่าวหาว่าสุทธิดาเป็นชู้กับนายพลอากาศเอกอานาน และยังทุบตีลูกสาวคนเล็กที่ชื่อบูดน้ำพลอย ทั้งยังห้ามผู้ใดไปเยี่ยมเยียนติดต่อหรือให้ความช่วยเหลือทั้งสิ้น เพราะกลัวว่าสุทธิดาจะไปเปิดเผยความลับของครอบครัวลุงและเสี่ย ถ้าใครไปเยี่ยมครอบครัวสุทธิดา ก็จะโดนตำรวจเรียกมาสอบสวน แถมปล่อยข่าวว่าสุทธิดากับชู้เครื่องบินตกตาย เพื่อต้องการกลบเรื่องทั้งหมด &lt;br /&gt;แต่เหมือนกรรมตามสนอง หลังจากที่รัศมีจันทร์ได้เป็นสะใภ้หลวง เข้าพิธีรดน้ำสังข์ จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย และรับการแต่งตั้งยศเป็นภรรยาของเสี่ยอู ลูกชายที่คลอดออกมาก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหลานเป็นทายาทลำดับถัดไปของลุงผู้ยิ่งใหญ่ แต่ในที่สุดลุงก็มีคำสั่งให้ป้าบอกเสี่ยให้กำจัดรัศมีจันทร์ออกไปโทษฐานเป็นผู้หญิงชั้นต่ำทำให้วงศ์ตระกูลของลุงและป้าเกิดความเสื่อมเสีย ให้เสี่ยทำอะไรก็ได้เพื่อบีบให้รัศมีจันทร์ทนอยู่ต่อไปไม่ได้ เพราะลุงและป้าไม่ต้องการผู้หญิงคนนี้อีกต่อไปแล้ว รัศมีจันทร์จึงถูกทอดทิ้งต้องไปนอนที่บ้านทวีวัฒนา เธอมักจะไปที่บ้านพ่อแม่ที่อยู่แถวนั้นตอนดึกๆ บ้านพ่อแม่หลังนี้ปลูกบนที่ดินกว่า 5 ไร่ ซึ่งพี่สาวทั้งสองซื้อบ้านมาราคาราว 20 ล้านบาท ข่าวว่าร่ำรวยมาจากธุรกิจพิเศษที่มีพ่อเป็นหัวเรือใหญ่ ส่วนน้องชายเธอก็ทำงานพิเศษกับเสี่ย&lt;br /&gt;บ้านใหม่ของเสี่ย ก็สร้างไม่เสร็จสักที เพราะเสี่ยสั่งให้ทุบแล้วทุบอีก เห็นว่าครั้งนี้เป็นรอบที่ 3 แล้ว เหตุผลก็เพียงเพราะกรมโยธาทำได้ไม่ถูกใจเสี่ย ครั้งแรกสร้างทึบเกินไป ครั้งที่สองทำโล่งเกินไป แต่ละครั้งสร้างตัวบ้านเสร็จแล้ว ครั้งหนึ่งเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ตอนนี้กำลังปรับพื้นที่เพื่อก่อสร้างเป็นครั้งที่ 3 &lt;br /&gt;ช่วงที่ลุงเข้าโรงหมอปลายปี 2552 เสี่ยอูไปหาเมียอีกคนที่เป็นหมอฟันที่อุบล ทิ้งให้รัศมีจันทร์ไปขี่ช้างกับปังปอนตามลำพังสองแม่ลูก แถมรัศมีจันทร์ก็ยังโดนเสี่ยคาดโทษห้ามไปอาละวาดกับน้องเก๋ เหมือนคราวที่ไปทำกับน้องพลอยสว่าง ถ้ายังไม่เชื่อฟังเป็นเจอดีแน่ รัศมีจันทร์ก็เริ่มรู้รู้ตัวเองดี ส่วนปังปอนก็ยังต้องให้แม่อุ้มตลอด เพราะติดแม่มาก และแทบจะจำหน้าพ่อตัวเองไม่ได้แล้ว เดือนธันวาจะมีงานสายใยรักครอบครัวที่เมืองทองธานี รัศมีจันทร์หวังใช้งานนี้เป็นใบเบิกทางที่จะเอาชนะใจคนทั่วไป ก่อนที่จะก้าวไปเป็นเบอร์หนึ่งตัวจริง &lt;br /&gt;รัศมีจันทร์น่าจะรู้แล้วว่าทั้งลุงและป้าเริ่มไม่ชอบเธอมาก และอาจต้องถูกลดอันดับลงแบบสุทธิดา ลุงและป้าเริ่มรังเกียจพื้นเพอันต่ำต้อยและน่ารังเกียจที่เธอเคยเป็นนักร้องคาเฟ่และถ่ายโป๊ขึ้นปกหนังสือปลุกใจเสือป่า แถมยังมีลูกที่สติปัญญาไม่ค่อยสมประกอบ เหมือนที่ลุงและป้าเคยรังเกียจสุทธิดาที่เคยเป็นแค่ดาราหนังและผ่านผู้ชายมาแล้ว โดยลุงเชื่อว่านายอ้วนลูกชายคนโตของสุทธิดาน่าจะเป็นลูกพระเอกดาราหนังหนุ่มหล่อพุงโย ทองปน&lt;br /&gt;ลุงเคยบอกกับเสี่ยอูว่า เมื่ออายุครบหกสิบก็จะขอวางมือ แต่ครั้นเสี่ยไปขอทวงเก้าอี้จากลุง กลับถูกลุงปฏิเสธ แถมยังไล่ให้ไปบวชแบบไม่ต้องสึกมาแล้ว ต่อมาก็ตามด้วยคำสั่งให้เลิกกับสุทธิดา และตอนนี้ก็กำชับให้เลิกกับรัศมีจันทร์ ลุงกับป้าก็คงจะหลอกเสี่ยตามเคยว่าจะมอบเก้าอี้ให้ พร้อมทั้งจะผลักดันโสภาวลีหลานรักให้กลับมาเป็นหมายเลขหนึ่งอีกครั้ง&lt;br /&gt;รัศมีจันทร์ต้องหาเรื่องทำฆ่าเวลา ไปฝึกโยคะและเรียนปริญญาเอกเพราะเหงาเนื่องจากเสี่ยกลับบ้านเดือนละครั้ง น้องนุ้ยสาวแอร์เมียใหม่ที่อยู่เยอรมัน คลอดลูกเป็นหญิง ใช้นามสกุล วชิราภักดี ส่วนน้องพลอยสว่าง ใช้นามสกุล วชิรารักภักดี เพื่อให้คนได้รู้ว่าเป็นเมียเสี่ยอู&lt;br /&gt;พลอยสว่างเป็นที่โปรดปรานมาก เคยมีแววจะเป็นเบอร์หนึ่ง แทนรัศมีจันทร์ เสี่ยเห็นเธอครั้งแรกที่ป้ายโฆษณาการบินไทยที่มีรูปเธอติดอยู่ เสี่ยรีบสั่งให้ตามตัวทันที พลอยสว่างเป็นลูกสาวของพระเอกหนังชื่อดังสรพันธุ์ ชาตรีกับภรรยาคนแรกที่เป็นแอร์สายการบิน พลอยสว่างมีคู่หมั้นอยู่แล้วเป็นกัปตันขับเครื่องบิน หน้าตาดีเคยเป็นดาราประกอบช่อง 3&lt;br /&gt;แต่มาโดนเสี่ยแย่งไป พลอยสว่างเคยเป็นดาวจุฬา จบโทเศรษฐศาสตร์จุฬาเมื่อปี 2550 เธอจึงมีชาติตระกูลและพื้นเพการศึกษาเหนือกว่ารัศมีจันทร์มาก เสี่ยกำลังพยายามมีลูกกับพลอยสว่าง โดยให้ทีมหมอที่โรงพยาบาลเจตนินแถวชิดลมทำให้โดยใช้เข็มดูดน้ำเชื้อ &lt;br /&gt;แต่พลอยสว่างได้กลับไปแต่งงานกับแฟนเก่าที่เป็นกัปตันนักบินเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากเสี่ยอูผิดคำสัญญาที่ว่าจะไม่มีเมียใหม่อีก แต่เสี่ยยังไม่ยอมเลิก แฟนเก่าจึงขออนุญาตแต่งงานกับพลอยสว่าง แต่ถูกเสี่ยยิงที่ขา และกำลังจะบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่โต เสี่ยจึงต้องยอมให้พลอยสว่างแยกทางไปแต่งงานได้&lt;br /&gt;เสี่ยอูมีเมียอีกคนหนึ่งเป็นหมอฟันอยู่ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิ์ประสงค์ อุบลราชธานี มีลูกแฝดหญิงสองคน โรงพยาบาลได้จัดห้องพักโดยเฉพาะสำหรับเสี่ยเวลาไปหาภรรยาคนนี้ &lt;br /&gt;ส่วนน้องนุ้ย วชิราภักดีตอนนี้เลี้ยงลูกสาวที่คลอดเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2552 ที่แฟรงเฟิร์ต เยอรมัน เธอเป็นแอร์หลังพลอยสว่างหนึ่งปี เธอคงอยากให้ลูกของเธอได้เป็นใหญ่ให้ได้เพราะตอนนี้ปังปอนลูกของรัศมีจันทร์มีปัญหาเจ็บป่วยบ่อย มานอนโรงหมอเพราะเป็นลมบ้าหมูหลายครั้ง คงหมดสิทธิ์เป็นใหญ่ รัศมีจันทร์คงไม่มีลูกกับเสี่ยอีกแล้ว ขนาดมาโรงหมอ เสี่ยยังไม่มองหน้าเธอเลย เพราะลุงสั่งให้รีบๆเลิกกันซะถ้ายังอยากนั่งเก้าอี้ต่อจากลุง&lt;br /&gt;รัศมีจันทร์คงต้องหน้าชื่นอกตรมทนออกงานกับสามีเพื่อต้องการแสดงให้ราษฎรเห็นว่ายังรักกันดีอยู่ และปังปอนก็อาการไม่สู้ดี สามวันดีสี่วันไข้ อาการทางสมองก็เริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ ต้องส่งไปฝึกสานปลาตะเพียนบ่อยๆ และเสี่ยก็ไม่ใส่ใจภรรยาหลวงคนนี้อีกเลย&lt;br /&gt;รัศมีจันทร์จึงต้องพึ่งตนเอง ต้องมีบทบาทในระดับหน้าของสังคมชั้นสูงหรือไฮโซของไทย ต้องขยันออกงานเป็นข่าวบ่อยๆ ทั้งงานแต่งงานคนระดับสูง งานตัดริบบิ้น ขึ้นปกนิตยสารดังทุกฉบับ บางทีก็ข้ามน้ำข้ามทะเลไปถ่ายทำถึงต่างประเทศ ต้องจัดทำแผนโฆษณาตัวเองโดยมีปังปอนเป็นนายแบบ มีทีมงานทำงานต่อเนื่อง เช่น&lt;br /&gt;โครงการครอบครัวอบอุ่น เริ่มสมัยปังปอนแรกเกิด สร้างภาพความรักความผูกพันของพ่อแม่ลูก&lt;br /&gt;-โครงการกินนมแม่ เริ่มสมัยปังปอนเริ่มกินนม สร้างภาพว่าเธอเป็นแม่ตัวอย่างที่ให้ลูกกินนม&lt;br /&gt;-โครงการรักษาเด็กที่เป็นโรคลมชักหรือลมบ้าหมู อันนี้ก็ตรงไปตรงมา เพราะปังปอนเป็นโรคลมชักบ่อย จึงต้องตั้งโครงการเพื่อรักษาปังปอน และได้โฆษณาผลงานไปด้วย แต่เธอก็ไม่กล้าบอกใครว่าปังปอนเป็นโรคลมบ้าหมู&lt;br /&gt;-โครงการกินอาหารตามอายุ เพื่อโฆษณาว่าเธอให้ความสำคัญกับอาหารการกินของลูก&lt;br /&gt;โครงการครัวเกษตรกรรม ไปบังคับให้พวกอาสมัครสาธารณสุขมาทำกับข้าวแล้วใช้ชื่อของเธอขายของ เพื่อโฆษณาว่าเธอเก่งเรื่องทำกับข้าวสมกับเป็นที่ปรึกษาครัวการบินไทย กินเงินเดือน 800,000 บาท&lt;br /&gt;-โครงการเด็กน้อยออกกำลังกาย เพื่อโฆษณาว่าเธอสนใจให้ลูกออกกำลังกาย&lt;br /&gt;มีการจัดงานสายใยพิศวาสครอบครัวที่เมืองทองธานี เป็นประจำเริ่มตั้งแต่ปังปอนเกิด ใช้งบของราษฎรไปเกือบสี่สิบล้านบาท&lt;br /&gt;รัศมีจันทร์ว่าที่ดอกเตอร์ได้เกรดเฉลี่ยล่วงหน้าตอนลงทะเบียน 3.99 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรบางเขน เธอเรียนจบปริญญาตรี คหกรรมที่สุโขทัย จบปริญญาโทที่เกษตรได้เกรดถึง 3.94&lt;br /&gt;ตอนนี้เธอเข้าเรียนที่เกษตรบางเขนวันจันทร์ถึงพฤหัส โดยเธอก้าวเดินบนพรมแดง มีคนคอยกางร่มคันใหญ่ให้ พร้อมคนติดตามข้างกายอีกเกือบ 10 คน รวมทั้งทหารและตำรวจ ที่ต้องมาคอยยืนตากแดด ตากฝน คอยต้อนรับเธอ &lt;br /&gt;การปืดถนนเป็นเรื่องปกติเพื่ออวดศักดาบารมีกันในครอบครัวของลุง รัศมีจันทร์ในฐานะภรรยาหมายเลขหนึ่งของทายาทท่านประธานใหญ่ก็เริ่มแสดงบารมีของเธอให้เห็นมากขึ้นด้วยขบวนติดตามและการปิดถนนแสดงความยิ่งใหญ่โดยไม่ต้องเกรงใจราษฎร&lt;br /&gt;คลิ้ปริมสระ นางฟ้าตกสวรรค์&lt;br /&gt;ถ่ายทำเมื่อ 9 ธันวาคม 2544 เป็นงานวันเกิดของรัศมีจันทร์ ซึ่งเกิดปีหมู มีรูปหมูอยู่บนเค้ก มีการเผยแพร่วีดีโอกันอย่างรวดเร็วแพร่หลายในวันต่อๆมาโดยไม่รู้ว่าใครทำ เพราะมีคนร่วมรู้เห็นในงานนี้หลายคน&lt;br /&gt;คลิ้ปอันโด่งดังที่สุดนี้ก็มีผลกระทบต่อคนตระกูลนี้เป็นอย่างมากโดยเฉพาะลุงสมชายหัวหน้าตระกูล และป้าสมจิตถึงกับเป็นลมล้มหมอนนอนเสื่อเลยทีเดียว &lt;br /&gt;คลิ้ปนี้ถ่ายที่คฤหาสน์สุโขไทบ้านใหญ่ของเสี่ย เป็นงานวันเกิดของรัศมีจันทร์ เริ่มประมาณ 6 โมงเย็น ที่จริงมีเนื้อเรื่องมากกว่าที่เห็นในคลิ้ป มีนางเอกใส่ชุดไทยห่มสไบ งานนี้รัศมีจันทร์เป็นคนจัดการทั้งหมด ทั้งริเริ่ม วางโครง วางเรื่องเองทั้งหมด ทั้งรายการอาหาร สีของลูกโป่ง หน้าเค้ก &lt;br /&gt;และที่สำคัญยอมลงทุนแปลงกลายเป็นคลีโอพัตรา สวมใส่ชุดโปร่งใสโชว์หน้าอก สวมกระจับปิ้ง มีสายรัดรอบเอว มีสร้อยถัก วับๆแวมๆ เอาใจเสี่ยเต็มที่ เสี่ยเองคงไม่คาดคิดมาก่อนว่าเธอจะใจกล้าทุ่มเทได้ถึงขนาดนี้ ท่ามกลางคนในงานไม่ต่ำกว่า 30 คน &lt;br /&gt;ต่อมาเสี่ยอูก็กลับทำตัวเป็นคนเจ้าชู้ที่ไม่รู้จักอิ่มเหมือนเดิม รัศมีจันทร์ก็คงทำใจได้แล้ว เธอจึงตั้งหน้าตั้งตาสะสมเงินทองเอาไว้ให้มากที่สุด รวมทั้งเพชร นิล จินดาและของมีค่าสารพัด &lt;br /&gt;หลังจากที่เสร็จงานสายยางรักแห่งครอบครัวช่วงวันที่ 8-13 ธันวาคม 2552 ชูแนวคิดครอบครัวเข้มแข็งเพื่อโฆษณายกย่องครอบครัวของเสี่ยกับรัศมีจันทร์และปังปอน ที่อิมแพกซ์เมืองทองธานี โดยงานนี้ใช้เงินของ กรมอนามัย ถึง 34 ล้านบาทโดย กระทรวงสาธารณสุขเป็นแม่งาน &lt;br /&gt;มีการออกร้านที่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นร้านในเครือข่ายของรัศมีจันทร์ จ้างอาสาสมัครสาธารณสุขจากทั่วประเทศโดยให้ค่าหัวคนละ 400 บาท ให้มาเที่ยวฟรี กินฟรี และของในงานรัศมีจันทร์ก็ใช้เงินหลวง ไปเหมาเอามาขาย เช่น ผ้าไหม พรม เสื่อทอ เรียกว่าอัฐยายซื้อขนมยายแบบครบวงจร ใช้เงินหลวงมาจ้างชาวบ้าน เอาเงินหลวงมาซื้อของขายเอาเงินเข้ากระเป๋า ใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท เพื่อหน้าตาของรัศมีจันทร์และครอบครัวตัวอย่างของเธอ เธอคงจะหลงกับบทบาทครอบครัวอบอุ่น จึงบุกตามไปหาเสี่ยถึงบ้านเมียน้อย เลยโดนเสี่ยชกเข้าเบ้าตา ตอนนั้นเธอคงยังไม่รู้ว่าคนในตระกูลของลุงและป้าเขาไม่ต้อนรับเธออีกแล้ว ตามคำสั่งของลุงนั่นเอง &lt;br /&gt;รัศมีจันทร์ตอนนี้จึงเหมือนถูกบีบ เพราะเธอไม่เคยใช้ชีวิตอยู่กับเสี่ยตามประสาสามีภรรยาเลย แค่ออกงานด้วยกันเพื่อสร้างภาพทางทีวีเท่านั้น ตกดึกเธอไปนอนบ้านพ่อที่เสี่ยปลูกไว้ให้แทบทุกคืน บ้านอยู่ไม่ไกลบ้านพันล้านของเธอเท่าไร เป็นบ้านหลังใหญ่อย่างดีมีบริเวณเกือบ 5 ไร่ ทั้งพ่อแม่และพี่สาวของเธอกลายเป็นผู้ดีไฮโซจัดที่ร่ำรวยมั่งคั่งแบบผิดหูผิดตาจากธุรกิจพิเศษที่ทำร่วมกับเสี่ย และใช้จ่ายแบบไม่ต้องเสียดายเงิน&lt;br /&gt;รัศมีจันทร์เริ่มเปลี่ยนไปมากในช่วงหลังที่เธอไปเรียนต่อปริญญาเอกที่เกษตรศาสตร์บางเขน เธอมักจะมีปาร์ตี้กินเหล้ากับเพื่อนๆ ร้องเพลง หันมาสูบุหรี่มากขึ้น และเธอก็เริ่มติดนิสัยมากเรื่องเอาใจยาก ไม่เรียบง่ายเหมือนแต่ก่อน เริ่มทำตัวเหมือนคนอื่นๆในครอบครัวของลุงและป้า เธอเริ่มเข้ามาวุ่นวายกับการวิ่งเต้นโยกย้ายตำแหน่งตำรวจและข้าราชการ &lt;br /&gt;รัศมีจันทร์ย้ายไปสงบใจที่หมู่บ้านธนาซิติ้ แถวบางนากม. 14 เพราะเสี่ยไปหลงภรรยาใหม่ไม่สนใจเธออีกแล้ว แต่รัศมีจันทร์ก็ยังมุ่งมั่นเรียนภาษาอังกฤษ และทำปริญญาเอกเพื่อไม่ให้มีเวลาคิดฟุ้งซ่าน และเตรียมตัวให้พร้อมเป็นสตรีหมายเลขหนึ่ง ชาวบ้านที่อยู่ย่านนั้นต้องคอยหลบทางเวลาที่เธอเข้าออก เพราะเธอจะมาเป็นขบวนและต้องหยุดให้เธอไปก่อน บ้านราคาหลายสิบล้านก็ได้มาแบบเดียวกับบ้านของพ่อและพี่สาวเธอคือใช้เงินหลวงซื้อหรือมีคนยกให้เป็นของกำนัล และใช้หน่วยงานของราชการ เช่น กรมโยธาในการก่อสร้างต่อเติม กรมวิชาการเกษตร ทำสวนและคอยดูแลเกี่ยวกับการปลูกและบำรุงต้นไม้ กรมประมง จัดหาคัดเลือกสัตว์น้ำ ทำบ่อปลา และคอยมาดูแลรักษา ใช้ไม้สักทองจากเขตป่าสงวนในการก่อสร้าง โดยจะมีรถหลวงนำขบวนรถขนไม้ &lt;br /&gt;ไม่ว่าเธอต้องการอะไร เธอก็ต้องได้เสมอ แม้ว่าเมื่อก่อนเธอเคยเป็นแค่นักร้องคาเฟ่ที่เคยถ่ายปกหนังสือโป๊ ซึ่งมันก็เป็นอดีตไปแล้ว เธอเปลี่ยนไปมากหลังจากที่เสี่ยได้นอกใจเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ประกอบกับปังปอนมีอาการทางสมองชัดเจนขึ้น รัศมีจันทร์เริ่มอวดศักดาแข่งบารมีกับป้าและลูกๆของลุง เธอมีรถในขบวนบางครั้งมากกว่า 25 คัน แถมเอาญาติฝั่งพ่อของเธอ ไปกว้านซื้อที่ดินที่บ้านแพร้ว ทั้งยังสั่งปิดถนนให้อาเขย มาผ่าตัดที่โรงหมอสีหราชเมื่อ 2 เดือนก่อน โดยงานนี้หญิงกลางรู้เข้าเพราะเธอจะมาเฝ้าลุงทุกคืนและจะกลับตอนเช้า หญิงกลางเห็นรัศมีจันทร์แต่งชุดกีฬา ออกไปเล่นโยคะ โดยเธอมักจะปิดลิฟท์ ปิดบันไดเลื่อน ปิดตึก เดินบนพรมแดงไปขึ้นรถเป็นขบวน จึงไปฟ้องป้า ทำให้คนในครอบครัวลุงเริ่มไม่พอใจรัศมีจันทร์มากขึ้นเรื่อยๆ ป้าจึงอยากให้เสี่ยพาลูกแฝดของหมอฟันที่อุบล และให้พากิ๊กใหม่ล่าสุดอายุ 18 ปี มาเย้ยมากดดันเพื่อเฉดหัวรัศมีจันทร์ออกไปให้พ้นหูพ้นตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ศิริวารี : ผู้โชคดีกว่าพี่ชายทั้งสี่คน &lt;br /&gt;เมื่อครั้งที่สุทธิดาภรรยาสุดที่รักของเสี่ยอูอยู่คฤหาสน์นนทบุรี และกำลังไล่เบียดโสภาวลีผู้เป็นภรรยาหลวง มีหมอดูทำนายว่าถ้าสุทธิดาสามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ห้าคนเธอก็จะได้เป็นหมายเลขหนึ่งที่สมบูรณ์แบบ สุทธิดามีลูกสี่คนแรกเป็นผู้ชายล้วน แต่ลูกคนที่ห้ากลับเป็นหญิง ชื่อ บูดน้ำพลอย เกิดเมื่อ 8 มกราคม 2530 ทำให้สุทธิดาผิดหวังมาก ประกอบกับเสี่ยอูเริ่มปันใจให้หญิงอื่น เป็นเหตุให้สุทธิดาหันมาระบายอารมณ์กับลูกสาวคนสุดท้อง ทำให้ลูกสาวคนนี้เกิดอาการหวาดกลัวไม่มีความเชื่อมั่นมาตั้งแต่เด็ก พอสุทธิดาโดนกักตัวที่อังกฤษด้วยข้อหามียาเสพติด ทำให้ลุงต้องสั่งขับไล่และตัดขาดออกจากวงศ์ตระกูล &lt;br /&gt;โดยเสี่ยอูบินไปรับตัวลูกสาวด้วยข้ออ้างว่าสุทธิดารังแกลูกสาวคนนี้ ต่อมาป้าสมจิตเปลี่ยนชื่อให้เป็นศิริวารี &lt;br /&gt;ลุงสมชายผู้เป็นปู่มักเรียกศิริวารีว่าตัวเล็กเพราะตอนเด็กๆ ตัวเล็กน่าสงสารมาก เธอกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของสุทธิดาผู้เป็นแม่ จนเธอเป็นโรคหวาดกลัวไม่กล้าเข้าสังคมและเคยถูกส่งไปเรียนที่โรงเรียนเด็กพิเศษอยู่ช่วงหนึ่ง &lt;br /&gt;เคราะห์ดีของเธอที่ย่าสมจิตรับเธอมาเลี้ยงดูทำให้ชีวิตของศิริวารีต่างกับแม่และพี่ชายของเธอมาก เธอพักอาศัยอยู่กับแม่เลิ้ยงรัศมีจันทร์ที่บ้านสุโขไท ซึ่งต่างจากความเป็นอยู่ของพี่ชายทั้งสี่ของเธอ ที่โดนตัดความช่วยเหลือตามคำสั่งเด็ดขาดของเจ้าคุณปู่สมชาย เธอจึงไม่คิดที่จะเจอพี่ชายของเธออีกเลย&lt;br /&gt;ตอนนี้เธอรู้แต่ว่าเธอมีแม่คือรัศมีจันทร์ และมีพี่น้องคือวัลภาและปังปอน จบมัธยม 6 จากโรงเรียนจิตรลดา จบศิลปกรรมศาสตร์เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง จากจุฬา เป็นนิสิตดีเด่นปี 2551 ได้เป็นตัวแทนนักก๊ฬาแบดมินตันไทยไปแข่งกีฬาซีเกมส์ที่ฟิลิปินส์ &lt;br /&gt;เธอมักจะชอบไปดูงานแฟชั่นโชว์ ที่ โรม มิลาน นิวยอร์ค โดยเฉพาะที่ปารีส การไปแต่ละครั้งก็จะมีการออกข่าวว่าได้รับเชิญ เช่น จากห้องเสื้อชื่อดังของโลกปิแอร์บาลแมงให้แสดงผลงานออกแบบเสื้อ 39 ชุดที่ฝรั่งเศสเมื่อ ปี 2550 ได้รับเชิญให้ออกแบบหีบหรือกระเป๋าเดินทางยี่ห้อดังหลุยส์วิตตอง แต่ที่จริงใช้ทีมงานของราชการติดต่อทำเรื่องเชิญกันเอง และคอยอำนวยความสะดวกสบายให้ โดยรัฐบาลเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด รวมถึงที่พักโรงแรมหรูระดับห้าดาว และค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าใช้จ่ายของทีมงาน มีเพียงไม่กี่ครั้งที่เจ้าภาพออกค่าใช้จ่ายให้ &lt;br /&gt;ศิริวารี ไม่ใช่คนที่ออกแบบหรือตัดเย็บเป็นแต่อย่างใด เธอจ้างทีมงานออกแบบฝรั่งที่มีชื่อ และใช้ทีมงานตัดเย็บของบ้านสุโขไท โดยเธอแค่เป็นคนเลือกและให้ใช้ชื่อของเธอ ใช้วิธีเดียวกับคุณปู่สมชายของเธอ คือใช้ให้คนอื่นทำแล้วใส่ชื่อเป็นผลงานของตัวเอง เธอไปยุโรปบ่อยและได้บรรจุตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่กินเงินเดือนไม่ต่ำกว่าแสนบาท บวกสวัสดิการอีกสารพัด โดยมีหน้าที่ติดต่อกับคนจากประเทศไทยที่จะไปเปิดการแสดงหรือไปทำบุญที่วัดไทย แต่เธอไม่เคยไปทำงาน เพราะเอาแต่ท่องเที่ยวและดูงานแฟชั่น ตอนนี้มีการเปิดภาควิชาศิลปะประยุกต์แขนงแฟชั่นสำหรับศิริวารีโดยเฉพาะ และเธอก็เป็นคนแรกที่ได้เกรด 3.9 กว่าๆ ศิริวารียังทำงานให้กับการบินไทยโดยเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าชุดทำงานของการบินไทย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5629707013494315106-5493539276831158856?l=woodsideny.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/5493539276831158856'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5629707013494315106/posts/default/5493539276831158856'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://woodsideny.blogspot.com/2011/04/002.html' title='เรื่องหลังบ้าน 002 : ป้าสมจิตและสมาชิก'/><author><name>New york-New jersey-Houston,TX.</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02538000324769293956</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='33' height='16' src='http://1.bp.blogspot.com/_gY87zq_nS84/ST4hFXEf0_I/AAAAAAAABxM/by3FuQXLzVg/S220/norporchorusalogosmall.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5629707013494315106.post-3738225841988460665</id><published>2011-04-10T00:19:00.003-04:00</published><updated>2011-04-10T01:03:53.468-04:00</updated><title type='text'>เรื่องหลังบ้าน ท่านเจ้าของคอกม้า001</title><content type='html'>เรื่องหลังบ้าน ท่านเจ้าของคอกม้า001&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย : หลวงไพเราะวิเคราะห์ราชการ &lt;br /&gt;และ ขุนชำนาญวิจารณ์ราชกิจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อำนาจสูงสุดเป็นของปวงชนเท่านั้น&lt;br /&gt;ก่อนการยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549 เปรมิกาประธานที่ปรึกษาของลุงสมชาย ได้เดินสายปลุกระดมบรรดานายทหาร ว่าทหารเปรียบเสมือนม้า รัฐบาลเป็นแค่คนขี่หรือจอกกี้มิใช่เจ้าของม้า เจ้าของม้าที่แท้จริงก็คือพระราชาซึ่งเป็นเจ้าของคอกม้า ... &lt;br /&gt;ภาคที่ 1 แนะนำสมาชิกในบ้าน&lt;br /&gt;ลุงสมชาย : เสาหลักที่เริ่มพิการ&lt;br /&gt;คนจีนมีภาษิตเก่าที่กล่าวว่า เมื่อเข้าสู่วัยชราก็จะมีสิ่งที่พึ่งพาได้สามสิ่ง คือ ทรัพย์สมบัติเก่า เพื่อนเก่า และภรรยาเก่า ชีวิตในวัยสูงอายุเป็นวัยของการพักผ่อน เป็นวัยเกษียณ ปล่อยวาง เข้าหาความสงบสุข อยู่กับบ้าน ดูการเติบโตและความเจริญของลูกหลาน &lt;br /&gt;ลุงสมชายประสบความสำเร็จสูงสุดได้ขึ้นสู่ตำแหน่งหมายเลขหนึ่งตั้งแต่อายุได้เพียง 19 ปี สืบต่อจากพี่ชายที่เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำในบ้านหลังใหญ่ ที่ลุงสมชายน่าจะตกเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญด้วยพยานหลักฐานแวดล้อมรอบด้าน แต่อาศัยสิทธิพิเศษและการช่วยเหลือจากหลายฝ่าย ทำให้ลุงสามารถหลุดรอดคดีฐานฆ่าพี่ชายที่เป็นเบอร์หนึ่งของประเทศและได้กลายเป็นผู้ที่ครองอำนาจสูงสุดที่ยาวนานที่สุดและมั่งคั่งกว่าใครทั้งในด้านทรัพย์สมบัติและอิทธิพลบารมี &lt;br /&gt;ชีวิตในวัยชรากว่า 80 ปี น่าจะเป็นชีวิตที่สงบสุขหลุดพ้นจากภารกิจ ได้เสวยความสุขสำราญจากทรัพย์สินและอำนาจบารมีที่สะสมมากว่าหกสิบปี แต่ลุงสมชายต้องกลายเป็นผู้ป่วยที่อาศัยโรงหมอเป็นที่พำนักระยะยาวในบั้นปลายของชีวิตและใช้เป็นสำนักงานบัญชาการอย่างไม่มีกำหนด&lt;br /&gt;ตอนนี้ลุงเป็นอะไร ทำไมถึงไม่กลับบ้าน&lt;br /&gt;ลุงสมชายเข้ารักษาตัวกับหมอทางระบบประสาทมือหนึ่งเป็นหมอประจำตัวของลุง โดยอาการเจ็บป่วยของลุงเริ่มเป็นมากตั้งแต่ ช่วงเย็นวันอังคารที่ 15 กันยายน 2552 ลุงไปโรงหมอสีหราช ด้วยอาการปวดศีรษะ ความดันขึ้น ลิ้นขยับไม่ค่อยได้ แต่ยังไม่ได้นอนโรงหมอ และลุงสมชายต้องมาโรงพยาบาลอีกรอบในวันพุธ ด้วยอาการเดิม โดยแอบไปเงียบๆ สุดท้ายก็ต้องมานอนโรงหมอจนได้ เพราะหมอเห็นท่าจะไม่ดี&lt;br /&gt;วันนั้นลุงมีอาการสมองขาดเลือดเล็กน้อย และมีไข้ติดเชื้อที่ปอด ได้ทำการตรวจคลื่นสมองแล้ว อาการยังไม่น่าไว้ใจ นอนอยู่ ชั้น 16 ชั้นนี้คนอื่นห้ามใช้ มีทีมหมอเก่งๆที่ไประดมกันมาหลายสิบคน อาการของลุงยังทรงๆอยู่&lt;br /&gt;เนื่องจากลุงมานอนเป็นคืนแรกๆ จึงนอนไม่ค่อยหลับ หมอให้ยาช่วยให้หลับ ป้าสมจิตมาสักพักก็กลับ ตัวจริงของลุงแก่ลงไปมาก เจ้าหน้าที่ไปเก็บปัสสาวะไปตรวจ &lt;br /&gt;วันนี้ลุงไม่ค่อยมีไข้ แต่อาการโดยรวมยังไม่ค่อยดี มีการตามตัวหมอจากอเมริกาที่เคยผ่าหลังให้ลุงเมื่อ 3 ปีก่อน เพื่อมาช่วยดูอาการปวดหลัง&lt;br /&gt;เมื่อวานลุงไปตรวจหามะเร็ง แต่ลุงมีพฤติกรรมแปลกๆ ชอบพูดเรื่องเก่าๆ กินข้าวแล้วก็บอกยังไม่ได้กิน ทำให้หมอสงสัยว่าลุงเป็นโรคเกี่ยวกับสมอง &lt;br /&gt;ตอนเย็นลุงมักเริ่มสับสน ลุงเพ้อถึงหมอนิดตลอดเวลา(หลวงนิตย์เวชชวิศิษฏ์) ลุงบอกว่าคราวนี้ หมอนิดต้องช่วยด้วยนะ หมอนิดเป็นหมอที่เรียนเมืองนอกพร้อมคุณย่าสังวอนและสนิทกับครอบครัวของลุงมาก เล่ากันว่าตอนที่พี่ชายลุงถูกยิงตาย ลุงถึงกับคุกเข่าขอให้หมอนิดช่วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;24 กันยายน 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสี่ยอูกลับจากเยอรมันตั้งแต่เมื่อวาน เพราะต้องมาถวายดอกไม้ให้ปู่ เสี่ยไปเยอรมันกับน้องนุ้ย ไปพักที่โรงแรมเคมเพนสกี้(Adlon Kempinski)ที่เยอรมันของลุงที่เสี่ยมีหุ้นอยู่ด้วยพอลงเครื่องที่กองบิน แกก็ตรงไปหาเมียใหม่ล่าสุดที่เป็นแอร์เหมือนกันทันที อายุคราวลูกชื่อ พลอยสว่าง เสี่ยสั่งรถทหารไปขนเอาไม้สักทองที่เชียงรายโดยมีรถตำรวจทางหลวงนำทางเพื่อ มาสร้างบ้านหลังใหม่ให้พลอยสว่าง จะทำเป็นสถานที่รับรองแขกวีไอพี มีการติดต่อ กรมประมงค์ กรมการเกษตร เพื่อหาปลา ต้นไม้ ต่างๆ มาลง และกรมโยธาธิการเป็นแม่งาน แบบเดียวกับบ้านของของพ่อรัศมีจันทร์ แต่คราวนี้ไม่รู้ว่าจะ&lt;br /&gt;สร้างและทุบอีกกี่รอบ&lt;br /&gt;วันก่อนปังปอนลูกชายของรัศมีจันทร์มาเยี่ยมปู่ ปังปอนเป็นโรคสมาธิสั้นคือซนมาก อยู่ไม่สุข วุ่นวายตลอด อาจเป็นเพราะเกิดมาโดยวิธีพิเศษ ใช้น้ำเชื้อเสี่ยอูโดยการเจาะดูดน้ำเชื้อออกมา แล้วต้องการเลือกเพศชาย เลยอาจมีผลแทรกซ้อนจากเชื้อไม่แข็งแรง ปังปอนเป็นโรคลมชักมาที่โรงหมอสีหราชหลายครั้ง อาจมีผลกับการพัฒนาการทางสมอง ที่ชาวบ้านเรียกว่าเอ๋อหรือเป็นเด็กพิเศษที่สมัยก่อนเรียกว่าโรคปัญญาอ่อน&lt;br /&gt;ลุงกินได้มากขึ้น แต่ต้องใส่ผ้าอ้อม เพราะควบคุมปัสสาวะไม่ได้ ไม่ค่อยเพ้อแล้ว ช่วงก่อนลุงเพ้อตลอดว่า "หมอนิด ต้องช่วยอีกทีนะ อย่าทิ้งเรานะ" พูดซ้ำไปซ้ำมาทั้งวันเลย หมอเจาะเลือดไปตรวจก็ปกติ ไข้ลดลง แต่ยังหาสาเหตุไม่พบ&lt;br /&gt;ลุงมานอนโรงพยาบาลด้วยอาการนอนหลับนานผิดปกติ และเมื่อตื่นก็ยังดูเหมือนตื่นไม่เต็มที่ ทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์(Computer Topography) ผลยังไม่ชัดเจน ลุงไม่ได้ตรวจคลื่นสมองเพราะลุงบ่นว่าอยู่ในอุโมงค์ มันอึดอัด ถ้ายังบังคับให้ทำ ลุงจะขอย้ายไปโรงหมอจุฬา&lt;br /&gt;หมอเห็นว่าลุงยังดูซึมๆอยู่ ปกติลุงจะแผลงฤทธิ์มากกว่านี้ เมื่อ 3 ปีก่อนหลังการผ่าหลัง หมอจะให้ลุงฝึกเป่าเครื่องขยายปอด(Pulmonary Function Test) ลุงไม่ยอมทำ แถมยังประชดจะไปเป่าแซกโซโฟนแทน ครั้งนี้ลุงเริ่มป่วยตั้งแต่อยู่ที่หัวหิน เพราะคนรับใช้เห็นลุงตื่นผิดเวลาบ่อยๆ เมื่อตื่นนอนแล้วก็ยังดูเบลอๆ หมอที่หัวหินจึงส่งมารักษาที่สีหราช หมอที่รักษาลุงมีหลายทีม แต่ได้ตรวจลุงอาทิตย์ละครั้ง เพราะลุงไม่ชอบให้มาตรวจบ่อยๆ &lt;br /&gt;30 กันยายน 2552&lt;br /&gt;ลุงทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อตรวจอาการทางปอด เพราะสมัยหนุ่ม ลุงสูบุหรี่จัดมาก สูบวันละเป็นซอง และลุงมักจะดื่มวิสกี้ ตอนเลี้ยงวันเกิดก็ดื่มแต่วิสกี้ ช่วงหลังลุงเปลี่ยนมาดื่มบรั่นดีเฮนเนสซี่ คนไทยก็แห่มาดื่มบรั่นดีตามลุง จนบางครั้งทำให้บรั่นดีขาดตลาด ลุงพึ่งเลิกกินเหล้าเมื่อไม่นานมานี้เอง&lt;br /&gt;ปกติชั้น 16 ห้ามบุคคลขึ้นไป คนธรรมดาก็ไปได้แค่ชั้น 15 เท่านั้น ชั้น 15 ทำเป็นห้องผู้ป่วยพิเศษ แต่ชั้นที่ 16 มีห้องลุงเพียงห้องเดียว ภายนอก ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาว ภายในห้องใหญ่จะแบ่งเป็นหลายห้อง มีห้องคนเฝ้าไข้ ห้องหมอเวร ห้องญาติ ห้องต่างๆ ตกแต่งหรูมาก&lt;br /&gt;เมื่อวานลุงมีไข้สูง จึงเอาเสมหะไปตรวจ พบว่าเป็นปอดปวม ตอนแรกก็กินได้มากขึ้น แต่ตอนนี้กลับกินไม่ค่อยได้ ยังไม่รู้ว่าไข้มาจากอะไร เทียบกับเมื่อ 3 ปีก่อน ที่ลุงมาผ่าหลังกับหมออเมริกัน ตอนนั้นลุงยังเดินคล่องอยู่เลย คงเป็นอาการทางสมอง ซึ่งเป็นอาการหลักที่ลุงต้องมานอนโรงหมอ ส่วนอาการไข้เพิ่งมาเป็นหลังจากนอนโรงหมอแล้วพยาบาลเข็นลุงไปเอกซเรย์สมอง ผลการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองของลุง พบว่าเนื้อสมองฝ่อลงคือ สมองเสื่อม หรือเซลล์สมองบางส่วนตาย (Stroke /Brain Attack)ไม่พบเลือดออกในเนื้อสมอง โพรงสมองขยายขึ้นเล็กน้อย &lt;br /&gt;แต่ไม่เคยมีการแถลงการณ์ เกี่ยวกับอาการทางสมองแม้แต่ครั้งเดียว มีแต่การแถลงว่าลุงมีอาการปอดอักเสบ มีคำสั่งให้หมอด้านสมองดูแลลุงอย่างใกล้ชิด ห้ามไปทำงานที่อื่น หมอให้ความเห็นว่า อนาคตของลุงมีทางเป็นไปได้สามทาง&lt;br /&gt;แบบที่หนึ่ง อยู่โรงพยาบาลไปเรื่อยๆ กินข้าวได้ ไม่มีไข้ นอนหลับได้ดี เหมือนพระสังฆราชที่ตอนนี้อายุ 96 ปีแล้ว อยู่โรงหมอจุฬามาไม่รู้กี่ปีแล้ว กินข้าวได้ ไม่มีไข้ นอนหลับดี มีโอกาสเป็นไปได้ 65 เปอร์เซนต์&lt;br /&gt;แบบที่สอง เสียชีวิต มีความเป็นไปได้ 25 เปอร์เซนต์&lt;br /&gt;แบบที่สาม กลับบ้านโดยหายดี มีความเป็นไปได้ 10 เปอร์เซนต์ หมอสรุปผลการวินิจฉัยว่า ลุงเป็นเส้นเลือดสมองตีบตันเป็นครั้งที่ 2 ทำให้การทำงานต่างๆ ของร่างกายลดลงไปมาก เดิมทีลุงเคยเป็นเส้นเลือดสมองตีบตันมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปลายปี 2550 ลุงเป็นโรคหัวใจเคยผ่าตัดใส่บอลลูนและเป็นโรคพาร์กินสันร่วมด้วย(คือโรคสมองและประสาทส่วนกลางผิดปกติ มีอาการมือสั่นศีรษะสั่น เคลื่อนไหวช้า ทรงตัวไม่ค่อยดี) โดยอาการจะออกทางขามากกว่าแขน เดินเองไม่ค่อยได้ ขาสั่นตลอดเวลา&lt;br /&gt;ลุงมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง ความจำลดลง เพ้อถึงเรื่องพี่ชาย พี่สาว ตลอดเวลา ต้องทำกายภาพแขนและขา เพื่อให้มีแรง มีการดูดเสมหะ และเคาะปอด(คือ เอามือตบเบาๆบริเวณปอดเพื่อขับเสมหะที่คั่งค้าง) พอลุงมีอาการปอดอักเสบ วันรุ่งขึ้นไข้กลับหายไป เพราะว่าเส้นเลือดที่สมองตีบ ทำให้กล้ามเนื้อที่ใช้กลืนอาหารมีปัญหา เมื่อกินอาหารจะสำลักลงปอดเกิดอาการปอดอักเสบ และมักจะมีเสมหะอุดตัน พอทำกายภาพ เคาะปอดดูดเสมหะออก ไข้ก็ลดลง&lt;br /&gt;พอกินทางปากไม่ได้ เพราะกินแล้วกลัวว่าลุงจะสำลักอีก หมอจึงให้อาหารทางสายน้ำเกลือ แต่พอเริ่มกินทางปาก บางวันก็สำลักเพราะอาหารลงปอดทำให้กลับมามีไข้อีก ตอนนี้ต้องทำกายภาพเพราะกลัวว่าแขนขาจะลีบ&lt;br /&gt;หมอบอกว่าต่อไปอาการทางสมองน่าจะหนักขึ้น เช่นช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ความจำเลอะเลือน สุดท้ายก็จะตายอย่างทรมาน แต่ถ้ามีครอบครัวที่อบอุ่น ก็คงจะช่วยให้อะไรๆดีขึ้นบ้าง&lt;br /&gt;ต่อไปก็คงจะมีแต่ข่าวว่า กินได้ดี นอนหลับ ไม่มีไข้ ทำกายภาพ ปอดไม่อักเสบแล้ว ก็จะวนไปวนมาแบบนี้ตลอด แต่สิ่งสำคัญคืออาการทางสมอง เช่น ความจำ สติสัมปชัญญะ การรับรู้ ว่าต่อไปลุงจะบริหารงานเองได้หรือไม่ &lt;br /&gt;13 ตุลาคม 2552&lt;br /&gt;ลุงมีอาการทางสมองค่อนข้างชัด ขนาดจะเดินไปเข้าห้องน้ำเอง หรือจะเปลี่ยนช่องทีวีเองก็ยังทำไม่ได้ ร่างกายซูบลงไปมาก น้ำหนักลดไปไม่ต่ำกว่า 10 กิโล คงต้องนอนโรงหมอต่อไปแบบไม่มีกำหนด เปรียบเหมือนรถที่แล่นไปโดยไร้จุดหมายปลายทาง ไม่รู้ว่าจะดับลงตรงที่ใดเพราะดูจากสภาพแล้วไม่มีอะไรแน่นอน หมอเวรที่มานอนเฝ้า ก็เป็นหมอระบบประสาททั้งนั้น คงกลัวจะมีอาการทางสมองกำเริบอีก &lt;br /&gt;ทุกวันตอนเช้า ก็ฝึกกายภาพแขน ขา นั่งๆ นอนๆ แบบเดิมทั้งวัน ช่วงบ่ายบางวันก็ให้เป่าลมทำกายภาพปอด ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก บางวันก็เอาเลือดไปตรวจ บางวันก็เอาปัสสาวะไปตรวจ บางวันก็ลงไปทำเอ็กเรย์ปอด มันเป็นเรื่องน่าเบื่อและน่าทรมานที่ต้องมาอยู่สภาพอย่างนี้ทั้งผู้ป่วยรวมทั้งหมอและพยาบาลที่ต้องทำงานซ้ำๆกับผู้ป่วยรายเดิมโดยไม่ได้ทำหน้าที่อื่นเพื่อฝึกฝนยกระดับความรู้ความสามารถของตนอย่างที่เคยปฏิบัติเป็นปกติ&lt;br /&gt;ช่วงนี้ลุงเพ้อถึงคุณย่าสังวอน คงเพราะใกล้วันเกิดแม่สังวอน คือวันที่ 21 ตุลา&lt;br /&gt;แต่หญิงเล็กกลับออกมาแถลงข่าวว่า ลุงสมชายจะแข่งกินผัก แต่ลุงกินไม่ได้เพราะสำลักลงปอดกลายเป็นปอดบวมเนื่องจากสมองและประสาทมีปัญหา หมอต้องให้อาหารทางเส้นเลือดเกือบทั้งหมด หญิงเล็กพูดแต่เรื่องของอาการที่ปอด ทั้งๆที่เอกซเรย์สมองไปไม่รู่กี่ครั้ง กลับไม่แถลงเรื่องอาการทางสมอง&lt;br /&gt;เมื่อก่อนหมอเคยให้อาหารทางสายยางผ่านทางรูจมูก แต่ลุงคงเจ็บและอึดอัด หมอก็เลยเปลี่ยนมาให้ทางเส้นเลือดอีกครั้งหนึ่ง&lt;br /&gt;ช่วงนี้ลุงไม่ค่อยมีแรง เดินเองไม่ได้ แทบจะนอนเตียงตลอดเวลา มีไข้ต่ำๆ พอมาเป็นโรคพาร์กินสันอีก ทำให้อาการสั่นรุนแรงมากขึ้น ยิ่งทำกายภาพยากขึ้นไปอีก หน้าจะแข็งๆ ไม่ค่อยมีสีหน้า วันๆต้องทำกายภาพทั้งเคาะปอด(Lung Percussion) ฝึกเป่าลมช่วยให้ปอดไม่แฟบ และการทำกายภาพแขน ขา เพื่อเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ แต่ก็ทำได้ลำบาก เพราะลุงเป็นพาร์กินสัน แขน ขาเกร็งตลอดเวลา&lt;br /&gt;ไม่สามารถยืนหรือเดินด้วยตัวเองได้ กินข้าวเองยังไม่ได้ ต้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ความจำค่อนข้างเลอะเลือน ต้องใส่ผ้าอ้อมตลอด ป้องกันไม่ให้อุจจาระเลอะเปรอะเปื้อน ป้าสมจิตมาเฝ้าทุกคืน แต่ก็นอนดึกเพราะต้องอยู่คอยต้อนรับลูกๆ ที่จะมาเยี่ยมลุง หญิงกลางที่เป็นอาจารย์สอนจปร.ก็มาทุกวัน และนอนค้างกับลุงตลอด ส่วนหญิงเล็กตอนนี้ไปญี่ปุ่นและจีน ปกติหญิงเล็กมักจะมาตอนสี่ทุ่ม และกลับประมาณตี 4-5 ส่วนเสี่ยอูอาทิตย์หนึ่งจะมา 2-3ครั้ง แต่อยู่ไม่เกิน 15 นาที &lt;br /&gt;ส่วนรัศมีจันทร์ข่าวว่ามีคำสั่งจากเสี่ยอูไม่ให้มา สามีภรรยาคู่นี้ในทางพฤตินัยต้องถือว่าหย่าขาดจากกันแล้ว เพราะตอนนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เสี่ยกำลังอยู่กับเมียใหม่ที่ดอนเมือง คงอยากมีลูกกัน ส่วนรัศมีจันทร์ต้องทนอยู่เพื่อหน้าตา ต้องแสดงละครว่ายังรักกัน &lt;br /&gt;ลุงเพ้อว่าอยากไปมุกดาหาร ไปอนุสาวรีย์จอมพลสฤษดิ์ผู้เปรียบเสมือนลูกรักของลุง ที่สามารถปราบศัตรูของลุงได้อย่างเด็ดขาด ระยะนี้มีเรื่องที่ทำให้ลุงเครียดที่วงศ์ตระกูลถูกเปิดโปงสารพัด และมีนักวิชาการเอาเอกสารของนายปรีดีออกมาเผยแพร่ ว่าอะไรเป็นอะไรในเช้าวันที่พี่ชายลุงถูกยิงเสียชีวิต เรื่องนี้ครอบครัวลุงถือว่าเป็นเรื่องต้องห้าม เพราะเป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ใครเป็นคนยิง ทำให้ลุงเครียดขึ้นมาทันที &lt;br /&gt;30 พฤศจิกายน 2552 &lt;br /&gt;ลุงยืนและเดินนานไม่ได้ เพราะขายังไม่มีแรง และเคยผ่าหลังมาก่อน ถ้ายืนนานๆ ขาจะสั่นมาก งานทุกอย่างจึงต้องยกเลิกไปก่อน แต่ป้าสมจิตไม่อยากให้ยกเลิกงานสำคัญ เพราะป้าถือว่าเป็นลางไม่ดี ป้าได้ไปดูดวงมา หมอดูให้แก้เคล็ดโดยให้ใช้เลข 12 ที่เป็นวันเกิดของป้าเป็นเลขมงคล โดยให้จัดงานฉลองให้ลุงเป็นจำนวนทั้งสิ้น 12 วัน โดยเริ่มตั้งแต่ 2-13 ธันวาคม โดยจัดงานให้ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดมา ให้ใช้งบประมาณทั้งสิ้น อาจจะ 1,200 ล้านบาท ในวันเกิดลุง ให้มีการจุดดอกไม่ไฟ 120,000 ลูก ถ้าทำได้เช่นนี้ตามที่หมอดูแนะนำ อำนาจของลุงก็จะยังดำรงอยู่ต่อไป ค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เบิกจากงบประมาณส่วนกลางเพื่อความสะดวกรวดเร็ว โดยเกณฑ์คนไปเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นแบบนี้ทุกงาน ไม่ว่าญาติของลุงคนไหนจะเกิด จะตาย แต่ปีนี้อภิเสกและห้อยได้เป็นรัฐบาล จึงระดมคนมางานได้เต็มที่ โดยเกณฑ์ข้าราชการให้เบี้ยเลี้ยงคนละ 100 บาท กับข้าวหมูทอดหนึ่งกล่อง ถ้าใครไม่มา ต้องถูกลงโทษทางวินัย และต้องชี้แจงเหตุผลต่อหัวหน้างาน โดยมีการเช็คชื่อกันทุก 2 ชั่วโมงเพื่อป้องกันไม่ให้มีใครแอบหนีกลับบ้านไปก่อน แต่ที่เต็มใจมาเองก็มีประมาณร้อยละ 20 &lt;br /&gt;วันเกิดช่วงเช้าที่ลุงต้องออกโรงเองเพราะต้องการแสดงให้เห็นว่าตนยังแข็งแรงดีและยังอยู่ได้อีกนาน ยังไม่ตายง่ายๆ &lt;br /&gt;วันเกิดปีที่ 82 ลุงยังใหญ่ได้อีกนาน&lt;br /&gt;8 ธันวาคม 2552 &lt;br /&gt;ลุงสมชายยังไม่ค่อยหายดีนัก ทีมงานเองไม่อยากให้ลุงออกงานโชว์ตัว เพราะยังมีอาการปอดบวมอยู่ ยังเดินเองไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็นตลอดเวลา แต่ลุงเป็นคนดื้อ ใครพูดก็ไม่ฟัง เลยต้องปล่อยให้ลุงออกไปออกงานโชว์ตัวในงานฉลองวันเกิด คราวนี้แท่นที่ลุงนั่งแทบจะเตี้ยติดดิน เพราะลุงไม่อาจปีนบันไดขึ้นไปบนแท่นได้สูงเหมือนแต่ก่อน ถ้าเป็นสมัยก่อนแท่นจะสูงมาก แทบจะต้องแหงนหน้าขึ้นไปคุยด้วย ภาพที่เห็นในทีวีก็ไม่ใช่การถ่ายทอดสด มีการป้องกันเหตุการณ์ที่อาจคาดไม่ถึง จึงต้องดีเลย์หรือชะลอภาพและเสียงประมาณ 15-45 นาที &lt;br /&gt;ตอนที่กำลังเคลื่อนย้ายลุงจากรถเข็นไปที่รถตู้ กล้องจะจับภาพไปที่ป้า ไม่ให้ถ่ายภาพลุง จังหวะนี้ต้องใช้เวลาในการเคลื่อนย้ายลุงเกือบครึ่งชั่วโมง แต่ในภาพดูเหมือนแป๊บเดียวเพราะมีการตัดต่อภาพ และตอนอยู่หลังม่าน &lt;br /&gt;ก่อนที่ลุงต้องปีนไปอยู่บนแท่น ฉากนี้ก็มีการชะลอภาพเกือบครึ่งชั่วโมง และลุงก็เกือบพลาดตกรถเข็น ยังดีที่มีคนมาจับไว้ทัน กว่าที่ภาพจะออกมาอย่างที่เห็นก็เล่นเอาทุลักทุเลเต็มที ที่จริงลุงไม่มีความจำเป็นต้องออกมาแสดงตัวเลย มันเป็นการทรมานสังขารตัวเองมากกว่า&lt;br /&gt;งานฉลองวันเกิดลุง 5 ธันวา 2552 ถ้าสังเกตเปลือกตาข้างขวาของรัศมีจันทร์ จะมีรอยบวมช้ำ จากการที่รัศมีจันทร์โดนเสี่ยสั่งสอน เพราะตามไปด่าเมียน้อยเสี่ยอูถึงบ้าน&lt;br /&gt;15 ธันวาคม 2552&lt;br /&gt;สีหน้าของลุงดูบึ้งตึง ดูแข็งกร้าวกว่าเมื่อ 3 ปีก่อน อาการสั่นของโรคเก่ากำเริบหนักขึ้น ร่วมกับอาการเส้นเลือดสมองอุดตันทำให้ลุงดูแย่ลง ไม่คล่องแคล่วว่องไวเหมือนก่อน ลุงมีอารมณ์แปรปรวนมากขึ้น ตอนเช้าก็จะต้องกินข้าวกล้องงอก แถมกำชับว่าต้องได้กินแบบขนาดเม็ดข้าวต้องเท่ากันทุกเม็ด สีก็ต้องสีเดียวกันทุกเม็ด น้ำก็ต้องเอามาจากหัวหินเท่านั้น มิฉะนั้นคนรับใช้จะเดือดร้อน ตอนเย็นหลังจากเสร็จภารกิจประจำวัน ลุงก็เริ่มเปล่าเปลี่ยว คล้ายคนไร้ญาติขาดมิตรที่ไว้ใจได้ บางทีก็เริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า แกคงกำลังคิดถึงใครสักคนเพราะตอนนี้ลุงคงจะรู้ว่าคนที่รักแกจริงๆโดยไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไรจากตัวแกนับวันจะน้อยลงไปทุกที &lt;br /&gt;ทีมงานลุงเริ่มหาสมาชิกห้างร้านที่อยากได้รูปปั้นครุฑที่เรียกว่าครุฑพ่าห์ไปติดที่หน้าสำนักงานใหญ่ของบริษัท โดยลดราคากระหน่ำ และไม่ต้องจ่ายค่าเปอร์เซนต์เหมือนแต่ก่อน เพราะรู้ดีว่าเศรษฐกิจไม่ดี และยี่ห้อของลุงก็ไม่ขลังไม่ศักดิ์สิทธิ์เหมือนแต่ก่อน เพราะแม้แต่รักสินที่ได้ครุฑไปติดที่หน้าตึกชินวัตรถึงสามตัวก็ยังโดนลุงและป้าสั่งไล่ล่าไม่เลิก &lt;br /&gt;22 ธันวาคม 2552&lt;br /&gt;ลุงยังมีอาการทางร่างกายซีกซ้าย โดยเฉพาะมือซ้ายที่อ่อนแรงไปอย่างเห็นได้ชัด ลุงทรงตัวไม่ได้ดี ยังนั่งตัวเอียง เดินเองไม่ได้ อาการเส้นเลือดตีบคราวนี้มีผลมาก ถ้าลุงสามารถกำจัดและขุดรากถอนโคนรักสินกับพวกเสื้อแดงได้หมดสิ้นแล้ว ลุงก็คงจะกลับไปอยู่บ้านที่ริมชายหาดหัวหิน เพราะอากาศดี และลุงเคยมีสุนัขที่แกรักมากที่สุด เป็นสุนัขที่ฉลาดมาก แต่หลังจากที่มันจากไป มันทำให้แกคิดถึงมันมาก &lt;br /&gt;มันคือคุณทองดำหรือที่จริงน่าจะเรียกว่าคุณหญิงทองดำเพราะมันมีลูกมีครอบครัวแล้ว เป็นสุนัขที่มีตำแหน่งสูงกว่าราษฎรทั่วไป ลุงรักมันมากถึงขนาดตั้งนามสกุลให้ และยังเอานามสกุลของมันมาตั้งเป็นชื่อบริษัทขายของกินให้ราษฎร ชื่อ สุวรรณกาฬ แปลว่า ทองดำ ลุงคงต้องการเปรียบเทียบให้ราษฎรได้สำนึกว่าแม้แต่สุนัขของลุงก็ยังสูงส่งกว่าราษฎรทั่วไป &lt;br /&gt;ลุงต้องทำกายภาพ ตอนนั่งไม่สามารถทรงตัวได้ ร่างกายอ่อนแรงไปข้างหนึ่ง ตัวจะเอียงไปทางข้างขวา ราว 30 องศา ถึงขนาดต้องใช้มุมกล้องช่วยเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียด ยืนเองไม่ได้ และตอนนี้เริ่มกลับมาดูดซิก้าร์อีกแล้ว จริงๆ ทีมงานจะห้ามเด็ดขาด เพราะกลัวว่าจะมีอาการแบบที่เคยเป็นมาอีก ลุงคงเครียดเรื่องเหตุการณ์บ้านเมือง และวิตกว่าถ้าตนเป็นอะไรไปครอบครัวจะอยู่กันอย่างไร ลูกชายก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเป็นผู้เป็นคนที่พอฝากฝังให้สืบทอดอำนาจได้ ลูกสะใภ้ก็เป็นอดีตนักร้องคาเฟ่ ที่ลุงและป้าอยากให้รีบๆเลิกกันเสียที เพราะมันทำให้วงศ์ตระกูลของลุงดูตกต่ำลงไปมาก เสี่ยอูก็ต้องหาทางเลิกลากับรัศมีจันทร์เพื่อเอาใจลุงและป้าโดยมีเก้าอี้ใหญ่เป็นตัวล่อ &lt;br /&gt;ทุกคนในบ้านลุงรวมทั้งเปรมิกาและลูกน้องทั้งหมดอยากให้ลุงมีอายุเกินกว่าร้อยปีเพราะลุงเป็นหลักประกันความมั่นคงและมั่งคั่งของตระกูลและเครือข่ายทั้งหมด แม้ว่าลุงอาจจะป่วยเรื้อรังไปเรื่อยๆ แต่ตราบใดที่ลุงยังมีลมหายใจก็ย่อมเป็นที่อุ่นใจและที่พึ่งพิงที่ไว้ใจได้ของบริวารทุกคน ลุงต้องหอบสังขารมาอ่านคำปราศรัยในวันเกิด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ลูกน้อง ทั้งๆที่ลุงแทบจะไม่มีเรี่ยวแรง ตักข้าวกินเองไม่ได้ นอนได้อย่างเดียว สมองยังรับรู้เรื่อง แต่เรื่มมีอาการหลงๆ ลืมๆ ใช้คำผิดๆถูกๆ จะเอาแปรงสีฟันไปตักข้าวกิน และชอบนอนดึก &lt;br /&gt;แต่หญิงเล็กกลับออกมาแถลงข่าวว่าลุงแข็งแรงดี ขี่จักรยานเสือหมอบได้ ก็ขนาดแค่นั่งให้ตรงลุงยังทำไม่ได้เลย สังเกตมือข้างที่ตามองไม่เห็นคือมือข้างขวา จะเกร็งเหมือนกำมือตลอดเวลา&lt;br /&gt;แต่ต้องปกปิดความจริงเพื่อให้ราษฎรเชื่อว่าลุงไม่เป็นอะไรมากนัก เพราะลุงเป็นที่พึ่งเดียวและที่พึ่งสุดท้ายของวงศ์ตระกูล&lt;br /&gt;บั้นปลายชีวิตของลุงสมชายผู้ยิ่งใหญ่ แต่กลับไม่มีความสงบราบรื่นเท่าที่ควร เพราะเลี้ยงลูกไม่ได้ดังใจ ทั้งที่ลูกๆก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว คนโตก็ยังอยากเป็นนางเอกหนังตอนแก่ ลูกชายคนเดียวก็ยังทำตัวให้น่าเป็นห่วง ส่วนหญิงกลางแม้จะวางตัวดีกว่าพี่น้อง แต่ในครอบครัวก็มองว่าเธอทำตัวติดดินมากเกินไป ไม่มีสง่าราศรีสมฐานะเท่าที่ควรเหมือนคนอื่นๆในตระกูล&lt;br /&gt;อาการเส้นเลือดอุดตันบวกกับพาร์กินสันของลุงทรุดลงไปมากและไม่อาจกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมอีก ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วไปน่าจะอยู่ได้ไม่เกิน 2 ปี เพราะโรคพาร์กินสันรุกหนักมาก เห็นชัดจากภาพในจอทีวี แต่ลุงมีทีมหมอมือหนึ่งคอยเฝ้าดูแลตลอดเวลา จึงน่าจะอยู่ได้ต่อไปได้เรื่อยๆอีกนานโรคพาร์กินสัน(Parkinson's Disease)เกิดจากสมองและประสาทส่วนกลางเสื่อม ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการทางระบบประสาทที่เด่นชัด 3 ประการ ได้แก่ อาการสั่น เกร็ง และเคลื่อนไหวช้า&lt;br /&gt;-อาการสั่น มักเกิดขณะอยู่เฉยๆ คือ สั่นมากเวลาอยู่นิ่งๆ แต่ถ้าเคลื่อนไหวหรือยื่นมือทำอะไร อาการสั่นจะลดลงหรือหายไป มักเกิดขึ้นที่มือข้างใดข้างหนึ่ง มือจะสั่นเวลาเดิน&lt;br /&gt;-อาการเกร็ง มักมีอาการแข็งตึงของแขนขาและลำตัว เคลื่อนไหวลำบาก ปวดตามกล้ามเนื้อ&lt;br /&gt;-อาการเคลื่อนไหวช้า ทำอะไรช้าลงไปจากเดิมมาก เดินช้าและงุ่มง่าม แบบสโลว์โมชั่น สังเกตได้ว่าแขนไม่แกว่ง แขนขาไม่มีแรง &lt;br /&gt;และมีความผิดปกติของการทรงตัว เช่น หลังค่อม แขนงอ หกล้มง่าย นั่งตัวเอียง&lt;br /&gt;อาการอื่นๆ ที่มักพบร่วมด้วย คือ ปวดกล้ามเนื้อ ซึมเศร้า นอนไม่หลับ สีหน้าเฉยเมย ไม่แสดงอารมณ์ น้ำลายไหลบ่อยไม่สามารถควบคุมได้ ลายมือเปลี่ยนไป&lt;br /&gt;ขณะนี้ยังไม่มีวิธีการรักษาให้โรคพาร์กินสันหายขาดได้ อาการจะเป็นในระยะสุดท้าย ผู้ป่วยโดยทั่วไปมักจะเสียชิวิตภายในระยะ 2-3 ปี&lt;br /&gt;นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ลุงต้องนั่งตัวเอียง และหน้าบึ้งตึงยิ้มไม่ออก&lt;br /&gt;เรื่องการออกงานโชว์ตัวของลุงคงไม่มีปัญหา เพียงแค่ต้องฉีดยากระตุ้นก่อนออกงานทุกครั้ง&lt;br /&gt;ปีนี้ลุงสั่งให้โหมจัดงานประชาสัมพันธ์แสงสีเสียงสี่มิติ โดยทุ่มงบประมาณเต็มที่ ให้เหนือกว่างานฉลองวันเกิดอายุครบ 80 เมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยใช้คำขวัญว่า เดินตามรอยเท้าเตี่ย ใช้ชีวิตอย่างเจียมตัว ให้จัดงานตลอดทั้งปีเวียนไปทุกจังหวัด โดยเริ่มที่นครราชสีมา ใช้งบราชการไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท เพื่อประชาสัมพันธ์คุณงามความดีและผลงานของลุง ในปีต่อไปให้จัดงานไล่เลียงต่อเนื่องกัน ทั้งงานครบ 5 รอบวันแต่งงาน และการเข้ารับตำแหน่งประธานใหญ่คนที่อยู่ใกล้ชิดพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ลุงแก่ลงไปมาก ลุงเปรยออกมาว่า กลัวเป็นเหมือนอาคือรัชกาลที่ 7 อายุน้อยกว่าพ่อของลุงสองปี ที่ภายหลังถูกยึดอำนาจ ก็โดนยึดทรัพย์ และสุดท้ายถูกฟ้องต่อศาลในข้อหายักยอกเงินของประเทศ &lt;br /&gt;14 กุมภาพันธ์ 2553 &lt;br /&gt;สิ่งที่สำคัญต่อสุขภาพของลุงคือความวิตกกังวลเรื่องความมั่นคงของครอบครัวและอนาคตที่เริ่มไม่แน่นอน เนื่องจากรักสินซึ่งเป็นศัตรูคนสำคัญยังคงลอยนวลและดูจะมีอิทธิพลอยู่มากไม่เหมือนศัตรูคนก่อนๆ ลุงจึงคงต้องแอบกำชับและสั่งการเองโดยใช้โรงหมอชั้น 14 เป็นกองบัญชาการ แต่ลุงมักจะอดไม่ได้ที่จะโชว์ปมเขื่องแสดงอำนาจ&lt;br /&gt;ต่อไปทีมงานจะไม่ยอมให้ลุงออกงานและพูดโดยลำพัง ไม่ให้พูดนาน ไม่ให้พูดสดเหมือนก่อน เพราะลุงเริ่มมีอาการทางสมอง คิดช้าลง แถมยังพูดเรื่องที่ไม่ควรจะพูดออกมามากขึ้น ทีมงานเกรงว่าถ้าลุงไปเผลอพูดเรื่องสำคัญๆกลางจอทีวี มีหวังเกิดปัญหาใหญ่ตามมาแน่นอน&lt;br /&gt;บารมี เช่น จัดแสดงดนตรีวงใหญ่ โดยลุงแต่งชุดหูกระต่ายให้สุนัขเดินนำหน้าเพียงเพื่อไปฟังดนตรีออเคสตร้า บางทีก็ปิดการสัญจรทางน้ำเป็นเวลานานเพื่อให้เรือลอยลำกลางแม่น้ำเล่นดนตรีคลาสสิคให้ลุงได้ฟัง ทำให้ชาวบ้านย่านใกล้เคียงต้องเดือดร้อนกันอยู่บ่อยๆ เพียงเพื่อการสร้างบารมีที่ไม่รู้จักพอ และเป็นการปลุกขวัญเป็นกำลังใจแก่บรรดาผู้ที่ซาบซึ้ง&lt;br /&gt;เนื่องจากลุงเดินไปไหนไม่ได้จึงต้องสั่งการผ่านป้าและเปรมิกาให้ไปดำเนินการแทน แต่ปล่อยข่าวว่าป้าและเปรมิกาเป็นคนสั่งการเอง เพื่อไม่ให้เรื่องพัวพันมาถึงลุงซึ่งเป็นวิธีการอำพรางที่ลุงได้ใช้มาตลอด แต่มีหลายครั้งที่ลุงกลายเป็นคนย้ำคิดย้ำทำ เช่นออกทีวีกำชับผู้พิพากษาศาลก่อนการตัดสินคดีทางการเมือง ทั้งๆที่ลุงได้มีการสั่งการไปก่อนแล้ว รวมถึงการสนับสนุนนายอภิเสกอย่างออกนอกหน้า ลุงได้สร้างระบบบริหารและสั่งการที่แบ่งหน้าที่ให้คนอื่นรับผิดชอบ ยอมรับหน้าแทนลุง ทำเป็นว่าลุงไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่ถูกบังคับโดยป้าและเปรมิกา กองทัพและศาลบีบบังคับใช้ลุงเป็นเครื่องมือ ทั้งๆที่ทุกคนต้องทำตามที่ลุงสั่ง โดยมีป้าและเปรมิกาเป็นผู้รับนโยบายมาดำเนินการ เพราะลุงคือเสาหลัก คือ ถ้าลุงยังอยู่ ทุกคนก็ยังอยู่กันได้สะดวกสบายและยิ่งใหญ่มั่งคั่งเหมือนเดิม เหมือนโคลงสมชายมานุสติที่ว่า....หากสมชาย ยังอยู่ยั้ง ยืนยง เราก็เหมือน อยู่คง ชีพด้วย หากสมชายพินาศลง เราอยู่ ได้ฤา เราก็เหมือน มอดม้วย หมดสิ้น วงศ์เทวดา......&lt;br /&gt;วันทำบุญล้างบาปที่ประหารคนเพื่อหนีความผิด &lt;br /&gt;17 กุมภาพันธ์ 2498 ตรงกับวันประหารชีวิตผู้บริสุทธิ์สามคนเพื่อปิดคดีปลงพระชนม์รัชกาลที่ 8 ลุงได้จัดงานพิเศษให้กับผู้บริสุทธิ์ ที่ถูกพวกของลุงเอาไปประหารเพื่อปิดคดีให้ผู้ต้องสงสัยตัวจริงได้รอดพ้นและมีอำนาจยิ่งใหญ่ต่อไป แม้ว่าเหตุการณ์จะผ่านไปกว่าห้าสิบปีแล้วแต่ลุงก็ไม่เคยลืม ทุกครั้งที่ลุงย้อนนึกไปถึงเช้าวันนั้น มันทำให้ลุงน้ำตาคลอทุกที ทีมงานของลุงต้องการให้ราษฎรลืมเรื่องราวในเช้าวันที่รัชกาลที่ 8 โดนยิงสวรรคต โดยไม่มีการจัดงานรำลึกใดๆ ในขณะที่พี่สาวของลุงซึ่งไม่ได้มีบทบาทหรือความสำคัญอะไรแต่พอเสียชีวิตกลับมีการจัดงานใหญ่โต ฉายหนังเล่นดนตรีเพื่อให้รำลึกถึงอยู่หลายเดือน แต่พี่ชายที่สำคัญกว่ามากกลับเงียบเฉย เพราะกลัวว่าถ้าโฆษณาเรื่องรัชกาลที่ 8 มากๆ ราษฎรจะเกิดคำถามว่า เขาเป็นใคร เป็นอะไรตาย แล้วใครฆ่าเขา อ้าวลุงยังมีพี่ชายอีกคนหนึ่งด้วยหรือ&lt;br /&gt;ลุงไม่เคยไปเหยียบที่เกิดเหตุอีกเลย แต่ที่นั่นก็ยังเปิดใช้เป็นที่รับรอง ส่วนชั้นสองซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุถูกปิดตาย โดยลุงสั่งให้รื้อทำใหม่หมดทั้งห้องที่เกิดเหตุ ไม่ให้เหลือเค้าเดิม ทาสีใหม่ ทุบห้องเป็นห้องเดียว ใครอยากจะไปดูเพื่อศึกษาหาหลักฐานคงหมดสิทธิ์&lt;br /&gt;สมัยที่แม่ของลุงยังอยู่ ท่านจะทำบุญ และนั่งสมาธิ อุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร ทำเช่นนี้มาทุกปี ขนาดปีที่ท่านเสียชีวิต ท่านยังฝากขอโทษ ขออโหสิกกรรมให้เลิกแล้วต่อกัน&lt;br /&gt;ก่อนวันยิงเป้าประหารผู้บริสุทธิ์สามคน คุณย่าสังวอนลงทุนนั่งทำสมาธิ และชวนลุงนุ่งขาวห่มขาวก่อนวันประหารถึง 7 วัน งดกินเนื้อสัตว์ ท่านรู้ว่าการฆ่าคนบริสุทธิ์เป็นบาปมหันต์ หลังจากนั้นมาลุงก็ทำบุญให้กับพวกเขาเหล่านั้นทุกๆ ปี และเลิกกินเนื้อ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้พวกเขาทั้งหมด เมื่อวานลุงก็นุ่งขาวห่มขาว ทำเหมือนหลายๆ ปีที่ผ่านมา แต่ปีนี้แปลกกว่าปีอื่นๆ เพราะลุงพูดว่า ที่เป็นเช่นนี้ ก็คงเป็นความผิดของฉันเอง ลุงเคยมีความคิดจะสารภาพผิดอยู่หลายครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งสมัยที่ลุงเพิ่งรับตำแหน่งและจะไปแนะนำตัวที่อังกฤษ แต่โดนเจ้าหน้าที่อังกฤษที่อินเดียปฏิเสธ เพราะเขาเชื่อว่า ลุงเป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด และเมื่อเขามารู้ทีหลังว่า มีคนตายไปอีก 3 คน เขายิ่งรับไม่ได้ งานนั้นทำให้ลุงเสียหน้ามาก &lt;br /&gt;ในช่วงเวลานั้น ลุงสมชายได้ให้นักหนังสือพิมพ์ชาวอเมริกันเขียนหนังสือเรื่องกษัตริย์นักปฏิวัติโดยอนุญาตให้เข้าไปสัมภาษณ์ถึงในบ้านหลังใหญ่ อ้างว่าลุงสมชายไม่อยากแทรกแซงคดี ทั้งๆที่ได้แต่งตั้งพวกเดียวกันเล่นงานปรักปรำนายปรีดีและจ้างวานคนมาเป็นพยานเท็จ โดยหลอกว่าถ้ามีฎีกาก็จะยกโทษให้จำเลยทั้งสามคน แต่พลตำรวจเอกเผ่าได้ดำเนินการประหารชีวิตจำเลยไปโดยปกปิดข่าว และแอบเก็บหนังสือฎีกาเอาไว้ ทำให้ลุงสมชายไม่ทราบข่าวการประหารชีวิตเลย จนกระทั่งเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว ทำให้ลุงไม่พอใจมาก &lt;br /&gt;ซึ่งเป็นเรื่องไม่มีมูลความจริง เพราะฎีกาขออภัยโทษของจำเลยทั้งสามได้ส่งผ่านจากคณะรัฐมนตรีไปถึงราชเลขาธิการซึ่งยืนยันว่าได้ส่งไปให้ลุงสมชายแล้ว และลุงสมชายได้ตอบปฏิเสธ โดยไม่ยอมยกโทษให้ หนังสือพิมพ์สมัยนั้น รวมทั้ง สยามรัฐ ก็ได้รายงานข่าวอย่างแพร่หลาย &lt;br /&gt;มีหนังสือพิมพ์บางฉบับได้ไปสัมภาษณ์ ม.จ.นิกรเทวัญ เทวกุล ราชเลขาธิการ ซึ่งยืนยันว่าฎีกาของจำเลยทั้งสามคนนี้ได้ส่งให้ลุงสมชายมาหลายวันแล้ว &lt;br /&gt;พอวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2498 เวลาประมาณ 4.20 น. นายเฉลียว ปทุมรส ถูกนำตัวเข้าสู่หลักประหารเป็นคนแรก โดยอยู่ในท่านั่งงอขา หันหลังให้ที่ตั้งปืนกลของเพชรฆาต ห่างจากปืนกลประมาณ 5 เมตร นักโทษถูกมัดเข้ากับหลักประหาร มือทั้งสองพนมถือดอกไม้ธูปเทียนไว้เหนือหัวมีผ้าขาวมัดไว้ และมีผ้าขาวผูกปิดตา ด้านหน้านักโทษเป็นกองดิน ด้านหลังเป็นฉากผ้าสีน้ำเงิน บังระหว่างนักโทษกับเพชรฆาต บนฉากผ้ามีวงกลมสีขาวเป็นเป้าสำหรับเพชฌฆาต ซึ่งตรงกับบริเวณหัวใจของนักโทษ เมื่อได้เวลา เพชฌฆาตประจำเรือนจำ นายเหรียญ เพิ่มกำลังเมือง ก็ยิงปืนกลรัวกระสุน 1 ชุด จำนวน 10นัด เสร็จแล้วแพทย์เข้าไปตรวจดูนักโทษเพื่อยืนยันว่าเสียชีวิต &lt;br /&gt;หลังการประหารนายเฉลียวประมาณ 20 นาที นายชิต ก็ถูกนำตัวมาประหารเป็นคนต่อไปในลักษณะเดียวกัน . . . . หลังจากนั้นไปอีก 20 นาที ก็ถึงคราวของนายบุศย์ ที่มีโรคประจำตัวเป็นลมบ่อย และเป็นลมอีกก่อนถูกนำเข้าหลักประหารเล็กน้อย ต้องช่วยให้คืนสติก่อน &lt;br /&gt;เพชรฆาตยิงนายบุศย์เสร็จ 1 ชุดแล้ว ตรวจพบว่านายบุศย์ยังมีลมหายใจ จึงยิงซ้ำอีก 2 ชุด โดยยิงรัว 1 ชุด แล้วตามด้วยการยิงทีละนัดจนหมดอีก 1 ชุด &lt;br /&gt;ผลการยิงถึง 30 นัดนี้ทำให้เมื่อญาติทำศพ พบว่านายบุศย์เหลือเพียงร่างที่แหลกเหลว และมือขาดหายไป . . .&lt;br /&gt;ในครอบครัวลุงห้ามพูดถึงเรื่องนี้เด็ดขาด ลุงอยากให้ทุกคนลืม คิดเสียว่าลุงไม่เคยมีพี่ชาย ที่บ้านลุงไม่มีรูปของพี่ชายแม้แต่รูปเดียว มีครั้งหนึ่งที่นายกชาติชายต้องการจัดงานฉลองให้รัชกาลที่ 8 แต่ลุงปฏิเสธหัวชนฝา ลุงต้องการให้ทุกคนลืม แต่นายกชาติชายดันมาขุดคุ้ย ก็เลยโดนลุงตำหนิ ทั้งๆที่หวังดีแท้ๆ แต่คงเป็นเพราะไม่รู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องต้องห้าม&lt;br /&gt;เวลามีเรื่องทะเลาะกันทีไร พี่สาวลุงก็จะโทษลุงว่า เหตุที่ลูกๆ ของหมอนิด ไม่เอาถ่าน และตายโหงก่อนวัยอันควร ก็เป็นเพราะหมอนิด ไปช่วยปกปิดคนร้ายที่ยิงรัชกาลที่ 8 ผลกรรมจึงตกไปถึงรุ่นลูก ตอนนี้ลุงก็ยังแอบให้เงินครอบครัวของผู้บริสุทธิ์ที่ถูกยิงเป้า และดูแลกันอย่างเงียบๆ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่นายปรีดี ต้องการกลับเมืองไทย มีนายส.ศิวรักษ์คอยทำเรื่องให้ ทีแรกลุงปฏิเสธไป แต่นายปรีดีมีคนรักคนชอบมาก ภายหลังลุงเลยต้องทำเป็นอนุญาต แต่มีข้อแม้ว่า ถ้ากลับมาต้องห้ามพูดเรื่องเช้าวันนั้น และต้องกลับมาเป็นฝุ่นใต้เท้าของลุงพร้อมทั้งต้องทำพิธีขอโทษรัชกาลที่ 7 อย่างเป็นทางการ แต่นายปรีดีรับไม่ได้ ตอนหลังนายปรีดีจึงได้กลับมาเมืองไทยแต่เพียงร่างที่ไร้วิญญาณ .....&lt;br /&gt;สร้างเขื่อน เพื่อขายปูน รึเปล่า&lt;br /&gt;ขณะที่ลุงยังไม่แข็งแรงดี แต่ก็ยังเรียกเจ้าหน้าที่ชลประทานเข้าพบ เพื่อต้องการให้มีการสร้างเขื่อนแห่งใหม่ ชีวิตลุงมีแต่การสร้างเขื่อน ฝาย และอ่างเก็บน้ำ&lt;br /&gt;สำนักงานชลประทานรู้ดีว่า การสร้างเขื่อนในป่าต้นสักที่อุดมสมบูรณ์จะทำให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมมาก เพราะมันเคยเกิดขึ้นที่เขื่อนป่าสักที่โชว์อยู่บนแบ๊งค์ใบละพัน มีการถางป่าเป็นพันๆไร่ การก่อสร้างใช้ปูนตราช้างและตราเสือก็เป็นของลุง บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างก็ของลุง ส่วนไม้มีค่าที่ถูกตัดโค่นออกไปส่วนใหญ่จะไปตกอยู่กับทหารของลุง พี่สาวของรัศมีจันทร์ที่อยู่ในหมู่บ้านใหญ่ ราคาเกือบ 15 ล้านบาท ก็ได้ใช้ไม้สักเหล่านี้เหมือนกัน &lt;br /&gt;ทั้งๆที่การก่อสร้างเขื่อนโดยทั่วไปนั้นสามารถใช้เถ้าลิกไนท์(Fly Ash)ที่ได้จากการเผาถ่านหินจากเหมืองแม่เมาะเป็นวัสดุที่ยืดหยุ่นเหมาะสมกับการนำมาใช้เป็นแกนเขื่อน มากกว่าปูนซีเมนต์ของลุง แต่ด้วยอำนาจที่ไม่อาจโต้แย้งได้ หน่วยงานรับผิดชอบจึงต้องเปลี่ยนไปใช้ซีเมนต์แทนเถ้าลิกไนท์ ทำให้งบประมาณการก่อสร้างเพิ่มสูงขึ้น และเขื่อนเหล่านั้นก็ไม่ได้เป็นคุณประโยชน์อย่างที่มีการโฆษณา &lt;br /&gt;มาระยะหลังที่ลุงเริ่มหันไปลงทุนด้านการพลังงานจึงยอมให้มีการเปลี่ยนมาใช้เถ้าจากลิกไนท์ที่เขื่อนคลองท่าด่านนครนายก โดยใช้เป็นส่วนผสมแทนซีเมนต์บางส่วน ทำให้คอนกรีตลื่นไหลได้ดีขึ้น ช่วยเพิ่มแรงยึดเหนี่ยวในระยะยาว ลดการแตกร้าวที่เกิดจากการหดตัวที่ไม่เท่ากัน สามารถลดปริมาณปูนซีเมนต์ลงได้มาก เป็นการประหยัดงบประมาณในการก่อสร้าง&lt;br /&gt;ส่วนโครงการรถไฟต่างระดับโฮปเวลล์เขาว่าใช้ปูนทีพีไอ และไม่ได้ใช้เหล็กตราช้างของลุง เพราะรู้อยู่แล้วว่าทำไม่สำเร็จ เนื่องจากลุงไม่ให้สร้างเพราะลุงไม่ยอมให้มีการเวนคืนที่ดินของลุง เลยกลายเป็นแค่เสาตอม่อ นายประชัยขายปูนไปเป็นแสนคิว แต่เก็บเงินไม่ได้&lt;br /&gt;เขื่อนของลุงที่ต้องการให้สร้างส่วนใหญ่ได้รับผลสำเร็จไม่ถึง 20 % แต่ลุงก็ยังได้รับรางวัลระดับโลก ทั้งๆที่มีปัญหามากมายเพราะฝนตกไม่เป็นที่ ไม่ตกในพื้นที่แห้งแล้ง แต่ดันไปตกในที่น้ำท่วม เจ้าหน้าที่ชลประทานจะพูดมากก็ไม่ได้ เคยมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเสนอความเห็นว่าเขื่อนของลุงไม่ได้ผล ไม่คุ้มค่า ก็โดนย้ายให้ไปเสี่ยงตายที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;br /&gt;แม่ผัวลูกเจ๊กกับลูกสะใภ้ผู้ดี&lt;br /&gt;ป้ากับคุณย่าสังวอนมักจะไม่ค่อยชอบหน้ากันนัก ต่อหน้าคนอื่นก็จะปั้นหน้าทำดีต่อกัน สมัยที่ย่ายังอยู่ ป้าชอบเอาแม่ผัวมานินทากับคนรับใช้ใกล้ชิดอยู่เป็นประจำว่า สาแหรกเชื้อเถาเหล่ากอของย่าสังวอนเป็นแค่เจ๊กข้างถนน พ่อของย่าสังวอนเคยขายน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋และก็เคยขายก๋วยเตี๋ยว อยู่แถวๆท่าช้าง แม่ก็เป็นแค่คนเก็บเอาของเก่ามาขาย ไร้รสนิยม แถมพี่น้องย่าก็ไม่รู้จักทำมาหากิน วันๆเอาแต่เกาะคนอื่นกิน ชอบแบมือขอ ไม่รู้จักพึ่งตัวเอง&lt;br /&gt;แถมยังมีเพื่อนสนิทร่วมชั้นเรียนพยาบาล ชื่อคุณเนื่องซึ่งเป็นคนที่ช่วยทำลายหลักฐานตอนที่อานานลูกชายคนโตของย่าโดนยิงตาย ทั้งๆที่คุณเนื่องเคยช่วยเลี้ยงหญิงใหญ่จูลี่เมื่อตอนเป็นเด็ก ก็ไม่วายโดนป้านินทาว่างานการก็ไม่รู้จักทำ ดีแต่ร้องเพลงเต้นรำไปวันๆ&lt;br /&gt;ป้ามักมีปากมีเสียงกับแม่สามีอยู่เป็นประจำ คำที่ป้ามักจะใช้เรียกคุณย่าสังวอน ลับหลัง ก็คือ ยายหูตึง เพราะย่าสังวอนแก่แล้วจึงฟังอะไรไม่ค่อยได้ยิน &lt;br /&gt;เล่ากันว่าลุงสมชายมีเรื่องที่เสียใจมากที่สุดอยู่ 3 เรื่อง คือ&lt;br /&gt;1. ตอนที่ลุงยังเด็ก หลังจากที่พ่อเสียได้ไม่กี่ปี ลุงต้องอยู่กับย่าที่ต่างแดน ตอนนั้นย่าสังวอนมีแผนจะแต่งงานใหม่กับฝรั่ง ก่อนหน้านี้ก็สนิทสนมกับฟรานซิสบีแซร์ที่ปรึกษากฎหมายอเมริกัน ลุงไม่อยากให้ย่าย้ายไปอยู่กับฝรั่งคนนั้นและต้องไปอยู่บ้านหลังเล็กๆที่ลุงไม่ชอบเลย ตอนหลังคุณย่าก็ยังมีคนรักเป็นฝรั่งหลายคน ส่วนกัญญาพี่สาวลุงก็มีสามีหลายครั้งหลายหนไม่แพ้กัน&lt;br /&gt;2. ตอนที่ลุงเมาแล้วขับรถ พี่สาวลุงโกรธนายอร่ามสามีคนแรกของเธอที่ไปร่วมซิ่งรถกับลุง ทำให้ลุงบาดเจ็บสาหัสเสียตาข้างขวา และกัญญาก็แยกทางไปอยู่กับสามีฝรั่งและต่อมาลุงก็สนับสนุนให้พี่สาวได้แต่งงานเจ้าวรานนท์ธวัชผู้มีชาติตระกูลสูงและมีฐานะดีคนหนึ่งซึ่งต่อมาก็ต้องแยกทางกัน&lt;br /&gt;3.กรณีที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่พี่ชายคนเดียวซึ่งเป็นท่านประธานใหญ่ถูกยิงเสียชีวิตในห้องนอนที่ลุงได้เดินเข้าไปก่อนที่จะมีเสียงปืนดังขึ้นไม่กี่นาที&lt;br /&gt;05 มีนาคม 2553&lt;br /&gt;คืนนั้น ลุงได้เปิดใจพูดคุยกับเสี่ยอู ขอให้เสี่ยไม่ต้องกังวล ตัวลุงเองก็ไม่รู้ว่าวันไหนจะจากไป ลุงรู้ดีว่า การเจ็บป่วยคราวนี้มันร้ายแรง และมีผลกระทบต่อลุงมากโรงหมอสีหราชเป็นสถานที่อยู่อาศัยที่เหมาะที่สุดสำหรับผู้บัญชาการรบที่ต้องนั่งรถเข็นอย่างลุง แถมมีคนมาลงชื่ออวยพร เอาเงินเอาของมาให้ ได้ทั้งบารมี ได้ทั้งความเห็นใจ สดวกสบายไปทุกอย่าง ได้ทั้งการเมืองการประชาสัมพันธ์ ในด้านความปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บก็น่าจะสบายใจได้มากเพราะมีหมอฝีมือเยี่ยมผลัดกันนอนเฝ้าตลอดเวลาพร้อมเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดอย่างครบครัน &lt;br /&gt;เรื่องที่ใครจะคิดร้ายก็คงยากเพราะลุงอยู่ถึงชั้น 16 มีทั้งหมอพยาบาลและคนไข้ห้อมล้อมเป็นเกราะกำบังอย่างดี ใครจะเอาระเบิดเอ็ม79 หรือเครื่องยิงจรวดอาร์พีจีมายิงถล่มก็คงยาก ไม่เหมือนตอนอยู่บ้านหลังใหญ่ที่มีแค่สองสามชั้นมถนนล้อมรอบสี่ด้าน เป็นเป้าเด่นถูกถล่มง่าย และยังเป็นการถือเคล็ดตัดไม้ข่มนามตามที่หมอดูแนะให้ลุงมาอยู่ทางฝั่งธนบุรี ซึ่งพระเจ้าตากสินเคยถูกนายทองด้วนทวดปู่ของลุงสมชายหักหลังและกำจัดกวาดล้างก่อนย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่บางกอก&lt;br /&gt;สภาพร่างกายของลุงตอนนี้แย่มากเพราะเดินไม่ได้และทรงตัวลำบาก ลุงรู้ตัวดีว่า ต่อจากนี้ไปลุงต้องต่อสู้กับอะไร งานนี้ไม่มีใครช่วยลุงได้ อนาคตของครอบครัวและบริวารก็อยู่ที่ลุงเพียงคนเดียวที่จะเป็นหลักยึดทั้งด้านอำนาจและบารมี&lt;br /&gt;แม้ลุงจะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้คนสำคัญมาได้โดยตลอดตั้งแต่นายปรีดีจนถึงรักสิน แต่ลุงไม่สามารถเอาชนะโรคพาร์กินสัน(Parkinson)ได้ เพราะมันจะทำลายเซลสมอง และ ทำให้การทำงานของสมองลดลง ยิ่งนานวัน ลุงจะช่วยตัวเองได้น้อยลง และต้องพึ่งคนอื่นมากขึ้น&lt;br /&gt;แต่ลุงต้องรักษาภาพให้ดีอยู่เสมอ คือ เป็นคนสูงอายุที่ป่วยน่าสงสารแต่ก็แข็งแรงทำงานได้สั่งสอนอบรมคนได้ เป็นศูนย์รวมจิตใจคุ้มหัวให้ราษฎรผู้ต่ำต้อยที่ไม่เอาไหนต่อไปและคงยังอยู่ได้อีกหลายปีเพราะมีหมอที่ดีที่สุดของประเทศคอยผลัดเปลี่ยนดูแลใกล้ชิดชนิดนอนเฝ้ากันไม่ห่างตลอดเวลาทีเดียว ส่วนป้าสมจิตคงต้องการให้ลุงพัก อยากให้ลุงยกตำแหน่งให้คนอื่นรักษาการณ์แทน ซึ่งก็น่าจะหมายถึงตัวป้านั่นเองที่ใฝ่ฝันจะได้เป็นพระศรีสุริโยไท ป้าไม่อยากปล่อยให้เสี่ยอูลูกชายนั่งเก้าอี้ใหญ่ เพราะป้าไม่เคยเห็นเสี่ยอยู่ในสายตามานานแล้ว&lt;br /&gt;ส่วนเรื่องที่ว่าลุงต้องการให้เสี่ยอูเรียกนายอ้วนลูกชายคนโตของสุทธิดาให้กลับมา และให้เสี่ยช่วยดูแลลูกชายทั้งสี่คนของสุทธิดาก็คงไม่จริง เพราะเสี่ยเคยบอกกับคนสนิทว่าลุงเป็นคนสั่งให้เล่นงานสุทธิดาและครอบครัวและห้ามผู้ใดยื่นมือช่วยเหลือโดยเด็ดขาด &lt;br /&gt;เพราะลุงเชื่อว่านายอ้วนเป็นลูกของดาราพระเอกหนังที่ชื่อพุงโย ทองปน ที่ผ่านมาลุงมีโอกาสหลายครั้งที่จะช่วยเหลือ แต่ลุงก็ไม่เคยเอาเป็นธุระเลย ร้อยวันพันปีลุงไม่เคยเรียกหาหลานอ้วนคนนี้แม้สักครั้งเดียว ทั้งๆ ที่ลุงก็รู้ความเป็นไปโดยตลอด เพราะลุงเป็นคนที่ผูกใจเจ็บไม่ค่อยลืมอะไรง่ายๆ แม้แต่หญิงใหญ่จูลี่ลูกสาวคนโตที่ลุงเคยรักมากที่สุด เรียกว่ารักมากกว่าหญิงกลางหลายเท่า ลุงอุตส่าห์ส่งเสียให้ไปเรียนถึงอเมริกา แต่ดันไปมีสามี ที่สำคัญไปท้องมีลูกกลับมาอีก ทำให้ลุงช้ำใจอย่างหนัก หันมากินเหล้าแทนน้ำเปล่า สูบซิกก้าร์ไม่ต่ำกว่าวันละ 10 มวน เพราะลุงแค้นใจมาก ไม่ยอมรับกลับสู่วงศ์ตระกูลง่ายๆ จนหญิงใหญ่ต้องพาลูกๆมากราบมาขอหลายครั้งจึงได้คืนสถานภาพเดิม ในเมื่อลุงเชื่อว่านายอ้วนเป็นลูกของพระเอกหนังคนหนึ่งไม่ใช่หลานของตนเอง แล้วลุงจะไปรักไปเรียกหานายอ้วนได้อย่างไร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;16 มีนาคม 2553&lt;br /&gt;ช่วงนี้ที่บ้านใหญ่ของลุงมีการเกณฑ์เอาพรามณ์ที่มีชื่อเสียง มาทำพิธี แก้ดวงชะตา ต่ออายุครอบครัว ให้ทายาทได้สืบต่อเจตนารมณ์ของลุงต่อไป หมอดูได้แนะนำให้
